คุณค่าของชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 204

สรุปเนื้อหา

"คุณค่าของชีวิต” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้าม หรือถูกถามถึง บางครั้งเราอาจมองข้ามเพราะหาความ หมายไม่เจอ หรือบางทีเราก็ถามถึง เพื่อเป็นกำลังใจใน การดำรงชีวิตอยู่ต่อไป กับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า กับความ สะดวกสบายที่คาดไม่ถึง ขณะเดียวกัน คนเราเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้มนุษย์มี “คุณค่าของชีวิต” หรือ มีความสุขเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีนักคิดทางด้านจิตวิทยา สังเกตเห็นพฤติกรรม ความพึงพอใจของมนุษย์ว่า มีไปตามลำดับขั้น โดยเริ่ม ต้นจากหนึ่ง ความต้องการพื้นฐาน เช่นปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ซึ่งในปัจจุบันนี้อาจ รวมถึงรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ ในเบื้องต้นนั้น มนุษย์มีความหวังแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อได้มีสิ่งต่างๆ ในข้อหนึ่งแล้ว มนุษย์เริ่มมอง หาข้อสองคือ ควา

หัวข้อประเด็น

- คุณค่าของชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตัวที่มีพร้อมสมบูรณ์ลดลงอย่างมาก "คุณค่าของชีวิต” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้าม หรือถูกถามถึง บางครั้งเราอาจมองข้ามเพราะหาความ หมายไม่เจอ หรือบางทีเราก็ถามถึง เพื่อเป็นกำลังใจใน การดำรงชีวิตอยู่ต่อไป กับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า กับความ สะดวกสบายที่คาดไม่ถึง ขณะเดียวกัน คนเราเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้มนุษย์มี “คุณค่าของชีวิต” หรือ มีความสุขเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีนักคิดทางด้านจิตวิทยา สังเกตเห็นพฤติกรรม ความพึงพอใจของมนุษย์ว่า มีไปตามลำดับขั้น โดยเริ่ม ต้นจากหนึ่ง ความต้องการพื้นฐาน เช่นปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ซึ่งในปัจจุบันนี้อาจ รวมถึงรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ ในเบื้องต้นนั้น มนุษย์มีความหวังแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อได้มีสิ่งต่างๆ ในข้อหนึ่งแล้ว มนุษย์เริ่มมอง หาข้อสองคือ ความปลอดภัยเพื่อปกป้องสิ่งต่างๆ ที่ดิ้นรน หามาได้ เราจะพบเห็นบ่อยครั้ง บางทีคนเรามักบ่นว่า สมัยก่อนตอนไม่ค่อยมีเงินทอง กลับสบายใจกว่า ไม่ต้อง มานั่งห่วงกังวล เดี๋ยวนี้จะไปไหนไกลนานๆ ไม่ค่อยกล้า ไป กลัวใครเขาจะมาดักเอาของตนไป และถ้าบังเอิญเรามีความปลอดภัยความมั่นใจดีพอ ตอนนี้เริ่มมีเวลามานึกถึงข้อที่สาม คือ ความสุนทรีย์ ความรื่นรมย์ อยากมีเวลาใช้ทรัพย์ที่มี เป็นการให้รางวัล แก่ตนเองรวมไปถึง การที่มีความรู้สึกว่า ตนเองอยาก เป้นผู้ที่มีความรักในหัวใจและมีความสุขที่จะมีคนมอบ ความรักให้แก่ตนด้วย ตรงนี้ต้องระวังให้ดี มิฉะนั้นอาจ ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา หากขาดวินัยในการใช้ ทรัพย์ปรนเปรอใจตนจนมากเกินไป ส่วนใหญ่คนเรากว่าจะเข้าสู่ข้อสี่ คือ การอยาก มีชื่อเสียงเกียรติยศ เป็นที่ยอมรับในสังคม รวมไปถึง ได้ชื่อว่าสร้างเกียรติคุณแก่แผ่นดิน มักจะเข้าสู่วัยสี่สิบขึ้น ไปเพราะเป็นระยะเวลาที่ผ่านการสะสมสิ่งต่างๆ ทั้งประสบ การณ์และความรู้มามากพอควรอีกทั้งยังเป็นการขยาย ความภาคภูมิใจในตนเอง ที่กว้างขวางมากกว่าสามขั้นที่ ผ่านมาแล้ว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า คนเราในปัจจุบัน ๗๐ กันนะ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕ หวังผลแค่เพียงการเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักของสาธารณชน เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงด้านบวก หรือด้านลบ มันเกิดจากพฤติกรรมที่ลูแปลก แหวกแนว หรือไม่มีใคร กล้าทำ เป็นต้น สิ่งนี้จึงอาจเป็นเหมือนมีใครมาสะกิดให้ เราหันไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือเป็นสิ่งที่ดูไม่งามตา สุดท้ายเราก็คงหันกลับมา เหมือนเดิม เหตุเพราะว่า ขาดหลักการของความต้องการใน ตัวมนุษย์ ซึ่งความภาคภูมิใจที่ต้องการขยายให้ใครๆ ได้ รู้กันนั้น ต้องมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ อันบุคคลผู้นั้น ได้มีคุณสมบัติ บากบั่นฝ่าฟันจนมามีวันนี้ได้ จนอยากจะ แบ่งปันความเปรมปรีดิ์ให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความยินดี และมีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป ดังนั้นใครที่อยากจะเป็น ดาวให้ใครๆ ได้นิยม คงต้องมีพลังแสงและความสดใส มากกว่าที่จะเป็นเหมือนดอกไม้ไฟ ที่พุ่งแสงแรงเพียง ครั้งเดียว แล้วร่วงหล่นลงมา อย่างไม่มีท่าเอาเสียเลย ข้อห้าสุดท้ายมองผ่านๆ ดูเหมือนว่า มนุษย์จะ ค้นพบธรรมชาติของตนเองว่า “คุณค่าของชีวิต” อันเป็น ที่สุดแล้ว อยู่ที่การได้รู้จักและเข้าใจตนเอง ซึ่งฟังดูแล้ว เหมือนยังกับว่า ที่ผ่านจนเกือบค่อนชีวิตแล้ว มนุษย ไม่ค่อยจะรู้จักตนเองยังงั้นแหละที่จริงแล้ว อาจหมาย ถึงว่าความต้องการของมนุษย์ ที่มนุษย์ดิ้นรนแสวงหานั้น ขึ้นอยู่กับอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือความพอใจ ที่จะ ทำให้มีความสุขหรือมีความทุกข์ ตัวอย่างเช่น ถ้าคนเรา มีน้อยแต่พอใจความทุกข์ก็หาย ความสุขก็มีมากขึ้นทันที โดยทั่วไปแล้วความต้องการของมนุษย์มักจะ เป็นไปตามลำดับขั้น ตั้งแต่ข้อหนึ่งไปถึงข้อหา นั่นคือ หากเรายังหิวอยู่ เราคงจะไม่ค่อยนึกถึงชื่อเสียงเกียรติยศ มากดักเท่าใด แต่มันน่าแปลกตรงที่ว่าคนเราทุกวันนี้ แม้จะมีสมบูรณ์ทั้งสี่ข้อแต่ก็ยังไม่มีข้อห้า ไม่มีความสุข และถ้าบังเอิญมีปัญหาเพียงเล็กน้อยก็อาจจะทุกข์มาก จน ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ดูโลกอีกต่อไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนเรานึกถึงแต่ความต้องการ ที่มีทิศทางเช้ามาหาตนเองเท่านั้น แม้จะบอกว่าต้องการ ทำประโยชน์เพื่อสังคม แต่ก็อาจจะเน้นเฉพาะที่มีผลดีต่อ ภาพลักษณ์ของตนเองเป็นหลัก หากเราเปลี่ยนทิศทางมา
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More