เส้นทางและที่พักในอาณาจักรกัมพูชา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 128
หน้าที่ 128 / 204

สรุปเนื้อหา

เส้นทางจากยโสธรปุระไปสู่เมืองหลวงของจัมปา พระองค์ได้ทรงสร้างที่พักไว้เป็นช่วงๆ (ประมาณช่วงละ ๑๕ ก.ม.) จำนวน ๔๗ แห่ง มีไฟพร้อม เส้นทางจากยโสธรปุระไปยังเมืองพิมาย มีที่พัก พร้อมไฟ ๑๗ แห่ง เส้นทางจากยโสธรปุระไปยังเมืองชัยวดี จากชัยวดี ไปยังชัยสิงหวดี จากชัยสิงหวดีไปยังชัยราชคีรี จากชัย ราชคีรีไปยังศรีสุวิระบุรี จากศรีสุวีระบุรีไปยังยโสธรปุระมี ที่ทักพร้อมด้วยไฟ ๑๔ แห่ง มี ๑ แห่งที่ศรีศูรยบรรณวัต อยู่ที่ศรีวิชยาทดยปุระแห่งหนึ่ง อยู่ที่กลยุณสิทธิกะแห่งหนึ่ง รวมทั้งสิ้น ๑๒ แห่ง (ชื่อเมืองต่างๆ เหล่านี้หลายแห่งยัง ไม่ทราบแน่ว่าอยู่ที่ใดในปัจจุบัน) อย่างไรก็ดี ระบบเส้นทางพร้อมที่พักนี้ยังคงมีใช้ กันอยู่ในช่วงหนึ่งร้อยปีต่อมา จากบันทึกของจิวด้ากวน ที่มากับคณะทูตจีนได้กล่าวถึงเส้นทางเหล่านี้ด้วยความ ช

หัวข้อประเด็น

- เส้นทางและที่พักในอาณาจักรกัมพูชา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เส้นทางจากยโสธรปุระไปสู่เมืองหลวงของจัมปา พระองค์ได้ทรงสร้างที่พักไว้เป็นช่วงๆ (ประมาณช่วงละ ๑๕ ก.ม.) จำนวน ๔๗ แห่ง มีไฟพร้อม เส้นทางจากยโสธรปุระไปยังเมืองพิมาย มีที่พัก พร้อมไฟ ๑๗ แห่ง เส้นทางจากยโสธรปุระไปยังเมืองชัยวดี จากชัยวดี ไปยังชัยสิงหวดี จากชัยสิงหวดีไปยังชัยราชคีรี จากชัย ราชคีรีไปยังศรีสุวิระบุรี จากศรีสุวีระบุรีไปยังยโสธรปุระมี ที่ทักพร้อมด้วยไฟ ๑๔ แห่ง มี ๑ แห่งที่ศรีศูรยบรรณวัต อยู่ที่ศรีวิชยาทดยปุระแห่งหนึ่ง อยู่ที่กลยุณสิทธิกะแห่งหนึ่ง รวมทั้งสิ้น ๑๒ แห่ง (ชื่อเมืองต่างๆ เหล่านี้หลายแห่งยัง ไม่ทราบแน่ว่าอยู่ที่ใดในปัจจุบัน) อย่างไรก็ดี ระบบเส้นทางพร้อมที่พักนี้ยังคงมีใช้ กันอยู่ในช่วงหนึ่งร้อยปีต่อมา จากบันทึกของจิวด้ากวน ที่มากับคณะทูตจีนได้กล่าวถึงเส้นทางเหล่านี้ด้วยความ ชื่นชมว่า “บนถนนสายใหญ่ๆ มีที่พักคนเดินทางคล้ายกับ ที่พักมาใช้ส่งหนังสือของเรา” นี้คือพระปรีชาสามารถและวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ผู้ทรงสามารถสร้างทางหลวง เชื่อมอินโดจีนไว้เมื่อราวแปดร้อยปีมาแล้ว หากหันมา มองดูในยุคนี้ แม้ในหลายสิบปีที่ผ่านมาบรรดาชาติต่างๆ ในย่านนี้ได้พยายามหาทางร่วมมือกันจัดสร้างทางหลวง เชื่อมอินโดจีนกันมาโดยตลอด แต่จนแล้วจนรอดก็ยัง สร้างไม่สำเร็จจนบัดนี้ ความยิ่งใหญ่ขตงมนุษยชาติ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงครองราชย์อยู่ระหว่างปี พ.ศ.๑๗๒๔ ถึงราวปี พ.ศ.๑๗๖๓ ในรัชสมัยของพระองค์ ถือเป็นที่สุดแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรกัมพูชาก่อน ที่จะถึงกาลล่มสลาย เพราะพอสิ้นรัชกาล อำนาจอันรุ่งโรจน์ ของกัมพูชาก็สิ้นสุดตามพระองค์ไปด้วย สำหรับผมคิดว่า คงเป็นเพราะผลกรรมของกษัตริย์ในรัชกาลต่อมา กล่าว คือบรรดาราชปุโรหิตผู้นับถือศาสนาฮินดูซึ่งเก็บความ ๑๒๖ พันนาม ห พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕®! คับแค้นใจไว้ตลอดรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ได้ ยุยงสนับสนุนพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๒ ให้ทรงปฏิรูป ระบบศาสนาใหม่ โดยมีการกวาดล้างทำลายพระพุทธรูป ตามวัดวาอารามต่างๆ เป็นอันมาก แล้วเอาคิวลึงค์มา ตั้งบูชาแทน ใครก็ตามที่ทำอย่างนี้ย่อมจะมีแต่ความวิบัติ ตามมา เหมือนอย่างที่พวกตาลีบันระเบิดทำลายพระพุทธ รูปซึ่งยืนสงบนิ่งมากว่าพันปีก็ต้องประสบกับความวิบิต อย่างที่เห็น ถ้าจะถามว่าความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ อยู่ตรงไหน? หลายคนก็อาจจะมีมุมมองต่างกันออกไป แต่ตามสายตาของผมเห็นว่าความยิ่งใหญ่ของพระองค์อยู่ ตรงที่ทรงใช้ความเป็นกษัตริย์อย่างคุ้มค่าแก่การสร้างบารมี คือทรงใช้พระราชอำนาจ พระราชทรัพย์ พระราชศรัทธา และพระสติปัญญาเพื่อการสร้างบารมีอย่างเต็มกำลังตาม อย่างมหาธรรมิกราชเจ้าในอดีต เช่นพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นด้น นี้คือสิ่งที่พวกเราทั้งหลายควรคิดได้ว่า ความ ยิ่งใหญ่ของคนอยู่ที่การรู้จักใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อ การสร้างบารมีให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน สติปัญญา กำลังกาย กำลังใจ รวมทั้งตำแหน่งหน้าที่ล้วนมีไว้เพื่อ การสร้างบารมีทั้งสิ้น แม้แต่การได้เกิดเป็นมนุษย์นี้ ก็ถือว่าเป็นต้นทุน ที่สำคัญและเหมาะสมต่อการสร้างบารมีอย่างที่สุดแล้ว ฉะนั้น จึงควรใช้สองตาที่มีอยู่ดูแต่สิ่งดีๆ มีมงคล ใช้สอง หูฟังแต่เรื่องดีๆ มีมงคล ใช้ปากที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวพูด แต่สิ่งดีๆ มีมงคล และใช้สองแขนสองขาทำแต่สิ่งดีๆ มีมงคล ทำบุญกุศลให้สุดกำลังเท่าที่มี ให้สมกับที่ได้มีอัตภาพ ร่างกายเป็นมนุษย์สุดประเสริฐ เกิดมาทั้งทีต้องห่า ความดีให้คุ้ม เพราะคนเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More