ข้อความต้นฉบับในหน้า
eastonis
บุษบกมาลา ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในพระตำหนักวาสุกรี วัด
พระเชตุพน
เจ้าวาสุกรี ได้ทรงศึกษาอักษรทั้งไทย ขอม และมคธ พระคัมภีร์ต่าง ๆ วิธีทำเลขยันต์ โบราณคดี และตำรา
พิชัยสงครามมาแต่สมเด็จพระวันรัตด้วยพระอุตสาหะ
เมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๓๕๔ ต้นรัชกาลที่ ๒ พระองค์เจ้าวาสุกรีทรงผนวชเป็นพระภิกษุ สมเด็จพระสังฆราช
(สุก) เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระวันรัตวัดพระเชตุพนฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ทรงได้รับพระสมณ
ฉายาว่า "สุวัณณรังษี” และประทับ ณ วัดเดิม เมื่อสมเด็จพระวันรัต ถึงมรณภาพในพรรษาในปี ๒๓๕๗
ครั้นออกพรรษาแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้ทรงแต่งตั้งให้พระองค์เจ้าวาสุกรีเป็น
พระราชาคณะ และอธิบดีสงฆ์ครองวัดพระเชตุพนฯแทนจ้ะ เบญจ์อ่านมาตั้งแต่ต้นพอเดาได้ใช่มั้ยว่า อธิบดีสงฆ์
หมายถึง เจ้าอาวาส เป็นคำเก่าแก่มีมานานแล้วนะ ฉันชอบคำนี้จังเลย เลยขอใช้บ่อยหน่อย
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า พระองค์เจ้าวาสุกรีได้เป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส
ศรีสุคตขัตติยวงศ์ เมื่อปีชวด จุลศักราช ๑๑๗๘ พ.ศ. ๒๓๕๙ และทรงเป็นเจ้าคณะกลาง ในรัชกาลสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเสวยราชย์แล้ว จึงได้สถา
ปนากรมหมื่นนุชิตชิโนรสศรีสุคตขัตติยวงศ์ ขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์และ
ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปรินายกอันเป็นตำแหน่งสูงสุดในศาสนจักร เมื่อวันศุกร์ ขึ้น
๑๔ ค่ำ เดือน ๙
ปีกุน จุลศักราช ๑๒๑๓ พ.ศ. ๒๓๙๔ สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๖ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนา กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นเป็น "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา
นุชิตชิโนรส” เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ นี่ขนาดย่อที่สุดแล้วนะจ๊ะ ส่วนผลงานท่านอีกเพียบ
เชียวละไว้ค่อยพูดนะ ขอคุยเรื่องพระตำหนักก่อนดีกว่า
๓-๔
การที่จะเข้าไปยัง "พระตำหนักวาสุกรี” นั้น เข้าทางประตูด้านไหนก็ได้จ้ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านท่าเตียน
ด้านกรมการรักษาดินแดน ด้านถนนเชตุพน ซึ่งเป็นถนนคั่นเขตระหว่างพุทธาวาสและสังฆาวาส แต่ฉันกับ
พี่นิภาเข้าทางด้านท่าเตียน ก็มันสะดวกดีรถเมล์สายรอบเมืองจากท่าพระจันทร์มันผ่านอยู่แล้ว พอเข้าเขต
สังฆาวาสด้านท่าเตียนเราก็เดินตรงไปตามถนนเล็ก ๆ จะเห็นหมู่กุฏิทางซ้ายมือเขียนว่า "คณะเหนือ” ก็แปลว่า
ใช่แล้ว (ที่จริงถ้าใครหาไม่เจอเรียนถามพระในวัดว่าพระตำหนักวาสุกรีอยู่ไหนก็ได้) มีบันไดทางขึ้น ขั้น
เดินเข้าไปอีกหน่อยก็จะเห็นกุฏิหลังคาทรงไทยขนาดใหญ่สองหลังคู่กัน คือลักษณะเป็นเรือนไทยแฝด มีทางขึ้น
และเขียนเหนือประตูว่า "น.๑๖” นั่นแหละคือพระตำหนักวาสุกรี ซึ่งรัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้างเมื่อคราวซ่อม
วัดโพธิ์ครั้งใหญ่ เมื่อฉันก้าวเข้าไปก็เห็นว่าตรงกลางเป็นห้องโถงโล่งในช่วงแรก หมายความว่าอาคารหรือกุฏิ
หลังแรกเป็นที่โล่งต่อกับหลังที่ ๒ โดยไม่มีผนังคั่น จึงสามารถแลเห็นบุษบกมาลา รูปทรงคล้ายเกรินราชรถคือ
คล้ายพระที่นั่งบุษบกเกริ่นมาลาในพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยในพระบรมมหาราชวังไงล่ะ
ปลายงอนหัวท้าย
๗๘ กั ล ย า ณ มิตร