การนอนหลับและการเตรียมตัวตาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 180
หน้าที่ 180 / 204

สรุปเนื้อหา

ปกิณกะนานาสาระ : มฤคยสาร นอน อย่างไร ให้เกิดสุข สิ่งหนึ่งที่ทุกๆ คนต้องกระทำ และอยากจะ กระทำทุกๆ วัน นั่นคือ การพักผ่อน การพักผ่อนมีได้ หลายวิธี เช่น การได้เดินทางไปพักผ่อนยังสถานที่ ตากอากาศต่างๆ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ การเลี้ยงสัตว์ การสะสมของเก่า แต่การพักผ่อน คือ การนอนหลับ โดยปกติแล้วคนเราต้องการเวลาในการพักผ่อน นอนหลับไม่เท่ากัน เช่น เด็กทารกอาจให้เวลาพักผ่อนถึง ๑๖-๒๐ ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่นอาจใช้ ๖-๘ ซม. ก็เพียงพอที่ จะทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ประโยชน์ของการนอนหลับ คือ ทำให้ร่างกาย ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และในช่วงที่เราหลับนี่เอง ร่างกาย ก็ได้ซ่อมแซมส่วนอวัยวะต่างๆ ที่สึกหรอให้กลับมามี สภาพที่สมบูรณ์ แต่นั้นเป็นเพียงประโยชน์โดยทั่วๆ ไป ในทาง พระพุทธศาสนามองลึกลงไปกว่านั้นอีก

หัวข้อประเด็น

- การนอนหลับและการเตรียมตัวตาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปกิณกะนานาสาระ : มฤคยสาร นอน อย่างไร ให้เกิดสุข สิ่งหนึ่งที่ทุกๆ คนต้องกระทำ และอยากจะ กระทำทุกๆ วัน นั่นคือ การพักผ่อน การพักผ่อนมีได้ หลายวิธี เช่น การได้เดินทางไปพักผ่อนยังสถานที่ ตากอากาศต่างๆ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ การเลี้ยงสัตว์ การสะสมของเก่า แต่การพักผ่อน คือ การนอนหลับ โดยปกติแล้วคนเราต้องการเวลาในการพักผ่อน นอนหลับไม่เท่ากัน เช่น เด็กทารกอาจให้เวลาพักผ่อนถึง ๑๖-๒๐ ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่นอาจใช้ ๖-๘ ซม. ก็เพียงพอที่ จะทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ประโยชน์ของการนอนหลับ คือ ทำให้ร่างกาย ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และในช่วงที่เราหลับนี่เอง ร่างกาย ก็ได้ซ่อมแซมส่วนอวัยวะต่างๆ ที่สึกหรอให้กลับมามี สภาพที่สมบูรณ์ แต่นั้นเป็นเพียงประโยชน์โดยทั่วๆ ไป ในทาง พระพุทธศาสนามองลึกลงไปกว่านั้นอีกว่า การนอนหลับ ของทุกๆ ชีวิตแฝงไว้ด้วยปริศนาธรรมลึกซึ้งที่ชวนให้ขบคิด นั้นคือ “การนอนเป็นการซ้อมตาย" เหตุที่กล่าวเช่นนั้น เพราะเมื่อเราหลับไปใน แต่ละวันเราไม่ทราบเลยว่า ตนเองจะได้มีโอกาสลืมตาขึ้น มาดูโลกใบนี้ในวันรุ่งขึ้นได้อีกหรือไม่ เพราะหากการนอน หลับแล้วผู้นั้นไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เรียกว่า การตาย และแม้ทุกคนไม่ปรารถนา แต่ไม่มีผู้ใดรอดพ้น ความตายไปได้ ธรรมชาติใจของคนเรานั้นเก็บทุกประสบการณ์ที่ ©๗๘ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕ ผ่านมาเข้ามาในชีวิตในลักษณะของภาพ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสหรืออารมณ์ต่างๆที่มากระทบใจ และ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องตายภาพต่างๆ ที่เก็บบันทึกไว้ในใจ จะค่อยๆ กรอกลับอย่างรวดเร็ว หากภาพสุดท้ายที่ ปรากฏในขณะที่เราละโลกเป็นภาพดีๆ ที่เราเคยทำไว้ก็จะ ทำให้เราไปสู่ภพภูมิที่ดี แต่ถ้าภาพสุดท้ายที่ปรากฏใน ขณะที่เราละโลกเป็นภาพสิ่งไม่ดีที่เราเคยพลั้งพลาดทำไป จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ภาพนี้จะชักน่าให้เราไป เกิดในทุคติ มีอบายภูมิเป้นที่ไป พระพุทธองค์จึงทรงสอนเรื่องที่ท่า ให้จิตใจของ เราคุ้นอยู่กับความดี สอนให้คิดดี พูดดี และท่าดี เพื่อจะ ได้พบเจอแต่สิ่งที่ดี แต่ทว่าในปัจจุบันนี้ สิ่งที่เราพบเจอ อยู่เป็นประจํา วนเป็นเรื่องที่ทําให้จิตใจรุ่มร้อน ห่างไกล จากคุณความดี หากไม่รีบแก้ไขโดยการน่าใจกลับไปตั้ง ณ ฐานที่ตั้งตั้งเติมของใจ คือศูนย์กลางกายแล้ว ใจของเราก็ จะยิ่งเสื่อมคุณภาพ ตอนเด็กๆ ก่อนจะเข้านอน ปู่ย่าตายายเคยสอน ให้ไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิให้ใจใส่ให้ใจคุ้นเคยกับภาพดีๆ เอาวิธีนี้กลับมาปัดฝุ่นใหม่ เมื่อวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิตมาถึง เราจะได้หลับตาลาโลกนี้ไปพร้อมกับภาพดีๆ อันจะนำเรา ไปสู่ภพภูมิที่ดีอย่างแน่นอน
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More