ผลกระทบจากการโกหก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 52
หน้าที่ 52 / 204

สรุปเนื้อหา

ตลอดชีวิตที่แม่พูดอะไรไว้กับลูก โกหกทั้งหมดหรือเปล่าก็ ไม่รู้ ทีนี้พอลูกระแวงแม่ก่อนแล้วนี่ การจะบ่มเพาะ คุณธรรมอะไรต่างๆ จบแล้วที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ใครที่โกหกคนอื่นแล้วให้ลูกได้ยิน เท่านี้ก็พอจะพัง ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านโกหกพ่อบ้าน หรือ พ่อบ้านโกหกแม่บ้าน ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที เท่านี้ พอแล้วที่จะทำให้ลูกระแวง และถ้าคุณพ่อคุณแม่เคย โกหกลูกเอาไว้อีก ลูกจะไม่ยิ่งระแวงหนักเข้าไปอีกหรือ และหากว่าพ่อแม่เคยเฆี่ยนตี เคยลงโทษโดยปราศจาก เหตุผล คือ เวลาอารมณ์ไม่ดี ทำใครไม่ได้ ก็เลยตีลูกส่ง ไปเลย แล้วจะไม่ให้ลูกระแวงได้ยังไง คือระแวงว่าวันนี้แม่ จะตีอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถามตัวเองว่า เคยบ้างไหมที่ด่าลูกน้องโดยไม่มี เหตุไม่มีผล พออารมณ์ไม่ดีก็ตวาดออกไป แค่นี้ก็จบแล้ว อยากให้เขาเข้ามาใกล้เรา เขาก็ไม่มา เพรา

หัวข้อประเด็น

- ผลกระทบจากการโกหก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตลอดชีวิตที่แม่พูดอะไรไว้กับลูก โกหกทั้งหมดหรือเปล่าก็ ไม่รู้ ทีนี้พอลูกระแวงแม่ก่อนแล้วนี่ การจะบ่มเพาะ คุณธรรมอะไรต่างๆ จบแล้วที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ใครที่โกหกคนอื่นแล้วให้ลูกได้ยิน เท่านี้ก็พอจะพัง ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านโกหกพ่อบ้าน หรือ พ่อบ้านโกหกแม่บ้าน ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที เท่านี้ พอแล้วที่จะทำให้ลูกระแวง และถ้าคุณพ่อคุณแม่เคย โกหกลูกเอาไว้อีก ลูกจะไม่ยิ่งระแวงหนักเข้าไปอีกหรือ และหากว่าพ่อแม่เคยเฆี่ยนตี เคยลงโทษโดยปราศจาก เหตุผล คือ เวลาอารมณ์ไม่ดี ทำใครไม่ได้ ก็เลยตีลูกส่ง ไปเลย แล้วจะไม่ให้ลูกระแวงได้ยังไง คือระแวงว่าวันนี้แม่ จะตีอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถามตัวเองว่า เคยบ้างไหมที่ด่าลูกน้องโดยไม่มี เหตุไม่มีผล พออารมณ์ไม่ดีก็ตวาดออกไป แค่นี้ก็จบแล้ว อยากให้เขาเข้ามาใกล้เรา เขาก็ไม่มา เพราะเราไม่น่าเช้า ใกล้ ไม่รู้จะอารมณ์ร้ายขึ้นมาเมื่อไร เขาระแวงแล้ว ถ้าเราเคยสังเกตตัวเอง เมื่อเราอยู่ชั้นประถมชั้น มัธยม พอเขาบอกว่า “อาจารย์ใหญ่มาแล้ว” เราจะวิ่งไป หาอาจารย์ใหญ่ หรือว่าต่างคนต่างวิ่งหนี เราทำอย่างไร? เราก็ต่างคนต่างวิ่งหนี หายเงียบ เลย แล้วจากนิสัยตรงนี้ พอมาบวชเป็นพระเป็นเณร พอ บอกว่า “เอ้ย หลวงพ่อมาโว้ย” เท่านั้นแหละไม่ต้องหาหรอก หายเงียบกันหมดเลย นี่คือสิ่งที่เป็น เพราะระแวงเสียแล้ว ขณะที่ใครก็ตามที่เรียนมาจากโรงเรียนฝรั่ง เวลาผู้อำนวยการมา เด็กวิ่งเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลัง แล้ว ผู้อำนวยการก็เก่ง แกก็มีวิธีที่จะทำให้เด็กวิ่งเข้ามาหาแก แกถาม “เมื่อคืนใครดูทีวีหรือเปล่า” “หนูลูค่ะๆ” เด็กยกมือ คือแกรู้อยู่ว่า ถึงอย่างไรเด็กต้องดูแน่ๆ แล้วแก ก็ถามต่อ "รายการนั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงแต่งพระองค์ สีอะไร" เด็กก็ตอบว่า “ลีนั้นๆ” พอตอบถูก แกก็มีทอฟฟี่ ไปแจกอันหนึ่ง เด็กก็เฮกันใหญ่ ส่วนที่ตอบผิดแกก็เฉย หรือถ้าผิดก็จะถามว่า “แน่ใจนะ” ถ้าเด็กบอกว่าแน่ใจ แกก็หาวิธีออก “เอ้า ใคร แบะ, พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒ ว่าอย่างไรอีก” เดี๋ยวก็มีคนตอบถูก ส่วนที่ผิดก็ไม่ได้ว่า อะไรลักค่า อย่างมากก็ถามว่า “แน่ใจนะ” แล้วที่ถูกก็ได้ รางวัล เพียงเท่านี้เด็กก็ไม่ต้องหวาดระแวงว่า ถ้าแกตอบ ผิดแล้วจะโดนด่าหรือโดนตี แต่ถ้าตอบถูกแล้ว เด็กก็ได้ รางวัล ขณะที่แบบไทยๆ เรา ถ้าลูกท่า อะไรถูก ก็เฉย กันทั้งบ้าน คิดว่ามันเป็นหน้าที่ของลูกจะต้องทำให้ถูก ถ้า ผิดก็โดนตี หรือโดนด่าว่า “ทำไมมันโง่อย่างนั้นวะ” เพราะฉะนั้น วันหลังไปถามอะไรลูก “ไอ้นั่นทำยังไง ไอ้นี่ ท่ายังไง รู้ไหม” เด็กก็เงียบ ทำไมเด็กเงียบ ก็เรื่องอะไรจะไปพูดล่ะ ถ้าผิดก็ โดนด่า ถ้าตอบถูก แม่ก็ทำเฉย เพราะฉะนั้น อยู่เฉยๆ เลีย ก็จบเรื่อง เพราะถ้าพูด ผลลัพธ์ก็มีสองอย่าง คือดีดลบกับ เสมอตัว แต่ถ้าไม่พูด ผลมีอย่างเดียวคือก็เสมอตัว แล้ว จะเอาอย่างไหน แสดงว่าเด็กมันฉลาด ที่มันไม่ตอบ ถ้า ตอบมันมีแต่ติดลบกับเสมอตัว จะตอบทำไม เพราะฉะนั้น วิธีเลี้ยงลูกแบบนี้ ก็เลยไม่มีอะไรที่ชักชวน เชื้อเชิญ ท้าทายให้เด็กแสดงความคิดเห็น แม้สิ่งเหล่านี้ ก็เป็นต้นเหตุแห่งความหวาดระแวง คือการลงโทษโดยไม่สมเหตุสมผล การไม่มีรางวัลอะไรมา ท้าทาย ก็ทำให้หวาดระแวงได้ สิ่งเหล่านี้อย่ามองข้าม การทำอะไรผิดศีลให้เด็กเห็น แกก็หวาดระแวง การที่ทำ ผิดแล้วลงโทษแกหนักไป แกก็หวาดระแวง หรือการ ลงโทษโดยการไม่สมเหตุสมผล มันก็ทำให้หวาดระแวงไป กันได้เยอะแยะ สิ่งเหล่านี้ ใครๆ ก็ไม่ควรจะมองข้าม ถ้ามอง ข้ามไปแล้ว จะพัฒนาอะไรยาก ยิ่งในฐานะที่เราเป็น ผู้บริหารมาถึงระดับนี้แล้วถ้าลูกน้องหวาดระแวงนิดเดียวว่า ลูกพี่เจ้าอารมณ์ ลูกพี่ชอบเล่นเส้นเล่นสาย อย่าหวังเลย ว่าจะมีใครที่ใจจริงกับเรา จริงใจกับการทำงานให้เราหรือ ให้กับส่วนรวม เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าลูกเราเมียของเรา เขาระแวงเรา แล้ว คนอื่นจะมาไว้ใจอะไรเรา เท่านี้เราก็พัง นี่ก็เป็นสิ่งที่เรา จะต้องมาหยุดคิด มาดูตัวเรา มันก็มาจากกฎแห่งกรรม นั่นแหละ หว่านพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น ท่าดีได้ดีทำชั่วได้ ขั้ว แต่ที่มันร้ายคือท่า แล้วก็ไม่รู้ว่าชั่วว่า ดีแล้วยังสงสัยว่า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More