ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๓๐ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙
มีเลียงไม้ตีหลัง ดังปึกๆๆ วนไปในห้องใหญ่ ทราบตอนหลังว่า
จะมีเจ้าหน้าที่เดินไป ถ้าใครง่วงก็ขอให้เขาตีหลังให้ ตอนที่
เขาเดินมาห้องแยก ผมไม่ทราบเทคนิค เลยไม่ได้ขอให้เขา
ตีหลังให้ เสร็จแล้วก็นั่งต่อกันไปอีกประมาณ ๑๕ นาที
จากนั้นก็เป็นการเดินสมาธิ คือ ย่างก้าว ตอนหายใจออก
ก้าวช้ามาก สั้นๆ ใช้เวลาอีก ๑๕ นาที และต่อด้วยการ
สวดมนต์ ภาษาญี่ปุ่น (ทั้งห้องไม่มีคนญี่ปุ่นแม้แต่คนเดียว
ครับ ฝรั่งเศสล้วน ผิวดำก็มีปนมาบ้าง ก็น่าทึ่งเหมือนกัน)
มีเลียงกลอง กระดิ่ง และบักซื้อ ควบคุมจังหวะ สวดกัน ๓
รอบ สวดเสร็จหนึ่งรอบ ก็กราบหนึ่งครั้ง ช่วงสวดมนต์
ทุกคนจะหันหน้าไปที่องค์พระที่อยู่กลางห้อง ความเร็วของ
การสวดมนต์จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนรอบสุดท้ายจะ
เร็วที่สุด จากนั้นก็นั่งกันต่ออีกพักหนึ่ง รอบนี้จะมีการอ่าน
คติธรรมของปรมาจารย์ประกอบอีก แปลเป็นภาษาฝรั่งเศส
แล้ว ใช้เวลาอีกประมาณ ๑๕ นาที แล้วก็สวดมนต์ คล้าย
อธิษฐานอีก ๒-๓ นาที เสียงช่วงนี้ทุ่มต่ำ คล้ายเสียงสวด
ของพระทิเบต แต่จะสวดกันเร็ว ปิดท้ายด้วยเสียงประกาศ
เป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งก็คือ เสร็จพิธี เขาก็ยกมือไหว้ข้างฝา
(แบบแขนกางๆ สไตล์ญี่ปุ่น) แล้วก็หันกลับไปไหว้พระพุทธรูป
และจากนั้นก็แสดงความเคารพต่อกัน สังเกตได้ว่าผู้อยู่
กลางห้อง ชุดกิโมโนตานั้น จะมีลีพาดเป็นสีน้ำตาลแบบลี
จีวรพระป่า ถามเขาตอนหลัง จึงทราบว่า ผู้ที่แต่งชุดนี้คือ
พระ แต่จะแต่งเฉพาะในพิธีกรรม พอเสร็จก็เปลี่ยนชุด ใส่
กางเกงยีนส์ เสื้อหนังได้ ก็เป็นสไตล์ของพระแบบญี่ปุ่น
หลังเสร็จพิธีก็ทยอยกันออกจากห้องอย่างสงบและเป็นระเบียบที่
ประตูออกเขาจะต้องหันหลังกลับมาไหว้พระที่อยู่กลางห้องก่อนทีละคู่หรือสามคน
ตามลักษณะแถว คนต่อมาก็จะรออย่างสงบ ทยอยทำกันไปตามลำดับ จากนั้น
ก็เปลี่ยนชุดจากกิโมโนไปเป็นชุดที่ใส่มา ใครที่ไม่มีธุระไปไหนก็จะไปดื่มน้ำชากัน
คงเป็นการคุยธรรมะกัน ผมขอเขากลับเลย เพราะเลยเวลาเที่ยงรันไปพอ
สมควรแล้ว
ที่ตั้งใจเล่าเรื่องนี้ เพราะได้ข้อคิด เกี่ยวกับบรรยากาศพิธีกรรมที่เกิด
จากความเป็นระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศตลอดกิจกรรม จะสงบ เรียบร้อย
และทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ตามมาความเงียบในระหว่างที่นั่งสมาธิ และ
ประกอบพิธีกรรม ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมมีความรู้สึกที่ดีมากครับ
ผมได้ถามตนเองต่ออีกว่า ญี่ปุ่นเขามีดีอะไร ที่วันนี้ฝรั่งยอมทำพิธีกรรม
ตามแบบฉบับของญี่ปุ่นทุกอย่าง ผมตอบกับตนเองว่า อาจารย์ญี่ปุ่นวางระบบ