ศิลปะพุทธแบบคันธาระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 1 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 124

สรุปเนื้อหา

นแกะสลัก สัญลักษณ์ความรุ่ง เรื่องในยุคของพระ เจ้ากนิศกะ ประมาณ ศตวรรษที่ ๓ พุทธกาล ของ ๔๐ กัลยา ณ มิตร กษัตริย์ของกลุ่มอิหร่านยุคนี้ มีพระนาม (Dhani : อ้าง แล้ว) ว่า สายาธะ สิธะ เสนา ประ มิ พาหริ และพาห์ กล่าวว่า กลุ่มกษัตริย์นี้ปกครองคันธาระ โดยเปลี่ยนชื่อเป็นเปศวร อย่างไรก็ตามมีการพลิกฟื้นราชวงศ์กุษาณะขึ้นใหม่ โดยครอง คันธาระเดิมจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๕ ท่านฟาเรียน ได้จาริกมา เยือนเมืองนี้อีกครั้ง และเป็นผู้ที่ได้ศึกษาความเป็นไปของเมือง คันธาระอีกครั้งตามบันทึก ท่านฟาเรียน เมื่อสิ้นยุคกุษาณะอีกครั้งนี้ ราชวงศ์คุปตะได้ทรงอิทธิพล ขึ้นในอินเดีย ปกครองอินเดีย และเข้าสู่พันธมิตรกับอิหร่าน โดยพระเจ้าสมุทรคุปตะ อักษรคาโรซธีเลิกใช้ มาใช้อักษรของพวก คุปตะคืออักษรพรหมณีแทน ท่านเสี้ยนจาง ได้เข้ามาพบว่า

หัวข้อประเด็น

- ศิลปะพุทธแบบคันธาระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นแกะสลัก สัญลักษณ์ความรุ่ง เรื่องในยุคของพระ เจ้ากนิศกะ ประมาณ ศตวรรษที่ ๓ พุทธกาล ของ ๔๐ กัลยา ณ มิตร กษัตริย์ของกลุ่มอิหร่านยุคนี้ มีพระนาม (Dhani : อ้าง แล้ว) ว่า สายาธะ สิธะ เสนา ประ มิ พาหริ และพาห์ กล่าวว่า กลุ่มกษัตริย์นี้ปกครองคันธาระ โดยเปลี่ยนชื่อเป็นเปศวร อย่างไรก็ตามมีการพลิกฟื้นราชวงศ์กุษาณะขึ้นใหม่ โดยครอง คันธาระเดิมจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๕ ท่านฟาเรียน ได้จาริกมา เยือนเมืองนี้อีกครั้ง และเป็นผู้ที่ได้ศึกษาความเป็นไปของเมือง คันธาระอีกครั้งตามบันทึก ท่านฟาเรียน เมื่อสิ้นยุคกุษาณะอีกครั้งนี้ ราชวงศ์คุปตะได้ทรงอิทธิพล ขึ้นในอินเดีย ปกครองอินเดีย และเข้าสู่พันธมิตรกับอิหร่าน โดยพระเจ้าสมุทรคุปตะ อักษรคาโรซธีเลิกใช้ มาใช้อักษรของพวก คุปตะคืออักษรพรหมณีแทน ท่านเสี้ยนจาง ได้เข้ามาพบว่า พุทธศาสนาถูกบิดเบือน ไปมากแล้ว ทำให้เกิดความเสื่อมถอยของศาสนาพุทธในอินเดีย เหนือในที่สุด อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ธานี ได้ย้ำว่า ศิลปะพุทธแบบคันธาระก็ยัง ครองอิทธิพลอยู่หมู่ประชาชนต่อไป กลางคริสต์ศตวรรษที่ ๗ นี้เอง ได้มีการนำพิธีกราบคลานหรือพิธีถวาย บังคมมาใช้อีกครั้ง เมื่อพวกอาหรับเริ่ม เข้ามาถึงอัฟกานิสถานตอนกลาง ทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ดินแดนของพวกทางเหนือ สำหรับบริเวณ ที่มีการติดต่อค้าขายกันถึงเมืองท่าตะกั่วป่าในไทยนั้น พบว่า สิ่งประดิษฐ์เชิงศิลปกรรมนั้นมีความวิจิตรไม่แพ้กัน ภาษาศาสตร์ของพวก Takuapa เราจะ การศึกษาเชิงอักขระวิธีของพวกตะกั่วป่านั้น เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเป็นภาษาที่ตายไปประมาณสองพันปีมาแล้ว แต่ยังมีความพยายามศึกษาภาษาของพวก "Tocharian" อย่างต่อเนื่องกันมา ทั้ง ๆ ที่ยังหาข้อยุติกันไม่ได้ เหตุหนึ่งก็เป็น ไปตาม Tarn ซึ่งกล่าวไว้ชัดว่า ผู้ส่งต่อรากศัพท์ทางภาษานั้นมี หลายกลุ่มหลายพวกกันมาก อาทิ พวกกรีก โรมัน อินเดียน และพวกสลาฟ พวกเยอรมันยุคต้น ฯลฯ Douglas Q, Adam ได้ตีพิมพ์รากฐานทางภาษาของ พวกตะกั่วป่า โดยเขียนรายงานวิชาการไว้ใน Journal of the American Oriental Society No.104.3 1984 สถานะทางภูมิศาสตร์ของพวกตะกั่วป่าเหนืออยู่กับวัฒนธรรม ที่เรียกว่า Pre-Indic และ Pre-Greeks ด้วยซ้ำ เนื่องจากอยู่ กับบริเวณที่ใกล้เคียงกับชนหลายพวกหลายเผ่า แม้ในปัจจุบัน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More