ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตลาดของกินตอนกลางคืนมีอยู่นิดหน่อย พอให้
รู้สึกว่ามีอะไรให้เห็นบ้างเท่านั้น
และคงเป็นเพราะเหนื่อย ประกอบกับ
ไม่เคยตากแดดจัดนาน ๆ ทำให้ฉันรู้สึกง่วง
จนไม่สนใจว่าอรรถจะขับรถไปทางไหน อยุธยา
ไม่ใช่เมืองใหญ่ เดี๋ยวถึงโรงแรมเขาก็ปลุกเอง
คิดอย่างนี้แล้วจึงเอนศีรษะลงพิงพนัก และปรับ
เบาะให้เอนนอนลง หลับสนิทภาย
ในไม่กี่นาที
แล้วฉันก็ต้อง
สะดุ้งสุดตัว ผลุดนั่ง
ตัวตรง ตื่นขึ้น
ทันทีเพราะแรง
เบรคอย่างรุน
แรงของรถ
"อะไร
กันคะ...” ฉัน
ถามพลางมองดู
ทุกอย่างรอบตัว
ขณะปรับเก้าอี้ให้
อยู่ในสภาพปกติ
"แมวน่ะซี... วิ่ง
ตัดหน้ารถ ดีว่าฟ้าสว่างนะ ไม่
งั้นทับไปแล้ว” อรรถตอบ
“ที่ไหนคะนี่...ที่ไหน ทำไมไม่กลับโรงแรม
ล่ะ” ฉันถามอย่างรู้สึกผิดปกติ เพราะถนนข้าง
หน้าแม้จะไม่มืดแต่ก็ดูคล้ำทะมึน สองข้างทาง
เงียบสนิทจนน่าสะท้านใจ
"อุทยานประวัติศาสตร์ไง ลองขับผ่านมา
อย่างนั้นเอง” เขาตอบ และขับรถต่อไปเรื่อย ๆ
อย่างสงบ
ฉันถอนหายใจ อย่างไม่เข้าใจอรรถเลยว่า
ทำไมต้องมาอุทยานประวัติศาสตร์ในเวลาดึกดื่น
อย่างนี้ บอกไม่ถูกว่าโกรธหรือว่ากลัว.....
“กลัวหรือ” ฉันถามตัวเอง "ไม่นี่นา”
แล้วก็ตอบตัวเองอยู่ในใจ
ไม่มีอะไรน่ากลัวไม่ใช่หรือ ทุกสิ่ง
ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว และทุกสิ่ง
ทุกอย่างก็กลับคืนดีแล้ว
"ง่วงก็นอนไปเถอะ...
เดี๋ยวถึงแล้วจะปลุก”
อรรถพูดพลาง
เอื้อมมือมาตบ
เข่าฉันเบา ๆ
ฉันทำตาม
ทันที เพราะ
ไม่อยากที่จะ
รับรู้อะไรอีก
แล้ว นอกจาก
การพักผ่อนทั้ง
กายและใจให้เต็มที่
ฉันทอดตัวลงพิงไป
กับเบาะรถอย่างอ่อนแรง ถอน
หายใจเบา ๆ อย่างพร้อมจะหลับ แต่ก็อดไม่ได้
ที่จะมองไกลออกไปจากช่องหน้าต่างรถ
ฟ้าดูสวยปนเศร้าซึม ดูครึ้มหมองแม้
เดือนจะส่องนวลอยู่ทั่วฟ้า เงาต้นไม้ใหญ่ตระหง่าน
เป็นระยะ ๆ ตลอดทางไม่มีแสงสว่างใด ๆ นอกจาก
แสงจันทร์ที่สะท้อนขึ้นมาจากผิวถนน
"อยุธยา ยังเศร้าไม่จางเลยนะคะอรรถ
๙๔ กั ล ย า ณ มิตร
Kalyanamitra.org