ชัยชนะของพระมหาบุรุษเหนือพญามาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 158
หน้าที่ 158 / 204

สรุปเนื้อหา

ล้นท่วมท้นเสนามารทั้งหลายให้ลอยไป แม้ช้างครีเมลข ไม่อาจยืนอยู่ได้ ก็ลอยน้ำไปจนถึงมหาสมุทร พญามารเห็นเช่นนั้นก็อัศจรรย์ใจ ครั่นคร้ามใน ใหญ่ว่า พระภัทธัตถะเป็นมนุษย์ยังอาจเอาชนะมารได้ อานุภาพเห็นปานนี้ ควรที่ชาวโลกจะน้อมเศียรลงบูชา พระองค์ผู้เที่ยงแท้ที่จะเป็นพระบรมศาสดาจารย์ของมวล ประโคมดนตรีอยู่ลือลั่นทั่วจักรวาลก็โกลาหลสะท้านสะเทือน มหาบุรุษได้รับการบูชาจากเทวดาทั้งหลาย พระองค์ได้ พระเดชานุภาพ มหาปฐวีก็ป่วนปั่นกัมปนาท มหาเมฆ ร้องครืนครั่นปานภูเขาจะถล่มทลาย เทพเทวาก็พากัน มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย อัจฉริยภูตธรรมมากมายได้ปรากฏเกิดขึ้น พระ ทันใดนั้นเอง อสนีบาตก็ฟาดเปรี้ยงลงมา หมู่มารทั้งหลาย ทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณอันยอดเยี่ยม แล้วจึง ทรงเปล่งอุทานว่า “เราแสวงหานายช่างผู้กระทำเรือน เมื่อไม่ประส

หัวข้อประเด็น

- ชัยชนะของพระมหาบุรุษเหนือพญามาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ล้นท่วมท้นเสนามารทั้งหลายให้ลอยไป แม้ช้างครีเมลข ไม่อาจยืนอยู่ได้ ก็ลอยน้ำไปจนถึงมหาสมุทร พญามารเห็นเช่นนั้นก็อัศจรรย์ใจ ครั่นคร้ามใน ใหญ่ว่า พระภัทธัตถะเป็นมนุษย์ยังอาจเอาชนะมารได้ อานุภาพเห็นปานนี้ ควรที่ชาวโลกจะน้อมเศียรลงบูชา พระองค์ผู้เที่ยงแท้ที่จะเป็นพระบรมศาสดาจารย์ของมวล ประโคมดนตรีอยู่ลือลั่นทั่วจักรวาลก็โกลาหลสะท้านสะเทือน มหาบุรุษได้รับการบูชาจากเทวดาทั้งหลาย พระองค์ได้ พระเดชานุภาพ มหาปฐวีก็ป่วนปั่นกัมปนาท มหาเมฆ ร้องครืนครั่นปานภูเขาจะถล่มทลาย เทพเทวาก็พากัน มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย อัจฉริยภูตธรรมมากมายได้ปรากฏเกิดขึ้น พระ ทันใดนั้นเอง อสนีบาตก็ฟาดเปรี้ยงลงมา หมู่มารทั้งหลาย ทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณอันยอดเยี่ยม แล้วจึง ทรงเปล่งอุทานว่า “เราแสวงหานายช่างผู้กระทำเรือน เมื่อไม่ประสบ ต่างตื่นตระหนกตกใจกลัวเดชานุภาพของมหาบุรุษ ได้ แตกพ่ายกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง แม้ พญา มารก็เกรงพระเดชาบารมีหลบลี้หนีหน้าไปซ่อนเร้นด้วย ความเสียใจ ออกปากกล่าวสรรเสริญฤทธานุภาพ ประนมมือนมัสการอัญชลีว่า บุคคลใดในโลกและเทวโลก ที่จะเสมอด้วยพระองค์ไม่มี พระองค์จะตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า มีพระเดชครอบงำชนะมาร จะขนสัตว์ผู้ ชาญฉลาดให้ข้ามพ้นโอฆะกันดาร บรรลุฝั่งมหานฤพาน อันเกษมสุขสวัสดี ในคราวนี้แน่นอน เป็นอันว่าพระพุทธเจ้า ของเราได้ทรงชนะมารและเสนามารตั้งแต่ยังไม่ได้ตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อทรงชนะมารแล้ว ทรงบำเพ็ญเพียร โดยมีย่อท้อ ในเวลาปฐมยามก็ได้ทรงบรรลุปุพเพนิวา สานุสสติญาณ ระลึกชาติในหนหลังได้ว่า ในชาตินั้นๆ พระองค์ได้เกิดที่ไหนเป็นอะไรมีชื่อและโคตรอย่างไรเป็นต้น ในเวลามัชฌิมยามทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ รู้การจุติและ อุบัติของสัตว์ทั้งหลายว่า สัตว์นั้นทำกรรมอะไร ตายแล้ว จึงไปเกิดในที่นั้นๆ ในเวลาปัจฉิมยามทรงบรรลุเป็นพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกับอรุณรุ่งในวันใหม่ วันที่พระองค์ ตรัสรู้นั้นเป็นวันเพ็ญกลางเดือนหก ความมหัศจรรย์หลายๆ อย่างได้บังเกิดขึ้น คือ โลกันตริกนรกกว้าง 4 พ้นโยชน์ในระหว่างจักรวาลทั้งหลาย ไม่เคยสว่างแม้ด้วยแสงอาทิตย์ ๓ ดวง ก็ได้มีแสงสว่าง เป็นอันเดียวกัน มหาสมุทรลึก ๘๔,๐๐๐ โยชน์ ได้กลาย เป็นน้ำหวาน แม่น้ำทุกสายพร้อมเพรียงกันไม่ไหล คน บอดแต่กำเนิดแลเห็นรูปได้ คนหนวกแต่กำเนิดก็ได้ยินเสียง คนง่อยเปลี้ยแต่กำเนิดก็สามารถเดินได้อย่างสบาย เครื่องจองจำคือชื่อคาเป็นต้นก็ขาดตกไปเอง พวกเหล่าเทพยดา ครั้นเห็นพญามารแตกพ่ายไป ก็ชื่นชมแซ่ซ้องสาธุการ กล่าวสรรเสริญพระคุณเป็นการ ๓๕๖ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้ท่องเที่ยวไปยังสงสารมิใช่น้อย การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ นี่แน่ะนายช่างผู้กระทำเรือน เราเห็นท่านแล้ว ท่านจักไม่ ได้กระทำเรือนอีกต่อไป ซี่โครงทั้งหมดของท่านเราหัก เสียแล้ว ยอดเรือนเราก็กำจัดแล้ว จิตของเราถึงวีสังขาร คือพระนิพพานแล้ว เราได้ถึงความสิ้นตัณหาแล้ว" ดังนี้ การชนะพญามารครั้งนี้ ถือว่าเป็นชัยชนะที่ ยิ่งใหญ่เป็นอันดับแรกใน ชัยมงคลกถา จากเรื่องนี้จะเห็น ได้ว่า ตราบใดที่กิเลสอาสวะภายในของเรายังไม่หมด ก็ต้องถูกมารตามรังควานเหมือนกัน ตัวตนของมารที่แท้ จริงนั้นมีจริงๆ มิใช่เป็นเพียงเรื่องปรุงแต่งขึ้นมาเป็น บุคลาธิฐานเท่านั้น และมารก็มีอานุภาพมาก ผู้ที่จะถูก เขาบังคับบัญชาได้ง่าย ก็คือผู้ที่ไม่ค่อยฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ปล่อยใจให้เลื่อนลอยปล่อยชีวิตให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ส่งใจไปในเรื่องนอกตัว มัวไปยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆ ทำให้ประมาทในการรักษาใจให้หยุดนิ่ง มีที่ๆ หนึ่งที่เราจะไม่ถูกพญามารบังคับบัญชาได้ คือที่ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่ตรงนี้เป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุด เราจะปลอดภัยจากมารทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร มัจจุมารหรือเทวปุตตมารก็ตาม ไม่สามารถมาบังคับใจของเราได้ เพราะฉะนั้น เราทั้งหลาย จึงไม่ควรประมาท แต่จะใช้เวลาที่ผ่านไปให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ด้วยการน้อมนำใจให้มาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายให้ ได้เป็นประจำทุกๆ วันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้พบที่พึ่งที่ ระลึกอันสูงสุดซึ่งเปรียบเสมือนเกราะแก้วคุ้มกันภัยชั้นเลิศ คือพระรัดนตรัยภายในตัวนั้นเอง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More