ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใหญ่ๆ ไว้เป็นเครื่องหมายว่า “ตั้งศพไว้ตรงนี้ ว่า “เกิดมาเป็นสังขารร่างกายแล้ว ย่อมมีความ
นะ” หรือไม่อยากให้บ้านมืดขณะที่มีศพตั้งอยู่ ตายเป็นที่สุด” ฉะนั้นควรทำความดีไว้เมื่อยังมี
แต่
จะเป็น การเพิ่มความกลัว ความวังเวงใจแก่ผู้
ที่อยู่ในบ้าน สมัยนี้แม้มีไฟฟ้าให้แสงสว่าง
ในภาคกลางมักตั้งศพไว้ที่ศาลาวัด ก็ยังมีการ
ตามไฟตามประเพณีเดิมบ้าง ด้วยการจุดตะเกียง
หรือธูปดอกใหญ่ แต่อันที่จริงหลังการสวดพระ
อภิธรรม แต่ละคืนแล้ว เจ้าหน้าที่วัดจะดับไฟ
ดับธูป ดับตะเกียงด้วย คงเกรงแมวกระโดด
มาชนตะเกียงหรือธูปที่ยังติดไฟอยู่ ทำให้เกิด
ไฟไหม้ได้ ด้วยเหตุนี้คนรุ่นใหม่จึงไม่ค่อยเห็น
ไม่ค่อยรู้จักประเพณีการตามไฟหน้าศพแบบ
โบราณยกเว้นบางรายและในชนบทที่ยังนิยม
ตั้งศพที่บ้าน หรือแม้แต่ตั้งศพที่วัดในชนบท
ยังมีคนนอนเฝ้าศพ และยังมีการตามไฟหน้า
ศพเช่นเดิม
เซ่นศพ
ชีวิตอยู่ และในเวลาเดียวกันจะได้อุทิศกุศล
กรรมที่ตนได้ทำไว้ให้แก่ผู้ตายด้วย ถือว่าเป็น
การบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้ตายนั่นเอง
ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะที่ตั้งศพบำเพ็ญ
กุศลที่บ้าน เบื้องต้นเจ้าภาพจะต้องจัดสถานที่
ตั้งศพเสียก่อน แล้วเตรียมเครื่องสักการะศพ
แยกตั้งที่สักการะบูชาพระอีกที่หนึ่ง และจัดที่
สำหรับพระสวดพระอภิธรรมด้วย
สิ่งที่ต้องตระเตรียมในงานสวดพระอภิ
ธรรม เจ้าภาพจะต้องตระเตรียมสิ่งต่างๆ ดัง
ต่อไปนี้
๑.โต๊ะหมู่บูชา เพื่อตั้งพระพุทธรูป จะ
ตั้งทางศีรษะของผู้ตาย พร้อมเครื่องสักการะ
บูชาพระได้แก่ ธูป เทียน ๒ และดอกไม้
ใส่แจกัน จะจัดแจกันแล้วแต่ขนาดของโต๊ะ
หมู่บูชา
๒.จัดสถานที่สำหรับพระนั่งสวดพระอภิ
นับตั้งแต่วันตายเรื่อยมาเป็นเวลา ๓ วัน
จะต้องจัดอาหารและน้ำดื่มมาตั้งไว้ข้างศพทุก ธรรม ให้อยู่ต่อจากโต๊ะหมู่บูชา ควรเป็นที่ยก
วันทุกมื้อ เวลานำอาหารมาเช่นศพต้องจุดธูป ๑ พื้นสูง โดยให้สูงกว่าคนนั่ง แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เสีย
ดอก และต้องเคาะโลง ๓ ครั้ง ขณะที่เคาะ
แต่ละครั้งก็เอ่ยเรียกผู้ตายให้มารับประทาน
อาหารอย่างที่เคยเรียกเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ตั้ง
ไว้ราว 6 ชั่วโมงจึงยกสำรับอาหารกลับคืนไปได้
แล้วปูผ้าขาวทับอีกทีก็ได้
๓.ผ้า (ภูษา) โยง เป็นผ้าขาวยาว แต่แคบ
90-
คือ ยาวประมาณ เมตรแต่กว้างเพียง
G-00
๒๐ เซ็นติเมตร สำหรับลาดให้พระสงฆ์จับใน
การเช่นศพนี้ถือกันว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่เคยรับ เวลาบังสุกุล ต้นผ้าจะผูกไว้กับชายด้ายดิบที่
ประทานอย่างไร ตายไปแล้วควรได้รับประทาน
มัดศพ (เหลือชายออกมานอกโลง) แล้วพับผ้า
อย่างนั้น ปัจจุบันเห็นนิยมทำกัน ๒ มื้อ คือ เข้า หยักไปมาเพื่อคลี่ง่ายใช้สะดวกตั้งไว้บนพาน
และเย็น อาจเป็นเพราะผู้จัดซึ่งเป็นลูกหลาน หรือตะลุ่ม การที่ต้องใช้ผ้ายาวก็เพราะ
ของผู้ตาย ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จึงไม่
สะดวกที่จะจัดอาหารมื้อเที่ยงเช่นศพก็เป็นได้
พระสวดพระอภิธรรม
ระหว่างที่ตั้งศพไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือ
ที่วัดก็ตามจะต้องนิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๔ รูป
ต้องการให้ยาวพอที่จะผูกตั้งแต่ปากโลงทอดมา
จนยาวพอแถวพระสงฆ์นั่นเอง ถ้าหาผ้าไม่ได้
ใช้ด้ายสายสิญจน์แทนก็ได้ ปัจจุบันตามวัดต่างๆ
ในกรุงเทพฯ มักใช้ผ้าต่วนสีเหลืองทอง ริมผ้า
จะขลิบไหมทองหรือดีดดิ้นทอง (เทียม) เพื่อ
ให้ดูสวยงาม มักเรียกตามราชาศัพท์ว่า “ภูษา
มาสวดพระอภิธรรมหน้าศพ จุดมุ่งหมายให้ โยง” ซึ่งใช้กับงานพระศพ ข้อควรระวังก็คือ ผ้า
คนเป็นฟังเพื่อพิจารณาในมรณานุสติกรรมฐาน (ภูษา) โยงหรือด้ายสายสิญจน์เมื่อทอดลาดแล้ว
กัลยาณมิตร
ธันวาคม ๒๕๓๙