การต่อสู้ระหว่างพระมหาบุรุษและพญามาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 11 หน้า 157
หน้าที่ 157 / 204

สรุปเนื้อหา

ก็บันดาลให้เกิดพายุใหญ่พัดมาจากทิศตะวันออก มีกำลัง แรงขนาดทำลายภูเขาใหญ่สูงหนึ่งถึงสองโยชน์ด้วยฤทธิ์ ของตน แต่เมื่อลมนั้นพัดมาก็ไม่อาจแม้ยังจีวรของพระ มหาบุรุษให้ไหวได้ ต่อมา พญามารก็บันดาลให้มหาเมฆ ตั้งขึ้น ทำห่าฝนให้ตกลง น้ำฝนไหลนองไปทั่ว แต่ก็ไม่ อาจทำให้จีวรของพระมหาบุรุษเปียกน้ำฝนแม้แต่หยดเดียว พญามารจึงบันดาลให้ห่าฝนศิลาตกลงมาทำลายยอดเขา น้อยใหญ่ บังเกิดเป็นเปลวไฟ มีควันตลบขึ้นไปในอากาศ แต่พอมาถึงพระมหาบุรุษก็กลับกลายเป็นดอกไม้ทิพย์บูชา พระองค์ พญามารยังไม่ลดละความพยายามได้บันดาลให้ ห่าฝนอาวุธวิเศษนานาชนิดตกลงมา เมื่อตกลงก็เป็นเปลว ไฟ แต่เมื่อจะมาถึงพระวรกายของพระมหาบุรุษ ก็กลาย เป็นดอกไม้ทิพย์บูชาพระมหาบุรุษอีก พญามารเห็นดังนั้นก็บันดาลให้ฝนถ่านเพลิง ตกลงมา ฝนถ่านเพลิงนั้นมีสีแดงร้อนแ

หัวข้อประเด็น

- การต่อสู้ระหว่างพระมหาบุรุษและพญามาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็บันดาลให้เกิดพายุใหญ่พัดมาจากทิศตะวันออก มีกำลัง แรงขนาดทำลายภูเขาใหญ่สูงหนึ่งถึงสองโยชน์ด้วยฤทธิ์ ของตน แต่เมื่อลมนั้นพัดมาก็ไม่อาจแม้ยังจีวรของพระ มหาบุรุษให้ไหวได้ ต่อมา พญามารก็บันดาลให้มหาเมฆ ตั้งขึ้น ทำห่าฝนให้ตกลง น้ำฝนไหลนองไปทั่ว แต่ก็ไม่ อาจทำให้จีวรของพระมหาบุรุษเปียกน้ำฝนแม้แต่หยดเดียว พญามารจึงบันดาลให้ห่าฝนศิลาตกลงมาทำลายยอดเขา น้อยใหญ่ บังเกิดเป็นเปลวไฟ มีควันตลบขึ้นไปในอากาศ แต่พอมาถึงพระมหาบุรุษก็กลับกลายเป็นดอกไม้ทิพย์บูชา พระองค์ พญามารยังไม่ลดละความพยายามได้บันดาลให้ ห่าฝนอาวุธวิเศษนานาชนิดตกลงมา เมื่อตกลงก็เป็นเปลว ไฟ แต่เมื่อจะมาถึงพระวรกายของพระมหาบุรุษ ก็กลาย เป็นดอกไม้ทิพย์บูชาพระมหาบุรุษอีก พญามารเห็นดังนั้นก็บันดาลให้ฝนถ่านเพลิง ตกลงมา ฝนถ่านเพลิงนั้นมีสีแดงร้อนแรงราวกะไฟนรก ปราศจากเปลวและควัน แต่แล้วฝนถ่านเพลิงนั้นก็กลับ กลายเป็นทิพยมาลาตกลงบูชาพระมหาบุรุษ แต่นั้นจึง บันดาลให้ฝนเถ้าวิ่งอันร้อนแรงตกลงมา ฝนเถ้าวิ่งนั้นก็ กลายเป็นจุณจันทน์ทิพย์เรียงรายบูชาพระมหาบุรุษอีก พญามารเห็นดังนั้น จึงบันดาลให้ห่าฝนทราย กรดอันละเอียด เป็นควันเป็นเปลวตกลงจากอากาศ แต่ ฝนทรายกรดนั้นก็กลับกลายเป็นดอกไม้และแก้วมณีตกลง ทั่วบริเวณรอบพระศรีมหาโพธิ์นั้น ต่อมาพญามารก็บันดาล ให้ฝนเปือกตมอันร้อนระอุด้วยเปลวไฟตกลงมา ฝนเชือก ตมนั้นก็กลับกลายเป็นเครื่องลูบไล้อันมีกลิ่นหอม ลงมา บูชาแทบพระบาท ต่อแต่นั้นได้บันดาลให้เกิดความมืดมนอนธการ อันประกอบด้วยองค์ ๔ ด้วยหวังว่าพระมหาบุรุษจะตก พระทัยแล้วเสด็จหนีไป แต่ก็ปรากฏเป็นแสงสว่างของ ดวงอาทิตย์มาลบล้างความมืดนั้นให้หายไป เมื่อพญามารไม่อาจที่จะทำอันตรายพระมหา บุรุษด้วยฤทธิ์ของตนได้ ก็กริ้วโกรธยิ่งนัก เร่งให้ไพร่พล เข้าไปจับพระมหาบุรุษมาฆ่าเสีย ตัวพญามารเองไสช้าง คิริเมลย์ เข้าไปใกล้ต้นโพธิ์ กวัดแกว่งอาวุธร้องประกาศว่า ดูก่อนสิทธัตถะ ท่านจงลุกขึ้นจากบังลังก์นี้ รัตนบัลลังก์นี้ ไม่ควรแก่ท่าน ควรแก่เราต่างหาก พอพระมหาบุรุษถามถึงพยาน พญามารก็มองดู บริวารของตนแล้วกล่าวว่า “ชนเหล่านี้เป็นพยานของเรา” เสนามารก็พากันโห่ร้องรับกันลั่นไปทั่วเทวโลก พระมหา บุรุษตรัสว่า “รัตนบัลลังก์นี้ บังเกิดขึ้นด้วยบุญของเรา หาได้เกิดเพราะบุญของท่านไม่ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ยอม ลุกขึ้นเด็ดขาด" พญามารได้ฟังเช่นนั้น ก็กริ้วโกรธเป็นกำลัง กวัดแกว่งจักราวุธหมายจะทำอันตรายพระมหาบุรุษ แล้ว ขว้างไป จักราวุธนั้นก็พลันกลายเป็นเพดานกางกั้นพระ มหาบุรุษในเบื้องบน บรรดาเสนามารก็ขว้างอาวุธน้อย ใหญ่ตามเข้าไป อาวุธเหล่านั้นก็กลายเป็นบุปผชาติตกลง ยังพื้นดินทั้งสิ้น พญามารขู่ว่า “ท่านไม่รู้จักกำลังของเราเสียแล้ว เรามีพหลโยธามากมาย มีอาวุธครบครัน ตัวท่านนั้นเล่ามี ลำพังคนเดียว ปราศจากโยธาทั้งอาวุธ ยังมากล้าลองดี กับเรา” พระมหาบุรุษตรัสตอบว่า “ดูก่อนมาร แม้ตัวท่าน ก็ไม่รู้กําลังของเรา เราได้บ้ารุงเลี้ยงไพร่พลไว้มากมาย มีอาวุธพร้อมมือ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่กลัวท่าน บารมี ๓๐ ทัศนี้ เป็นโยธาของเรา ปัญญาอันคมกล้าเป็นอาวุธของ เราที่เราสั่งสมมาช้านาน สามารถนำออกใช้การได้ทันที” พระมหาบุรุษได้ตรัสว่า พยานที่รู้เห็นการกระทำา ของเราไม่มี แต่พื้นดินอันหาวิญญาณมิได้นี้เป็นพยานของ เรา เมื่อพระองค์ได้เอ่ยอ้างเอามหาทานบารมีที่เคยสั่งสม เอาไว้ตั้งแต่สมัยเป็นพระเวสสันดรเป็นต้น แผ่นดินนี้ก็ สะเทือนหวั่นไหวถึง ๗ ครั้ง และไหวในสมัยอื่นอีกมากมาย เมื่อตรัสเช่นนี้แผ่นดินก็หวั่นไหวขึ้นเสมือนหนึ่งรับรอง พระดำรัสของพระองค์ ฝ่ายเจ้าแม่ธรณีมิอาจนิ่งอยู่ได้ เมื่อถูกพระมหา บุรุษอ้างเป็นพยาน จึงได้บันดาลเป็นรูปนารีผุดขึ้นจากพื้น ดิน ปรากฏอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระมหาบุรุษร้อง ประกาศว่า ข้าแต่พระมหาบุรุษ ข้าพระองค์ทราบอยู่ซึ่ง บุญที่พระองค์สั่งสมมาตั้งแต่ต้น ด้วยว่าน้ำทักษิโณทกที่ พระองค์หลั่งลงเหนือพื้นปฐพีนั้น ได้ตกลงซุ่มอยู่ในมวย ผมของข้าพระองค์มากมายประมาณมิได้ ข้าพระองค์จะ ได้บิดน้ำในมวยผมให้ไหลออกมาประจักษ์แก่นัยนา ณ บัดนี้ ว่าแล้วก็บิดน้ำจากมวยให้ไหลออกมา น้ำนั้นมากมายไหล กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕ ๑๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More