บัวหลวงและการใช้ประโยชน์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 1 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 124

สรุปเนื้อหา

บั บ วหลวง หรือบัวก้าน คือบัวดอก ใหญ่ เป็นที่รู้จักและมีขายอยู่ทั่วไป เป็นกำ กำหนึ่งมีอยู่ราว 4 ถึง ดอก สนนราคาตั้งแต่กำละประมาณ ๔ บาท จนถึง ๒๐-๒๕ บาท แล้วแต่ฤดูกาล เวลา และสถานที่ หน้าหนาวมักมีราคาสูงมาตั้งแต่ ต้นทาง เพราะเป็นเวลาที่บัวซ่อนดอกจำศีล เงียบอยู่ในน้ำใส ส่วนฤดูอื่นนั้น ราคาจะแปรไป ตามความต้องการ เช่นเป็นช่วงของงานเทศกาล หรือว่าไปวางขายอยู่ในย่านสินค้าราคาแพง ย่าน ที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกิน บัวก็จะมีราคาผันไป ตามสิ่งแวดล้อม บัวหลวง ถูกเรียกว่าบัวหลวงมาตั้งแต่ โบราณกาล เพราะว่าเป็นบัวที่มีขนาดดอกใหญ่ มีก้านชูแข็งสง่างาม ใบใหญ่กลมโต และบาน อยู่ได้นานถึงสองสามวันจึงจะโรยราทิ้งกลีบหลุดไป บางทีคนโบราณยังนิยมเรียกบัวหลวงว่า บัวก้าน เพราะก้านชูดอกของบัวหลวงนั้นแข็งแรง ชูตรง เปลือกนอกห

หัวข้อประเด็น

- บัวหลวงและการใช้ประโยชน์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บั บ วหลวง หรือบัวก้าน คือบัวดอก ใหญ่ เป็นที่รู้จักและมีขายอยู่ทั่วไป เป็นกำ กำหนึ่งมีอยู่ราว 4 ถึง ดอก สนนราคาตั้งแต่กำละประมาณ ๔ บาท ๑๐ จนถึง ๒๐-๒๕ บาท แล้วแต่ฤดูกาล เวลา และสถานที่ หน้าหนาวมักมีราคาสูงมาตั้งแต่ ต้นทาง เพราะเป็นเวลาที่บัวซ่อนดอกจำศีล เงียบอยู่ในน้ำใส ส่วนฤดูอื่นนั้น ราคาจะแปรไป ตามความต้องการ เช่นเป็นช่วงของงานเทศกาล หรือว่าไปวางขายอยู่ในย่านสินค้าราคาแพง ย่าน ที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกิน บัวก็จะมีราคาผันไป ตามสิ่งแวดล้อม บัวหลวง ถูกเรียกว่าบัวหลวงมาตั้งแต่ โบราณกาล เพราะว่าเป็นบัวที่มีขนาดดอกใหญ่ มีก้านชูแข็งสง่างาม ใบใหญ่กลมโต และบาน อยู่ได้นานถึงสองสามวันจึงจะโรยราทิ้งกลีบหลุดไป บางทีคนโบราณยังนิยมเรียกบัวหลวงว่า บัวก้าน เพราะก้านชูดอกของบัวหลวงนั้นแข็งแรง ชูตรง เปลือกนอกหรือผิวขรุขระคล้ายมีหนามเล็ก 1 สากมือ ก้านของบัวหลวงเปราะแต่หักออกจาก กันไม่ง่ายนัก เพราะมีเส้นใยยึดไว้เต็มไปหมด และ ใยที่ก้านของบัวหลวงนี่เอง ที่คนอินเดียโบราณ นำมาวันใช้ต่างไส้ตะเกียง นอกจากก้านของบัวหลวงจะแข็งแล้ว รากก็ แข็งแรงฝังลึกและยาวไกลด้วย เพราะว่าบัวหลวง นั้นถือเป็นไม้น้ำประเภทยืนต้น รากจึงแข็งแรง และอยู่ลึก ในฤดูน้ำหลาก หรือน้ำมาก ๆ นั้น 1 เคยพบว่ารากของบัวหลวงทอดยาวไกลได้ถึง ๒๐- ๒๕ เมตร และส่วนของรากที่แข็งแรงมาก ๆ นั้น เรียกว่าเหง้า ใช้สำหรับแพร่พันธุ์ เชื่อกันว่า บัวหลวงอาจแพร่พันธุ์ได้สองวิธี คือใช้ราก หรือเหง้า และด้วยการติดตัวออกไป ของเมล็ดในฝักบัวเมื่อแก่เต็มที่แล้ว เพียงแต่ว่า ฝักบัวหรือเกสรของบัวที่กลีบโรยร่วงแล้วนั้น มัก ไม่ค่อยมีโอกาสได้แก่เต็มที่จนดีดตัวได้สักที ทั้ง นี้ก็เพราะว่าโอชารสที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดนั่นเองที่ชักชวน ให้ฝักบัวกลายเป็นอาหารแสนอร่อยของมนุษย์ ไปเสียก่อน คนรุ่นใหม่เลยไม่มีโอกาสจะได้รู้ว่า ที่จริงเมล็ดบัวที่แก่นั้นแพร่พันธุ์ได้ เพราะว่ามี ความแข็งแกร่งมาก ดีดตัวไปได้ไกล และคงทน อยู่ได้เป็นเวลานาน ๆ จนกว่าจะอยู่ในสภาวะ อากาศที่เหมาะสมจึงจะเจริญเติบโตเป็นต้นต่อไป และคงเป็นเพราะเหตุนี้ บัวจึงดูเหมือนจะเป็นพืช น้ำที่มีอายุ เรื่องราว และความเป็นมายั่งยืนที่สุด บัวหลวงมีกี่สี แน่นอนที่ชินตากันมาก ๆ ได้แก่สีขาว แต่ความจริงแล้วบัวหลวงมีสีที่แตก ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดถึง ๓ สี คือ สีขาว หรือ ชาวแกมเขียว สีชมพู หรือชมพูอมม่วงและสีแดงคล้ำ หรือแดงคล้ายหรือค่อนไปทางเม็ดในของมะปราง ซึ่งเป็นสีที่อธิบายได้ยากมาก จึงนิยมเรียกเป็นชื่อ เฉพาะกันไปเสียเลยว่า สีกลีบบัว บัวหลวงที่มีสีขาวแกมเขียวเมื่อเปิดกลีบบาน เต็มที่ หรือมีสีเขียวแกมขาวขณะเมื่อยังตูมสนิท อยู่นั้น มีชื่อเรียกเป็นภาษาสันสกฤตว่า ปุณฑริก ที่มีสีชมพูสวยงามนั้น เรียกว่า ปัทมะ หรือ ปทุม ภาษาไทยเรียกว่า ปัทมา ส่วนสีชมพูจัดจนดอกแดงคล้ำนั้น มีชื่อ เรียกเป็นภาษาสันสกฤตอยู่สองชื่อ คือ อรุณกมล และรกตปทุม ความพิเศษของบัวหลวงสีสวย ทั้งสองนี้ คือความหอมที่น่าชื่นใจยิ่งนัก โดย เฉพาะอย่างยิ่งบัวอรุณกมล หรือ รกตปทุม จะ เห็นได้ชัดเมื่อนำมาพับจีบกลีบให้บานออกจนเห็น กลุ่มเกสร กลิ่นของบัวสีชมพูทั้งสองเฉดจะ หอมกว่าบัวสีขาว ทั้งผิวของกลีบก็นุ่มเนียนมือ ละเอียดอ่อนกว่า แต่ทว่ากลับแข็งแรงกว่า โดย เฉพาะบัวอรุณกมล เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ดอกบัวนั้นนิยมใช้ สำหรับบูชาพระ ทั้งพระพุทธรูป และพระภิกษุสงฆ์ จึงมีการคิดประดิษฐ์ดัดแปลงดอกบัวให้สวยงาม ยิ่งขึ้นด้วยวิธีการ และเครื่องประกอบต่าง ๆ นานา Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๔๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More