ข้อความต้นฉบับในหน้า
าจะถามว่า "เวลาคืออะไร”
ถ คำตอบที่ได้คงไม่รู้กี่คำตอบ จน
ดูเป็นการยากที่จะนึกคิดว่า
เวลาคือวิถีทางธรรมชาติที่เก็บทุกสิ่งทุกอย่าง
ในทันทีที่เริ่มเกิดขึ้น หรืออาจหมายถึงอะไรได้
อีกหลายอย่างในทัศนะที่แตกต่างกัน เช่น
นักฟิสิกส์ : คือหนึ่งในสองส่วนประกอบ
พื้นฐานซึ่งอธิบายได้ยากในจักรวาล
ช่างทำนาฬิกา : คือเสียงติ๊กต๊อกจากงาน
ซึ่งประดิษฐ์ขึ้น
นักอ่านนวนิยายวิทยาศาสตร์ : คือมิติที่สี่
นักชีววิทยา : เป็นนาฬิกาภายในที่ทำให้
พืชและสัตว์กลมกลืนกันไปกับธรรมชาติ
นักธนาคาร : เวลาเป็นเงินเป็นทอง
พระในพุทธศาสนา : พิจารณาเวลาใน
แง่ของการหมุนเวียนของธรรมชาติที่กลับไปกลับ
มาเป็นอนิจจัง
เช่น
นักจิตวิทยาคิดว่า เด็กอายุก่อนสองขวบ
จะรู้สึกถึงการผ่านไปของเวลาน้อยมาก
เดียวกับคนในยุคต้น นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า
ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยมีชีวิตโดยไม่มีความรู้สึกถึงอดีต
และอนาคต จูเลียน เจนส์ นักจิตวิทยาแห่ง
มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันยืนยันว่า น่าจะเป็นความจริง
เนื่องจากในคริสตวรรษที่ ก่อนคริสตกาล
เมื่อโฮเมอร์ประพันธ์เรื่องอีเลียด มหากาพย์ได้
แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเวลาไว้น้อยมาก
นักวิทยาศาสตร์มองเวลาในอีกมุมหนึ่ง
เซอร์ไอแซค นิวตัน ตั้งข้อสังเกตว่าเวลาหมุน
เวียนไปโดยไม่พึ่งพาอาศัยสิ่งใด แต่ตามทฤษฎี
แห่งสัมพันธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
เวลากลับเป็นมิติที่มีความสูง ความกว้าง มี
ความหมายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เก็บทุกสิ่ง
ทุกอย่างไว้ในทันทีนับแต่จุดเริ่มต้น ไอน์สไตน์บอกว่า
ความเข้าใจเรื่องเวลาเป็นเรื่องเฉพาะถิ่น โดย
๔๖ กัลยาณมิตร
เฉพาะในดาวที่เราอาศัยอยู่นี้ นั่นเป็นเพราะเรื่อง
ของแรงดึงดูด และจะเป็นเช่นนี้ไปทุกจุดในจักรวาล
สันนิษฐานว่า ผู้คนในยุคต้น ๆ เริ่มตระหนักว่า
เวลาผ่านไป เมื่อเขาพบว่าโลกที่เขาอาศัยอยู่นั้น
มีความเปลี่ยนแปลงอย่างคงที่ตลอดเวลา การ
วัดเวลาเกิดขึ้นด้วยปฏิทินและนาฬิกา ชาวบาบิ
โลเนียนแบ่งปีหนึ่งออกเป็น ๓๖๐ วัน และ
แบ่งออกเป็น ๑๒ เดือน ๆ ละ ๓๐ วัน
อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็มี
จังหวะการหมุนไม่คงที่ ดังนั้นจึงกะโดยประมาณ
ได้เป็น ๒๙ ๑/๒ วัน และ ๓๖๕ ๑/๔ วัน
ชาวอียิปต์ขยายเวลาในปีหนึ่งออกไปอีก ๕ วัน
สำหรับจัดงานฉลองในระหว่างที่น้ำท่วมแม่น้ำไนล์
ในแต่ละปี ต่อมาชาวโรมันและสันตะปาปาเกรกอรี่ที่
๑๓ ได้จัดทำปฏิทินเกรกอเรียนขึ้น
๑๑
ในคริสตวรรษที่ นักวิชาการชาวจีน
ชื่อ ซู ซอง ได้ประดิษฐ์เครื่องมือชิ้นใหญ่ นับ
ว่าเป็นนาฬิกาน้ำในรุ่นแรก ๆ มีความสูงถึง
๓๐ ฟุต ใช้พลังน้ำในการขับเคลื่อน หลังจาก
ประดิษฐกรรมชิ้นนี้ก็ได้มีการประดิษฐ์นาฬิกา
จักรกลขึ้นในยุโรป เชื่อกันว่า นาฬิกาเรือน
แรกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในวัดในประเทศอังกฤษใน
ศตวรรษที่ นาฬิกาสมัยนี้ใช้เกียร์เหล็กขับ
เคลื่อนน้ำหนัก และไม่มีหน้าปัด ใช้สำหรับ
เรียกคนเข้าสู่พิธีสวดชื่อเรียกว่า "CLOKS"
๑๓
ในเมืองปิซาประเทศอิตาลี ได้มีการ
พบตะเกียงซึ่งมีตำนานเกี่ยวพันกับนาฬิกา ใน
ศตวรรษที่ ๑๖ กาลิเลโอ กาลิเลอี นักเรียน
แพทย์หนุ่มจับได้ว่าตะเกียงในโบสถ์ แกว่งแต่ละ
ครั้งใช้เวลาเท่ากัน ไม่ว่าจะในระยะทางเท่าใด
จากนั้น เขาจึงหันเหจากชีวิตนักเรียนแพทย์มา
ศึกษาฟิสิกส์ จนเวลาล่วงเลยมาได้อีก ๗๐ ปี
จึงมีนักวิทยาศาสตร์ชาวดัชท์ชื่อ คริสเตียน
ฮายเกนส์ สร้างนาฬิกาลูกตุ้มเรือนแรกขึ้นเป็น
Kalyanamitra.org