ข้อความต้นฉบับในหน้า
จากความแพ้ เมื่อได้ชัยชนะแล้ว ดอกแคฝอยเกิดขึ้นในพิภพของเรา ทั้งหลายที่ไปอยู่ในสงครามแล้ว
ก็ได้ความเป็นใหญ่ในประเทศนั้นๆ เช่นนี้ไม่ใช่พิภพของเราเสียแล้ว ท่านทั้งหลายเมื่อความกลัวเกิดขึ้น
ชนะทุกประเทศเป็นเอกในชมพูทวีป คิดรู้ว่าอ้อ เมื่อครั้งเราเมาสุรา ท้าว เช่นนั้นให้แลดูชายธงของเรา เมื่อ
เรียกว่าชนะเลิศ การชนะนี้แหละ สักกรินทรเทวราชจับเราโยนลงมา ท่านแลดูชายธงของเรากาลใด กาล
เขาต้องการกันนัก มีแพ้ชนะสอง พวกเราจึงมาอยู่ในเขาพระสุเมรุ
อย่างเท่านั้น
ไม่ว่าแต่ความแพ้ชนะใน
ที่เกิดพิภพอสูรขึ้นเช่นนี้ก็เพราะบุญ
ของเรา แต่ว่าหักห้ามความแค้นใจ
มนุษย์นี้ ในดาวดึงส์เทวโลกนั่น นั้นไม่ได้ ต้องผุดขึ้นมาจากน้ำ ออก
นั้นความกลัวความหวาดสะดุ้งขน
พองสยองเกล้าอันใดที่มีอยู่ อันนั้น
ย่อมหายไป เมื่อท่านแลดูชายธง
ของเราแล้วความกลัวความหวาด
เทวดายังรบกันเลย เรื่องนี้ปรากฏ มาจากเชิงเขาพระสุเมรุจากในน้ำ สะดุ้งไม่หายไป ขอท่านทั้งหลาย
ตามกำหนดวาระพระบาลีที่ยกขึ้น
ไว้ในเบื้องต้นว่า ภูตปุพพ์ ภิกฺขเว
เทวาสุรสงฺคาโม สมฺปนฺยุฬโห อโหสิ
ว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องดึกดำ
บรรพ์เคยมีมาแล้วในกาลปางก่อน
เทวาสุรสงคาโม สงครามเทวดา
และอสูร สมุปพยุฬโห อโหสิ ได้
ประชิดกันเข้าแล้ว เทวดาและอสูร
ในดาวดึงส์ทำสงครามกันขึ้นแล้ว
เมื่อสงครามเกิดขึ้นเช่นนั้น ในคราว
ความชนะน่ะชนะอะไร ชนะที่สุดต้องชนะ
ความชั่วทั้งหมด ความชั่วทั้งหมดมีมาก
น้อยเท่าใด มุ่งชนะทั้งหมด
เทวราช ก็ลงไปตั้งพิภพอยู่ภายใต้ นั้นแหละ เหาะขึ้นไปในอากาศ ไป จึงแลดูชายธงของเทวราชปชาบดี
รบกับท้าวสักกรินทรเทวราช
โตสมัยใดพวกอสูรแพ้ท้าวสักกรินทร-
เขาพระสุเมรุ บนยอดเขาพระสุเมรุ
นั้นพระอินทร์ตั้งพิภพอยู่ ในที่นั้น
ถึงคราวสมัยทำสงครามกับ
อสูรเวลาใด ท้าวสักกรินทรเทวราช
๔๔,๐๐๐ โยชน์ จากยอดไปถึงตื่น ก็เรียกเทวดาในชั้นดาวดึงส์ หมู่
เหล่าเทวดาในชั้นดาวดึงส์มีมาก
เรียกว่าดาวดึงส์ หนทางไกลตั้ง
เขาโน่น จากยอดเข้าไปถึงตีนเขา
๘๔,๐๐๐ โยชน์ หนทางไกลขนาดนี้
น้อยเท่าใด เรียกมาสั่งว่า สเจ มาริ
แต่ว่าเขาพระสุเมรุอยู่ในน้ำมีน้ำล้อม สา เทวาน สงคามคตานํ อุปปช
รอบ
เชยย ภวํ วา ฉมฺภิตตฺนํ วา โลมห์โส
เมื่อถึงเทศกาลฤดูดอกแค วา ฯลฯ โส ปริยยิสสติ ว่าดูก่อน
เถิด เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายแล
ดูชายธงของเทวราชปชาบดี ความ
กลัวก็ดี ความหวาดสะดุ้งก็ดี ความ
ขนพองสยองเกล้าก็ดี ที่มีอยู่ ย่อม
หายไป เมื่อท่านแลดูชายธงของ
เทวราชปชาบดีแล้ว ความหวาด
สะดุ้งไม่หายไป ท่านจึงแลดูชายธง
ของวรุณเทวราชเถิด ความกลัว
ความหวาดสะดุ้งความขนพองสยอง
ฝอยในพิภพของอสูรบานขึ้นเวลาใด ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ถ้าความ เกล้าของท่านก็จะหายไป ถ้าว่า
ชาวอสูรตกใจก็ที่พิภพของเราที่เรา กลัวหรือความหวาดสะดุ้งหรือความ เมื่อท่านแลดูชายธงของวรุณเทวราช
เคยอยู่มันมีดอกปาริฉัตตชาติ นี่ ขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้นแก่ท่าน แล้ว ความกลัวความหวาดสะดุ้ง
กัลยาณมิตร ๒๖
ธนวาคม ๒๕๓๙