ผ้าไหมและการค้าขาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 1 หน้า 65
หน้าที่ 65 / 124

สรุปเนื้อหา

"มันผ้าไหมนี่นะ มันผ้าไหมนี่นะ” แต่ ความแห้งแล้งอย่างยิ่งของภูมิอากาศ เป็น เครื่องช่วยให้ผ้าไหม คงทนถาวรอยู่ได้นานนักหนา ถึงปานฉะนี้ สภาพของมันไม่ดีนักก็จริง..... เส้นด้ายที่ทยอย่างละเอียด พอจะสรุปได้ว่า ผ้าไหม ได้ถูกนำามาจากภูมิภาคชั้นในของจีน เมื่อชาวถึง กัน ได้สถาปนาอาณาจักรของตนขึ้น ก็ได้รับเอา - ขนบธรรมเนียม ประเพณีของจีนมาหลายอย่าง เรายังได้พบเศษกระเบื้องหลายชิ้นที่ขีดเขียน ด้วยอักขระของ ซีเซีย ซึ่งยังถลอกออกไม่หมด แสดงให้เห็นว่าชาวถึงกันนี้คงใช้ภาษาซีเซีย และ บางทีข้อเขียนบางชิ้นที่พบนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ หรือเป็นเครื่องช่วยให้ศึกษาเรื่องราวของปราสาทมืด ได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้น เรายังได้พบเศษกาน้ำชาใน ปราสาท ซึ่งชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นอันมาก เพราะ พวกนักโบราณคดีได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน

หัวข้อประเด็น

- ผ้าไหมและการค้าขาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

"มันผ้าไหมนี่นะ มันผ้าไหมนี่นะ” แต่ ความแห้งแล้งอย่างยิ่งของภูมิอากาศ เป็น เครื่องช่วยให้ผ้าไหม คงทนถาวรอยู่ได้นานนักหนา ถึงปานฉะนี้ สภาพของมันไม่ดีนักก็จริง..... เส้นด้ายที่ทยอย่างละเอียด พอจะสรุปได้ว่า ผ้าไหม ได้ถูกนำามาจากภูมิภาคชั้นในของจีน เมื่อชาวถึง กัน ได้สถาปนาอาณาจักรของตนขึ้น ก็ได้รับเอา - ขนบธรรมเนียม ประเพณีของจีนมาหลายอย่าง เรายังได้พบเศษกระเบื้องหลายชิ้นที่ขีดเขียน ด้วยอักขระของ ซีเซีย ซึ่งยังถลอกออกไม่หมด แสดงให้เห็นว่าชาวถึงกันนี้คงใช้ภาษาซีเซีย และ บางทีข้อเขียนบางชิ้นที่พบนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ หรือเป็นเครื่องช่วยให้ศึกษาเรื่องราวของปราสาทมืด ได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้น เรายังได้พบเศษกาน้ำชาใน ปราสาท ซึ่งชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นอันมาก เพราะ พวกนักโบราณคดีได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน กาอย่างนี้เคยพบมาที่กิวชิว ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า ใบชานั้น คงจะต้องเป็นสินค้านำเข้าอย่างหนึ่ง... และฮะรา โหโต้ คงจะทำมาค้าขายใบขาด้วย พระสูตรในพุทธศาสนาซึ่งเขียนเป็นหนังสือ แต่สิ่งที่น่าพิศวงอย่างหนึ่ง จีนก็ยังได้พบที่นี่ด้วย ของฮะรา-โหโต้ก็คือ มีอาคารหลังหนึ่งอยู่นอก กำแพงปราสาท เมื่อพิจารณาตามรูปร่างลักษณะแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นตึกมัสยิดของชนมุสลิม แต่ซีเซีย หรือก็เป็นเมืองพุทธ แล้วตึกมัสยิดอย่างนี้สร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์อันใด หรือบางที คงจะมีชน มุสลิมอยู่บ้างในหมู่ชนใต้การปกครองของชาวถึงกัน และเขาอาจเห็นว่าถ้าจะสร้างมัสยิดอยู่ภายในปราสาท อาจจะมีการเหยียดหยามดูหมิ่นกัน จึงเลยออก มาสร้างมัสยิดเสียภายนอก ที่นี่มีสิ่งที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดก็คือ เราได้ค้นพบที่ฐานของสถูปด้านตะวันตกเฉียงเหนือคือ หออนุสรณ์สูงประมาณ 5 เมตร การผุกร่อนจาก กระแสลมทำให้ผนังหอพังลง และที่พื้นตลอดจนที่ ดินข้างนอกก็เกลื่อนไปด้วยพระเครื่ององค์เล็ก ๆ นับ ไม่ถ้วนซึ่งบรรจุไว้ภายในพระเครื่อง ดังกล่าวนี้ได้หล่อเอาไว้เป็นจำนวนมาก และ ชาวพุทธของฮะรา-โนโต้ ก็คงจะได้ซื้อหามา แล้ว ถวายไว้ที่หอเป็นเครื่องรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เมื่อตะวันคล้อยบ่ายลง ลมแรงก็พัดมา ทุกวันจากทางทิศตะวันตก สายของเมล็ดทรายที่ พรั่งพรูแลดูคล้ายลักษณะที่เลื่อยของอสรพิษใหญ่ตาม ตำนานที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของฮะรา-โหโต้ และอีกครั้งหนึ่งที่แรงลมพัดพาทรายเข้ากระหน่ำ กำแพง เสมือนดึงฉากมืดมัว คลุมปราสาทมืดตาม ตำนานของปราสาทมืดเสียกระนั้น อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร ๖๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More