ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตัวได้เป็นหลักเป็นฐาน ลูกๆ มีการศึกษาสูงขึ้น ชีวิต
ครอบครัวดีหมดเลย ส่วนคุณน้าก็ได้สามีเป็นนายทหาร
และก็ได้เป็นคุณนายตลอดมา
ทางด้านตัวคุณแม่บุหงาต่อมาก็ได้หันมา
ประกอบอาชีพทางด้านจัดสรรที่ดินด้วยการชักชวนของ
คุณวาสนา ไชยกุล ทำครั้งแรกบริเวณที่ดินแถบคลอง 4
สมัยก่อนที่ถูกราคาแปลงละประมาณ
๑๓,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐
บาท ต่อมาก็บริเวณคลอง ๒ ขายดีมากเหมือนกันจน
ตั้งตัวได้เพราะธุรกิจน้
ผู้สืบทอดวิชชาธรรมกาย
ในปีพ.ศ.๒๕๓๕ คุณแม่บุหงาได้มีโอกาสขึ้นไป
ปฏิบัติธรรมที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพฯ ปุย จ.เชียงใหม่
ในครั้งนั้นคูณแม่บุหงาได้ยินว่า วิชชาธรรมกายมีผู้สิบทอด
แล้ว ซึ่งเป็นคำที่หลวงพ่อวัดปากน้ำฯเคยกล่าวกับหลาน
ของท่านว่า “ผู้ที่จะสืบทอดวิชชาธรรมกายมาเกิดแล้วอยู่ที่
สิงห์บุรี” พอคุณแม่บุหงาได้ยินถ้อยคำตรงนี้จึงสะดุดนึกขึ้น
มาได้ว่า คุณแม่ก็ได้ยินหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสนทนา
ธรรมกับญาติโยม ซึ่งหลวงพ่อท่านก็มักจะพูดถึงแต่เรื่อง
วิชชาธรรมกายที่ท่านค้นพบว่า ท่านต้องเข้าไปนั่งสมาธิ
ในโบสถ์ (วัดโบสถ์(บน) บางคูเวียง) แล้วก็บอกว่า "วันนี้
ถ้าฉันไม่ได้วิชชาธรรมกาย ฉันจะไม่ลุกจากที่เลย" แล้วก็
มีโยมคนหนึ่งถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อเป็นคนค้นพบ
วิชชาธรรมกายนี้แล้วต่อไปใครจะเป้นผู้สืบทอดวิชานี้ล่ะ...
ท่านก็ตอบว่า มีแล้วเขามาเกิดแล้วไม่ใกล้ไม่ไกลจาก
กรุงเทพฯ เท่าไหร่หรอก ไปทางเนี้ยเลยทางอยุธยาไปเนี้ย”
แล้วท่านก็ยังบอกอีกว่า ถ้าคนที่นั่งฟังอยู่ตอนนี้
ยังมีชีวิตอยู่แล้วละก็ต่อไปอาจจะได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ท่านพูดไว้
ตอนนั้นฟังทีแรกคุณแม่บุหงาก็ไม่ได้คิดอะไร
เวลาผ่านไปนานจนเกือบลืม พอได้ไปปักสมาธิที่ดอย
สุเทพฯ ได้ยินเรื่องนี้อีกก็เลยนึกได้เพราะสะดุดหูกับคำว่า
“วิชชาธรรมกายมีผู้รับสืบทอดแล้ว”
และก็ลูราวกับว่าสิ่งที่คุณแม่บุหงาได้ยินได้ฟัง
คราวนั้นจะไม่ได้เป็นแค่ความบังเอิญที่อยู่ในวงสนทนา
เท่านั้น แต่เหมือนเป็นความจงใจที่หลวงพ่อท่านได้บอก
ให้คุณแม่รู้ล่วงหน้า เพราะกาลต่อมาปรากฏว่าลูกชายคน
โตของคุณแม่บุหงาคือคุณชัยพร ได้เป็นเพื่อนสมัยเรียน
ตั้งแต่โรงเรียนสวนกุหลาบจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รุ่นเดียวกับหลวงพ่อธัมมชโย ตอนนั้นคุณแม่จำได้ว่าลูก
เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนปฏิบัติธรรมในระหว่างเรียน
หนังสืออยู่คนหนึ่ง สมัยนั้นจะมีนักศึกษามีวิชาสามารถ
เอามือล้วงลงไปในกระทะกล้วยแขกเดือดๆ ได้ แต่ถ้า
เมื่อไหร่มีหลวงพ่อยืนมองอยู่ด้วย (ขณะเป็นนักศึกษา)
ชีนหยิบลงไปก็เป็นต้องมือพองทุกราย
เมื่อหลวงพ่อธัมมชโยบวชแล้ว คุณชัยพรก็ได้
เข้าไปกราบเรียนถามหลวงพ่อธัมมชโย ณ ผืนแผ่นดิน ๑๘๖
ไร่ ครั้งยังเป็นท้องนาว่า ที่แถวนี้ดีไหม (แถวคลอง ๒ และ
คลอง ๓) แม่ผมจะมาซื้อที่แถวนี้ไว้จัดสรร หลวงพ่อท่าน
ก็บอกว่า “ที่แถวนี้ต่อไปดีทุกแปลง จับแปลงไหนได้เงิน
แปลงนั้นให้มาทำเลย" และพอมาทำก็ขายดีจริงๆ เป็นที่ที่
ทำให้คุณแม่บุหงาตั้งตัวได้ สมกับคำของหลวงพ่อวัด
ปากน้ำฯ ที่ท่านได้พยากรณ์ไว้ว่า “ยิ่งแก่ยิ่งรวย” ปัจจุบัน
คุณแม่บุหงามาทำบุญและปฏิบัติธรรมทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน
และตั้งใจสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย
ตลอดไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม
และนี้ก็เป็นเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ
วัดปากน้ำฯที่ได้รับถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของคุณแม่
บุหงา วชิรกรณ์วัฒนา ผู้ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ เคยทัก
ไว้ว่า “ลูกเอ๊ย... ยิ่งแก่ ยิ่งรวย" แล้วก็เป็นจริงทุกประการ
ฉบับหน้าเราจะได้พบ “บุคคลยุคต้นวิชชา” จากประสบการณ์
จริงของผู้มีบุญในยุคหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ กันต่อไป
สำหรับผู้มีบุญที่ได้มีโอกาสร่วมยุคกับพระเดชพระคุณหลางพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
หรือผู้ที่ทราบและรู้จักบุคคลเหล่านั้น ขอความกรุณาท่าน ได้ติดต่อมายัง กองบรรณาธิการวารสารกัลยาณมิตร โทร.0-๒๕๒๔-๐๒๕๗-
๖๓ ต่อ ๑๗๘๑-๔ เพื่อเป็นการประกาศคุณของมหาปูชนียาจารย์ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ให้ขยายปรากฏต่อชาวโลกสืบไป
๙๘ จยาณมิต พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕*®