ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทำไมถึงเรียกว่า ธรรมกายเจดีย์
ต่อจากหน้า ๘๓
กาย จึงใช้ชื่อหรือได้รับการขนานนาม
ว่า “ธรรมกายเจดีย์”
รูปทรง สมัยก่อนเชื่อกันว่าสถูป
คือดินที่มูลขึ้นเป็นเนินอ่อน ๆ ภายใน
ฝังพระศพ หรือศพของบุคคลสำคัญๆ
ดังนั้น เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชทรง
ปรารภสร้างพุทธเจดีย์ขึ้น เพื่อสดุดี
ธรรมะของพระพุทธองค์และเพื่อบรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
ขึ้น ก็เลยพากันเรียกขานตามความ
เหมาะสม ตามความเชื่อในขณะนั้นว่า
อะไรก็ตามที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บสรีรธาตุ
ของบุคคลที่ตายไปแล้ว ต้องเรียกว่า
สถูป เหตุนี้เองที่ทำให้พุทธเจดีย์ของ
พระองค์ถูกเรียกว่า สถูป
มานับตั้งแต่
บัดนั้น ทั้งที่หากจะว่ากันด้วยรูปทรง
กลม หรือทรงโอคว่ำนี้ ก็หาได้เหมือน
กับเนินดินอ่อน ๆ ที่ใช้ฝังศพไม่ เพราะ
เป็นการสร้างอย่างจงใจที่จะให้เป็นทรง
ครึ่งวงกลมคว่ำา เนื่องจากผู้สร้างต้อง
การจะใช้รูปทรงขององค์เจดีย์เป็นเครื่อง
สื่อความหมายธรรมะภายใน ดังนั้น
จากนั้นเป็นต้นมาคำว่า สถูป จึงกลาย
เป็นลักษณะนามที่ใช้เรียกองค์เจดีย์ที่
มีลักษณะเป็นทรงกลม
เป็นเส้นสาย หรือ Structure ที่ประ-
ยุกต์มาจากท่านั่งขัดสมาธิของพระสัม-
มาสัมพุทธเจ้า หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ
ส่วนเจดีย์ หรือ Cetiya ถ้าว่า
กันด้วยความหมายของรูปทรง ย่อม เป็นเส้นรอบรูปขององค์พระปฏิมานั่น
เอง และในเมื่อสิ่งก่อสร้างนี้สร้างขึ้น
หมายถึงเจดีย์ที่มีความลาดเอียงขึ้นไป
เมื่อเป็นเช่นนี้
บรรจบกันเป็นยอด กล่าวคือพุทธ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าซึ่ง
เจดีย์ใดๆ ที่พ้นออกไปจากรูปทรงกลม เป็นที่เคารพยิ่ง เป็นเจดีย์ที่สำคัญที่สุด
หรือทรงโอคว่ำแล้ว ย่อมถูกเรียกว่า ในพระพุทธศาสนา
จดีย์ทั้งสิ้น ทำไม เหตุผลก็เพราะรูป พุทธเจดีย์ลักษณะนี้จึงได้รับการขนาน
ทรงของเจดีย์ที่ลาดเอียง หรือเป็นทรง นามแสดงความสำคัญในการเป็นสัญ
ระฆังคว่ำอยู่บนฐานบัวนั้น เชื่อกันว่า ลักษณ์ว่า เจดีย์
อังกฤษว่า Cetiya เพียงแต่ว่าในบาง
ความเชื่อกล่าวไว้ว่า เจดีย์ ไม่ว่าจะ
สร้างให้มีรูปทรงอย่างไร หากเจดีย์องค์
นั้นใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุละก็จะ
ต้องเรียกว่าเจดีย์ หรือ Cetiya ทั้งนั้น
ตรงกับคำภาษา
ส่วนในด้านปรัชญา สถูป กับ
เจดีย์จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทว่า
เป็นความแตกต่างที่มีความสัมพันธ์กัน
อย่างแน่นแฟ้นใกล้ชิด กล่าวคือ สถูป
หรือเจดีย์ทรงครึ่งวงกลมคว่ำ จะแสดง
ถึงสภาวะของใจมนุษย์ผู้ปฏิบัติธรรมจน
กัลยาณมิตร
๙๐
ธนวาคม ๒๕๓๙