ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓.บันไดวางบนหลังโลง บันไดทำด้วย
ไม้ไผ่ ส่วนยาวและส่วนกว้างของบันไดมีขนาด
เท่ากับปากโลง ทำเป็นสามชั้น เปรียบเทียบไว้
เป็นปัญหาธรรม คือหมายถึงภพทั้งสามคือ
กามภพ รูปภพ อรูปภพ ซึ่งสัตว์ทั้งหลายย่อม
เวียนเกิดเวียนตายอยู่ไม่รู้จบ ดุจคนขึ้นและลง
บันไดฉะนั้น และบางรายว่ามีสี่ขั้นก็จะเกิดเป็น
๓ ช่อง น่าจะหมายถึงอริยสัจสี่ ซึ่งเป็นทางให้
หลุดพ้นจากภพทั้งสามนั้น
ไม่ดีเพราะเป็นการหันศีรษะไปทางเดียวกับคน
ตาย (ศพ) ก็เลยมีข้อห้ามต่อไปอีกว่าเวลาตั้ง
พระพุทธรูป ห้ามหันพระพักตร์ไปทางทิศ
ตะวันตก ถือว่าอัปมงคล สำหรับการตั้งโลงศพ
นั้น ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆ ไม่อาจหันศีรษะศพ
ไปทางตะวันตกได้ก็อนุโลมให้หันไปทางทิศใต้
ได้อีกทางหนึ่ง น่าแปลกใจที่อนุโลมเช่นนั้น
ไม่ถือสา ทั้งที่คนไทยโบราณก็นอนหันศีรษะ
ไปทิศใต้ แม้ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ ก็ยัง
เรียกทิศใต้ว่าเบื้องหัวนอน เรียกทิศเหนือว่า
เรื่องบันไดวางบนหลังโลง ผู้เขียนยัง
ค้นคว้าหาหลักฐานไม่ได้ว่ามีไว้เพื่อประโยชน์ เบื้องตื่นนอน ชี้ให้เห็นว่าคนไทยสมัยสุโขทัย
อันใด
นอนหันศีรษะไปทิศใต้แน่นอน ผู้เขียนเคยซัก
เมื่อการบรรจุศพลงโลงเรียบร้อยแล้ว ถามชาวบ้านสุโขทัยว่าปัจจุบันนี้นอนหันศีรษะ
ก่อนปิดโลงดึงชายเส้นด้ายที่เหลือจากการมัด ไปทางทิศใด ก็ได้รับคำตอบยืนยันว่า “ทิศใต้”
ศพออกมานอกโลง เพื่อไว้ต่อกับผ้าโยงหรือ เมื่อซักถามว่าเพราะเหตุใดก็ได้คำตอบที่มีเหตุ
ด้ายสายสิญจน์เมื่อต้องการทําการบังสุกุล จาก ผลว่า “ถ้านอนหันศีรษะไปทางเหนือจะไม่เป็น
นั้นเจ้าภาพจะตั้งศพไว้ที่บ้าน หรือที่วัด หรือ
ก่ออิฐถือปูนครอบไว้ตามแต่จะกำหนดกัน ถ้าหันศีรษะไปทางทิศใต้ศีรษะจะชนองค์พระ
การตั้งศพ
มงคลเพราะเท้าจะเหยียดไปทางองค์พระ แต่
เท้าไม่เหยียดไปทางท่าน” และเมื่อผู้เขียนไป
เที่ยวตามวัดต่างๆ ในเมืองสุโขทัย พระพุทธ
การตั้งศพจะหันศีรษะศพไปทิศตะวันตก รูปก็ล้วนผินพระพักตร์มาทางเหนือทั้งสิ้น และ
การทำเช่นนี้เพราะเชื่อกันตามความเชื่อใน เมื่อมาพิจารณาก็เห็นจริงตามเหตุผลของชาว
ลัทธิพราหมณ์เกี่ยวกับพระพิฆเนศมีเศียรเป็น บ้าน ที่จริงนั้นมิใช่ชาวสุโขทัยเท่านั้นที่นอนหัน
หัวช้าง ตามตำนานหนึ่งว่าเมื่อครั้งพระอิศวร
ศีรษะไปทางทิศใต้ ชาวเหนืออีกหลายจังหวัด
จะทรงทำพิธีโสกันต์พระพิฆเนศ พระโอรส ก็ปฏิบัติเช่นนั้น แม้แต่ชาวใต้บางจังหวัดเท่าที่
ลืมเชิญพระอังคารไปร่วมพิธี พระอังคารกริ้ว
มากจึงบันดาลให้มีดหล่นมาตัดเศียรพระพิฆเนศ
ผู้เขียนเคยสอบถามเช่นชาวสงขลา ชาวพัทลุง
ที่ยังเป็นชาวบ้าน ก็นอนหันศีรษะไปทางทิศใต้
เช่นกัน และยังเรียกทิศใต้ว่า “ทิศหัวนอน
เช่นเดียวกับชาวสุโขทัยสมัย
๓๐๐ กว่าปีมาแล้ว
ด้วย
ตามไฟหน้าศพ
ตกแม่น้ำหายไป พระอิศวรจึงใช้ให้พระเพชฉลู
กรรม (คือพระวิษณุกรรมผู้ชำนาญในการช่าง
ทั้งปวง) ไปหาศีรษะของมนุษย์หรือสัตว์
เดียรัจฉานก็ได้ที่นอนหันศีรษะไปทางตะวันตก
มาต่อ พระเพชฉลูกรรมไปพบช้าง ๒ เชือก
นอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก ถือว่าหมด
บุญต้องตายตามคำสั่งพระอิศวร จึงตัดศีรษะ
ช้างมาต่อถวายพระพิฆเนศ ๆ จึงมีเศียรเป็นช้าง
ผิดจากเทวดาอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้โบราณถึงห้าม เผลอเดินข้ามเดินสะดุดขนศพชนโลงแล้วจะ
คนเป็น นอนหันศีรษะทางตะวันตก ถือเป็นลาง
การตามไฟหน้าศพเป็นการจุดไฟไว้แทน
ไฟธาตุของผู้ตาย ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีเหตุผล
ที่ว่า สมัยก่อนไฟฟ้ายังไม่มี เกรงคนไม่เห็นจะ
ตกใจเอง จึงจุดตะเกียงเล็ก ๆ หรือจุดธูปดอก
กัลยาณมิตร
๑๐
ธนวาคม ๒๕๓๗