รากศัพท์ของภาษาตะกั่วป่าเหนือ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 1 หน้า 44
หน้าที่ 44 / 124

สรุปเนื้อหา

คือสิ่งเดียวใน ขณะนี้ ที่เหลือไว้ให้ ชาวพุทธระลึกถึงความ ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า กนิษกะ พระธรรมราชา สำคัญยิ่งอีกพระองค์ หนึ่งของพุทธกาลยุคต้น ๔๒ กัลยาณมิตร ตามสูตรนี้ พบว่าในเชิงสถิติสูตรก็ไม่อาจจะพิสูจน์สมภาร ได้ชัดแล้วนั้น ทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่าง Tochari ใกล้ เคียงเยอรมัน และ Baltic มีความสัมพันธ์กันระดับหนึ่ง จริง ๆ แล้ว การนำสูตรมานี้ยังไม่สำคัญเท่ากับ การเทียบ ๆ คำ เช่นคำที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมของตะกั่วป่าเหนือนั้นสัมผัส เทียบได้คือ คำว่า “ขุด” ภาษาตะกั่วป่าเหนือ อ่านว่า ปะฏิก (Pata) คำว่า “เมล็ดพืช” (seed) ภาษา ตะกั่วป่าเหนือเรียก โพช (bhodho-) เมล็ดพืชนี้ น่าจะหมายถึง "โพด” หรือข้าวโพด คำว่า "โอทส์” หรือ “ข้าวสาลี” Wheat ตะกั่วป่า เหนืออ่านว่า Ysare (สารี) คำว่า “ทำให้ตาย” หรือ “

หัวข้อประเด็น

- รากศัพท์ของภาษาตะกั่วป่าเหนือ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คือสิ่งเดียวใน ขณะนี้ ที่เหลือไว้ให้ ชาวพุทธระลึกถึงความ ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า กนิษกะ พระธรรมราชา สำคัญยิ่งอีกพระองค์ หนึ่งของพุทธกาลยุคต้น ๔๒ กัลยาณมิตร ตามสูตรนี้ พบว่าในเชิงสถิติสูตรก็ไม่อาจจะพิสูจน์สมภาร ได้ชัดแล้วนั้น ทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่าง Tochari ใกล้ เคียงเยอรมัน และ Baltic มีความสัมพันธ์กันระดับหนึ่ง จริง ๆ แล้ว การนำสูตรมานี้ยังไม่สำคัญเท่ากับ การเทียบ ๆ คำ เช่นคำที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมของตะกั่วป่าเหนือนั้นสัมผัส เทียบได้คือ คำว่า “ขุด” ภาษาตะกั่วป่าเหนือ อ่านว่า ปะฏิก (Pata) คำว่า “เมล็ดพืช” (seed) ภาษา ตะกั่วป่าเหนือเรียก โพช (bhodho-) เมล็ดพืชนี้ น่าจะหมายถึง "โพด” หรือข้าวโพด คำว่า "โอทส์” หรือ “ข้าวสาลี” Wheat ตะกั่วป่า เหนืออ่านว่า Ysare (สารี) คำว่า “ทำให้ตาย” หรือ “ฆ่า” ภาษา ตะกั่วป่าเหนือว่า ฆาต (Ksut) เป็นต้น เราจะเห็นได้ว่า รากศัพท์ของพวก To- chari ซึ่งศึกษากันนี้ ปัจจุบันคนไทยก็ใช้อยู่ ทั้ง ๆ ที่เป็นภาษา "ตายไปแล้ว” นับพันปี อักษรที่เป็นปัญหาที่สุดแห่งยุคที่นัก ศึกษา Indologist ต้องเผชิญเรื่อยมาคือ อักษรกรีกโบราณ ที่เขียนรูป พาย P นัน ดั้งเดิมภาษาโตคารี อ่านกว่า Ptch ซึ่ง ง่ายมากสำหรับเรา หมายถึงคำกล้ำระหว่าง พจน์ นั่นเอง ประเด็นที่ยังกล่าวกันไม่จบ รวมทั้ง Douglas Adam ได้วิเคราะห์ว่าในช่วงหนึ่งคือ ก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนช่วงกลาง ๆ ของ ๓๐๐ ปี B.C.พวกตะกั่วป่า (เหนือ) ได้อพยพออกนอกพื้นที่ ไปเป็นกลุ่ม ๆ ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน สมมติฐานหนึ่งว่า เร่ไปยังตะวันออก เพื่อไปร่วมกับชนเผ่าของตน ที่อยู่ไกลมาก และมีรากฐานทางสังคมก่อนยุค Indic Douglas Adam อธิบายว่า จะนำอินเดียเหนือ หรือราก ศัพท์จากบัลติค อิตาเลียนมาใช้ไม่ได้ เพราะภาษาเป็นภาษาเก่า มาก พวกนักวิชาการตะวันตกว่า กลุ่มตะกั่วป่านี้ผ่านลุ่มน้ำวอลก้า ไปทางตะวันออก อยู่ไกลสุดของมุมหนึ่งในเอเชีย สมมติฐานของผู้เขียน ได้แก่ การเคลื่อนย้ายตัวเพื่อ ประกอบการค้า และเพื่อหาถิ่นใหม่ และเป็นไปได้มากว่า เส้นทาง ที่พวกตะกั่วป่าเหนือเดินผ่านเข้ามานั้น สายหนึ่งอาจจะไปทางบก และแน่นอนว่า จากหลักฐานสินค้า ได้ลงใต้ ทะลุเข้ามาเมืองท่า Barigaza ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย พร้อมพ่อค้าวาณิชย์ทางทะเล ก็เดินทางได้อย่างสะดวกที่สุด เซอร์ จอร์จ สก๊อต โรเบิร์ตสัน ได้เขียนเล่าถึงกลุ่มชน ที่ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More