ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๐๓ ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ โดยรถไฟพระที่นั่งออกจากเมืองนูเรมเบิร์ก สู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้แวะจอดที่
สถานีซินเดลฟิงเกล เมืองสตูทการ์ด สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เพื่อทอดพระเนตรโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เดมเลออร์-เบนซ์
ก็ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบุกบั่นฝ่าดงเข้าไป บาง
ครั้งไปประสบกับราษฎรที่กำลังป่วยหนักเจ็บปางตาย หรือ
ตำรวจทหารเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการ
ปะทะต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย
พระองค์ทรงรีบเข้าไปช่วย
เหลือสละเครื่องบินพระที่นั่งให้รีบนำคนบาดเจ็บส่งโรงพยา
บาลโดยด่วน เพราะเป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อโลกภายนอก
ได้ ส่วนพระองค์เองทรงประทับแรมรอนอยู่กลางป่าโดยไม่
ทรงห่วงความปลอดภัยส่วนพระองค์เอง
เป็นขวัญและ
กำลังใจแก่เหล่าทหารกล้าผู้ยอมเสียสละชีวิตปกป้องบ้าน
เมืองยิ่งนัก เมื่อพระผู้เป็นจอมทัพไทยลงมายืนหยัดเคียง
ข้างเคียงบ่าเคียงไหล่ท่ามกลางหมู่อริราชศัตรู เพลงชาติ
ไทยคงกระทีมกึกก้องในหัวใจของทหารหาญเหล่านั้น
“ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจักมิให้
ใครข่มขู่”
๔.มณีแก้ว เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทรงวางมณีแก้ว
บนยอดฉัตรในเวลากลางคืน แสงของมณีแก้วที่พุ่งแผ่รัศมี
สว่างไสวออกไประยะ ๑ โยชน์ (ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร)
ทำให้ชาวเมืองต่างลุกขึ้นมาทำมาหากิน เพราะคิดว่าเป็น
เวลากลางวัน คงเหมือนกรุงเทพมหานครซึ่งมีไฟฟ้าตลอด
ทั้งคืน ใครพอใจจะทำมาหากินตอนไหนก็ได้ตามสะดวก
๕.นางแก้ว คู่พระบารมี ผู้ทรงทำให้พระเจ้าจักร
พรรดิมีกำลังพระราชหฤทัยปกครองแว่นแคว้นได้อย่างเต็มที่
สามารถแบ่งเบาภารกิจ บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาราษฎร์
ดุจดั่งสมเด็จพระราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่าย
หญิงทุกพระองค์ของชาวไทย ทรงงานต่างพระเนตรพระ
กรรณได้ ดุจแก้วสารพัดนึก
5.ขุนคลังแก้ว เป็นเสนาบดีที่ดูแลพระราชทรัพย์ท้อง
พระคลังให้งอกเงยเพิ่มพูทับทวี ขุนคลังแก้วมีฤทธิ์ถึงขนาด
ว่า มองไปในท้องทะเล แผ่นดินหรืออากาศ ก็สามารถ
เรียกสมบัติมาเก็บไว้ในท้องพระคลังได้ สมบัติในอากาศก็
ดุจคลื่นวิทยุใยแก้วที่มีผู้ค้นพบแล้วก่อให้เกิดรายได้นับหมื่นๆ
ล้านบาท
๒.ขุนพลแก้ว เป็นมือปราบที่มีฤทธิ์ ปราบศึกได้ทั้ง
สิบทิศ ทำหน้าที่ดูแลฝึกปรือกำลังพลกองทัพให้เข้มแข็ง
กัลยาณมิตร
๖๖
..
ธนวาคม ๒๕๓๗