ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยความตระหนี่ มีแต่วาจาใจให้หวาดระแวงกัน
ความสามัคคี เป็นคุณสมบัติประการหนึ่ง ที่ถัก
ทอหัวใจให้ครอบครัวผูกพัน ช่วยประสานน้ำใจคนใน
ชาติเป็นหนึ่งเดียว และหลอมรวมดวงใจคนทั้งโลกสู่
สันติธรรม ความสามัคคีนี้ปลูกฝังกันตั้งแต่ในระดับ
ครอบครัวพี่น้องจะรักใคร่ปรองดองกันได้ ช่วยเหลือซึ่ง
กันและกัน ไม่อิจฉาริษยากัน และให้อภัยกัน พ่อแม่
เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ
การทะเลาะเบาะแว้ง เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้
บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กโดยมีลักษณะต่างๆ ดัง
นี้ อาทิเช่นแย่งของเล่นกัน โกรธทุบตีกัน ทั้งนี้เนื่อง
จากเด็กเล็กไม่เข้าใจเหตุผลเพียงพอ เอาแต่ใจตนเอง
ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลแบบนี้ มักจะทำให้ผู้
ใหญ่ว่ากล่าวติเตียน และลงโทษเป็นประจำ จนใน
ที่สุดอาจทําให้พี่น้องเกลียดกันและเป็นศัตรูกัน
การช่วยเหลือเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของเด็กๆ
และการป้องกันมิให้เกิดการอิจฉาริษยากันนั้นมีหลัก
การที่น่าสนใจหลายประการดังต่อไปนี้
๑.เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของเด็ก
เด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ที่ต้องการความรักและการ
เอาใจใส่ ดังนั้นเมื่อมีสมาชิกใหม่ในครอบครัวเช่นน้อง
พ่อแม่อย่าลืมที่จะแสดงออกให้เขาเห็นว่า ท่านยังรัก
เขา และเอาใจใส่เขาอยู่ เช่นเมื่อท่านอุ้มน้อง แล้วพี่วิ่ง
เข้ามาหาท่านคงต้องกอดพี่ด้วยหรือพูดคุยเล่นกับพี่ด้วย
การทำเช่นนี้อาจช่วยป้องกันบรรยากาศแห่งความไม่
เข้าใจกันได้ไปเปลาะหนึ่ง
๒.ท่าตนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยมากกว่าเป็นผู้ลงทัณฑ์
เมื่อเด็กเกิดการทะเลาะกัน ควรจับเด็กแยกออก
จากกัน แล้วกล่าวว่า “เมื่อหนูตกลงกันไม่ได้หรือเล่น
กันไม่ได้ก็แยกกันก่อน เมื่อพวกหนูหายโกรธกันและ
ดีกัน ค่อยมาเล่นกันใหม่” อย่าด่วนลงโทษเด็กคนใด
คนหนึ่งทันที เพราะอาจไปสร้างความโกรธหรือกลาย
เป็นไปทะเลาะกับเด็ก
๓.ทําตนเป็นผู้สอนให้เด็กรู้จักการให้อภัยผู้อื่น
ในกรณีที่ปัญหาเกิดจากความต้องการตามธรรม
ชาติของเด็ก แม้จะเป็นความผิดแต่เกิดจากการไม่ตั้ง
ใจ ยกตัวอย่างเช่น น้องร้องไห้ เพราะพี่ทำหกล้ม แม่
อาจจะพูดให้น้องเข้าใจว่า “พี่เขาเสียใจแล้วเห็นไหม
เขาไม่ได้แกล้งหนูหรอก แค่นี้นิดเดียวไม่เป็นไร” กับ
พี่เราอาจเรียกมาพูดให้เข้าใจว่า “หนูท่าน้อง ไม่ใช่เป็น
กัลยาณมิตร
๙๕
ธนวาคม ๒๕๓๙