ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประโยชน์ของลมหายใจ คือ เอาออกซิเจนเข้า
ไปในปอดซึมซับเข้าไปในโลหิต และนำคาร์บอนไดออก
ไซด์ออกมา ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ลมหายใจจึงมีภาระกิจ
หลักในการยังชีวิตของสัตว์ทั้งหลายให้ดำรงอยู่ ถ้าเราใช้
ประโยชน์ของลมหายใจเพียงเท่านี้ มนุษย์ก็ได้ประโยชน์
จากลมหายใจเท่ากับหมู แมว กา ไก่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ใช้ลมหายใจมา
พัฒนาจิตวิญญาณ ให้ไปสู่ความประเสริฐอย่างน้อย ๒
ประการคือ
ประการแรก อาณาปาณสติ หมายถึง กำหนด
สติไว้ที่ปลายสุดลมหายใจเข้าออกภายในกลางกาย คือ
ชั่วขณะเคี้ยวค่าข้าว ๑ คำ...........
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่
ชั่วขณะหายใจเข้าและหายใจออก หรือหายใจออกและ
หายใจ เข้า เราพึงระลึกถึงค่า สอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มี
พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภิกษุที่เจริญมรณสติว่า เราพึงเป็น
อยู่ได้วันหนึ่งคืนหนึ่ง เราพึงเป้นอยู่ได้วันหนึ่ง เราพึงเป็น
อยู่ได้ครึ่งวัน เราพึงเป็นอยู่ใต้ชั่วขณะฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะฉันบิณฑบาตครึ่งหนึ่ง เราพึงเป็น
อยู่ได้ชั่วขณะเคี้ยวค่าข้าว ๔ - ๔ ค่า เรากล่าวว่า ภิกษุ
เอาลมหายใจมาเป้นเครื่องมือในการฝึกใจให้เข้าสู่ความสงบ ทั้ง 5 รูปนี้ยังเป็นผู้ประมาทอยู่
หยุดนิ่งเพื่อความหลุดพ้นจากกองทุกข์ในที่สุด
ประการที่สอง เจริญมรณสติ หมายถึง เจริญสติ
ระลึกนึกถึงความตาย
ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า มรณสติที่บุคคลเจริญให้มาก ย่อม
มีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด
เธอทั้งหลายเจริญมรณสติอยู่หรือไม่
ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าพระองค์ยังเจริญมรณสติอยู่ ข้าพระองค์มีความคิด
อย่างนี้ว่า เราพึงเป็นอยู่ได้คืนหนึ่งและวันหนึ่ง เราจึง
ระลึกถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราจึงทำจิตให้มาก
ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้
ส่วนภิกษุรูปที่เจริญมรณสติว่า เราพึงเป็นอยู่
เพียงชั่วกินค่าข้าว ๑ ค่า และภิกษุที่เจริญมรณสติว่า
เราฟังเป็นอยู่เพียงชั่วหายใจเข้าและหายใจออก หรือหายใจ
ออกและหายใจเข้า เรากล่าวว่า ภิกษุทั้ง ๒ รูปนี้เป็น
ผู้ไม่ประมาท เจริญมรณสติอย่างแรงกล้าเพื่อความสิ้นอา
สาะทั้งหลาย เพราะเหตุนี้แลภิกษุทั้งหลายพึงสาเนียกว่า
เราเป็นผู้ไม่ประมาท เจริญมรณสติอย่างแรงกล้าเพื่อ
ความสิ้นอาสวะทั้งหลาย
สรุปว่าลมหายใจมีประโยชน์อย่างน้อย ๓ ประการ
คือ ใช้ดำรงชีวิต ใช้ฝึกจิตให้สงบหยุดนิ่ง และใช้เป็น
เครื่องระลึกถึงความตาย
บางคนใช้ลมหายใจเพื่อการดำรงชีวิตอย่างเดียว
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงอยู่ได้ บางคนใช้ลมหายใจเป็นเครื่องน่า ใจไปสู่ความสงบหยุดนิ่ง
วันหนึ่ง...........
ครึ่งวัน.
เพื่อสิ้นอาสวะกิเลสด้วย แต่บางคนน่า ลมหายใจมาเป็น
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่ได้
เครื่องระลึกนึกถึงความตาย เพราะถ้าหายใจเข้าแต่ไม่
หายใจออกก็ตาย ถ้าหายใจออกแต่ไม่หายใจเข้าก็ตาย
แล้วเร่งรีบขวนขวายสร้างความดี สร้างบุญกุศลเอาติดตัว
ไปในภพชาติเบื้องหน้า
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่ได้
เพียงชั่วขณะฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง....
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่
เพียงชั่วขณะฉันบิณฑบาตครึ่งหนึ่ง..
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่
ขณะเคี้ยวค่าข้าว ๔-๕ .............
อีกรูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์จึงเป็นอยู่
bo ฬเวณ บค พฤศจิกายน พ.ศ. (5070707
ลมหายใจใช้ประโยชน์ได้อย่างน้อย ๓ ประการ
ถ้านำมาใช้ดำรงชีวิตเพียงอย่างเดียว มันก็น่าเสียดาย
หายใจเปล่าๆ ไปวันหนึ่งๆ