การจัดงานที่พระตำหนักวาสุกรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 1 หน้า 81
หน้าที่ 81 / 124

สรุปเนื้อหา

มณฑปทรงฝรั่งข้างบน ตรงช่องกระจกที่ทำเป็นหน้าต่าง มีเจดีย์ศิลา ประดิษฐานพระบรมอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เบญจ์จำได้รึเปล่า เดี๋ยวดูรูปประกอบซิคงเข้าใจ พี่นิภาช่วยยิงกล้องให้ตั้งหลายรูปแน่ะ แต่ฉันเลือกส่งมาให้ เบญจ์ดูเป็นบางรูปเท่านั้นนะจ๊ะ บนบุษบกมาลามีมณฑป ซึ่งฉันมองดูว่าเป็นทรงฝรั่งมากกว่าจะเป็นมณฑปทรงไทยอย่างที่เราเห็นทั่วไป แต่ก็เข้ากันได้ดีกับฐานรองรับที่เป็นศิลปไทย จากช่องกระจกทำเป็นหน้าต่างของมณฑปทรงฝรั่งนั้นจะเห็น เจดีย์ศิลาองค์เล็ก ๆ ภายในประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส บุษบกหลัง นี้สร้างเมื่อท่านสิ้นพระชนม์แล้วในต้นรัชกาลที่ ๔ และได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่ ตลอดจนได้รับพระราชทาน ฉัตร ๕ ชั้น และฉัตรคู่ประดับเป็นพระเกียรติยศจากพระเจ้าอยู่หัวอง

หัวข้อประเด็น

- การจัดงานที่พระตำหนักวาสุกรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มณฑปทรงฝรั่งข้างบน ตรงช่องกระจกที่ทำเป็นหน้าต่าง มีเจดีย์ศิลา ประดิษฐานพระบรมอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เบญจ์จำได้รึเปล่า เดี๋ยวดูรูปประกอบซิคงเข้าใจ พี่นิภาช่วยยิงกล้องให้ตั้งหลายรูปแน่ะ แต่ฉันเลือกส่งมาให้ เบญจ์ดูเป็นบางรูปเท่านั้นนะจ๊ะ บนบุษบกมาลามีมณฑป ซึ่งฉันมองดูว่าเป็นทรงฝรั่งมากกว่าจะเป็นมณฑปทรงไทยอย่างที่เราเห็นทั่วไป แต่ก็เข้ากันได้ดีกับฐานรองรับที่เป็นศิลปไทย จากช่องกระจกทำเป็นหน้าต่างของมณฑปทรงฝรั่งนั้นจะเห็น เจดีย์ศิลาองค์เล็ก ๆ ภายในประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส บุษบกหลัง นี้สร้างเมื่อท่านสิ้นพระชนม์แล้วในต้นรัชกาลที่ ๔ และได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่ ตลอดจนได้รับพระราชทาน ฉัตร ๕ ชั้น และฉัตรคู่ประดับเป็นพระเกียรติยศจากพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ ในคราวเสด็จ พระราชทานกฐินประจำพรรษา พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯให้หล่อพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ประดิษฐาน บนพระแท่นอยู่ทางขวามือของเบญจ์จะ เมื่อเราเข้าไปกราบพระอัฐิท่าน ก็ได้พบพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งและพวกเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร กำลังตระเตรียม จัดงานและจะจัดพระตำหนักเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย ฉันจะเล่าตามที่เห็นนะ อาจพลาดได้ถ้าเขามีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้ายสิ่งของ ก็บอกเบญจ์แล้วว่าเขากำลังจัด ทางด้านซ้ายและขวาของห้องโถงนั้นเอง สิ่งที่สะดุดตาฉันมากคือ ตู้โชว์ฝังผนัง ข้างละ ๒ ตู้ ฝังลงไปในเนื้อกำแพงตึกเลยเหมือนที่เราเคยเห็นในหนังจีน สาวกรมศิลปากรคนหนึ่งได้บอกฉันว่า วัดที่สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดโพธิ์ ส่วนมากจะมีตู้ฝังในผนังกำแพงแบบนี้เกือบทั้งสิ้น ฉันได้นำเรื่องนี้มาคุยกับนา น้อย น้าน้อยว่าน่าจะเป็นวัดที่สร้างสมัยรัชกาลที่ ๓ มากกว่า อย่างเร็วก็รัชกาลที่ ๒ เพราะตู้ฝังผนังเป็นแบบ ของจีนโบราณ รัชกาลที่ ๓ ทรงนิยมศิลปกรรมจีน และอาจทรงเห็นว่าทำตู้ฝังผนังนั้นดี ตรงที่ไม่ต้องตั้งตู้ให้ เกะกะเปลืองที่ มองดูเรียบร้อยสวยงามด้วย ฉะนั้นเมื่อโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักวาสุกรี แม้หลังคาจะ ทรงไทยแต่ภายในจัดตู้ฝังผนังแบบจีนและใช้เป็นผนังกั้นห้องไปในตัวด้วย ฉันเองก็ชอบใจอยู่มากทีเดียว ยังไง ต้องส่งรูปนี้ให้เธอดูให้ได้ เขาทำตู้ผนังระหว่างเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง ยาวสัก ๒ เมตรครึ่งได้กระมัง เสาแต่ละ ต้นมันใหญ่และหนานะเบญจ์ ฉะนั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งที่ทำตู้ฝังผนังไปเลย ถ้าทำที่ใส่ของไม่ลึกก็ทำ ๒ ข้าง หันหลังชนกันก็ได้ เหนือตู้นั้นเป็นกำแพงทึบ ฉะนั้นตู้ฝังผนังทางด้านซ้ายมือจึงกั้นระหว่างห้องโถงกับห้องบรรทม แต่ทางเข้าห้องบรรทมต้องเลี้ยวซ้ายหักมุมเสียก่อนนะ มองจากห้องโถงจะไม่เห็นประตูทางเข้าห้องบรรทมหรอกจ้ะ อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร ๗๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More