ข้อความต้นฉบับในหน้า
การอุบัติขึ้นของพระองค์จึงทำให้หมู่สัตว์
หลุดพ้นจากความมืดคืออวิชชา พบแสงสว่างแห่งสัจธรรม
กันมากมายเป็นเอนกอนันต์ พระองค์ทรงได้รับชัยชนะมา
นับภพนับชาติไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นจึงได้รับการเฉลิมพระ
นามว่า พระชินเจ้า พระชินสีห์หรือพระอนันตชิน ซึ่ง
หมายถึงผู้มีชัยชนะตลอดกาล ชัยชนะที่สำคัญซึ่งพระ
โบราณจารย์ได้พรรณนาเอาไว้ มีอยู่ด้วยกัน 4 ครั้ง ท่าน
ได้รวบรวมเป็นบทสวดพุทธชัยมงคลคาถา หรือที่เราเรียกว่า
สวดพาหุง นั้นเอง ทั้ง 4 บทนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ ที่เกิดขึ้นในสมัย
เริ่มตั้งแต่ชัยชนะ ๘ ครั้งสำคัญนั้นคือ
พุทธกาล
๑. ชัยชนะที่มีต่อพระพญามาร
๒. ชัยชนะที่มีต่ออาพวกยักษ์
๓. ชัยชนะที่มีต่อช้างนาพาคีรี
๔. ขัยชนะที่มีต่อองคุลีมาลโจร
๕. ชัยชนะที่มีต่อนางจิญจมาณวิกา
5. ชัยชนะที่มีต่อสัจจกนิครนถ
๗. ชัยชนะที่มีต่อนันโทปนันทะนาคราช
๔. ชัยชนะที่มีต่อพกพรหม
เพื่อเป้นการเจริญพุทธานุสสติมีพระพุทธเจ้าเป็น
อารมณ์ อันจะส่งผลให้ได้รับอานิสงส์ใหญ่ติดตัวเราไปข้าม
ภพข้ามชาติ เป็นอุปนิสัยให้ได้เกิดในบวรพุทธศาสนา
และเพื่อเป็นการเดินตามรอยบาทพระบรมศาสดา จึงถือ
โอกาสน้อมนำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับชัยชนะครั้งสำคัญทั้ง ๔
นี้ มาเล่าถ่ายทอดผ่านปลายปากกาสู่ท่านผู้อ่าน เพื่อ
เป็นการเพิ่มพูนพลังศรัทธาในองค์พระบรมศาสดา และ
จะได้มีกำลังใจในการสร้างความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
ชัยชนะของพระพุทธเจ้าครั้งที่ ๑
ทรงชนะพญามาร
ov
พาหุ สหสฺสมภินิมมิตสาวธนต์
ครีเมขส์ อุทิตโฆรสเสนมาร์
ทานาทิธมฺมวิธินา ชิตวา มุนินโท
ตันเตชสา ภวตุ เต ชยมงฺคลาน
(คำแปล) พระจอมมุนีได้ชัยชนะพญามาร ผู้นิรมิตแขน
มากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่คชสารครีเมขล์ พร้อมด้วย
©๕๒ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. 104:88
เสนา มาโห่ร้องต้องกึกด้วยธรรมวิธีมีทานบารมี เป็นต้น
ด้วยเดชแห่งพุทธชัยมงคลนั้น ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมี
แกทาน
มารหรือพญามาร คือผู้ขวางความดี ชัดขวาง
หนทางของการสร้างบารมี คอยล้างผลาญทำลายความดี
ของมนุษย์ แล้วชักน่าให้คนกระทำในสิ่งที่เป็นบาปอกุศล
พอกพูนอาสวะกิเลสให้หนาแน่นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็
ขวางกั้นไว้ไม่ให้ทำความดีได้เต็มที่ ทำให้มนุษย์ยากที่จะ
หลุดพ้นจากภพทั้ง ๓ คือกามภพ รูปภพ อรูปภพ ซึ่ง
เปรียบเสมือนคุกใหญ่ที่คุมขังสัตว์และตรึงเอาไว้ด้วยกิเลส
อาสวะ งเป็นเครื่องผูกหย่อนๆ แต่แก้ยากที่สุด ท่า ให้
ต้องระทมทุกข์อยู่ในทะเลแห่งสังสารวัฏเรื่อยไป
ในพระไตรปิฎกมีบันทึกไว้หลายแห่ง แต่ก็ไม่ได้
บอกลักษณะของมารว่า มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เราจะ
เห็นมารตัวจริงได้ ก็ต่อเมื่อใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
เท่านั้น ซึ่งปกติของมารจะคอยขัดขวางคนห่า ความดี ให้
มีอุปสรรคต่างๆ นานา แต่มารไม่สามารถบังคับผู้มีใจ
หยุดนิ่งดีแล้ว จะบังคับได้ก็เฉพาะผู้ที่มัวส่งใจไปในเรื่องไร้
สาระ ออกนอกศูนย์กลางกายเท่านั้น เหมือนพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงได้ชัยชนะพญามารในวันที่ตรัสรู้ธรรมใต้
ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์
เรื่องมีอยู่ว่า พญามารได้ตามรังควานพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าของเราตลอดมา นับแต่ทรงออกผนวช ได้
พยายามปิดบังเห็น จ๋า คิด รู้ ของพระองค์เอาไว้ ไม่ให้รู้
หนทางสายกลาง ทำให้ต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญเพียร
และบำเพ็ญทุกรกิริยานานถึง 5 ปี ในที่สุดเมื่อบารมีแก่รอบ
พระองค์ก็สามารถได้ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ เพราะทรงปราบ
ได้ทั้งพญามาร และเสนามาร
ในวันที่พระมหาบุรุษจะตรัสรู้นั้น พระองค์ประทับ
ตั้งอยู่ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือที่เราเรียกว่า ต้นโพธิ์
หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ทรงมีพระมนัสมั่นคง
ทรงทั้งคือปราชิตบัลลังก์ ซึ่งแม้ว่าจะผ่าลงมาถึงร้อยครั้ง
ก็ไม่แตกทำลาย โดยทรงอธิษฐานว่า เนื้อและเลือดใน
สรีระจะแห้งเหือดไปหมดสิ้น จะเหลือแต่หนัง เอ็น และ
กระดูก ก็ตามที เรายังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
จักไม่ทำลายบัลลังก์นี้