ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความคิดเช่นเดียวกัน สิ่งที่น่าสังเกตก็คือธงของรัฐ
ฝ่ายใต้นั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ที่กำกวมในสังคมอเมริกา
นับแต่นั้นเป็นต้นมา พวกฝ่ายเหนือเห็นว่าธงนี้เป็นธง
ของผู้ที่สนับสนุนการค้าทาส ส่วนฝรั่งผิวขาวจากทาง
ใต้เห็นว่าเป็นธงที่ทำให้เกิดความรักพรรคพวกของตนเอง
ในรัฐฝ่ายใต้ ในขณะที่คนผิวดำเห็นว่า ธงกากบาท
ของรัฐฝ่ายใต้นี้เป็นธงที่กีดกัน แบ่งแยกมนุษย์ออก
เป็นพวกเป็นหมู่ และกดขี่พวกทาส และชาวผิวดำ
ทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้ชนผิวดำจึงไม่ชอบธงของรัฐฝ่าย
ใต้หรือConfederate States นี้เลย
การที่นักศึกษาผู้หญิงคนนั้นติดธงผืนนี้ไว้ที่
หน้าต่างของตัวเอง จึงมีคนวิพากษ์วิจารณ์กันมาก
ยิ่งนานวันคนก็ยิ่งพูดกันมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ นักศึกษา
หญิงผิวดำคนหนึ่ง อดรนทนไม่ได้ เพราะเห็นว่า
การติดธงของฝ่ายใต้ เป็นการแสดงการกดขี่คนผิวดำ
จึงเอาตรานาซีหรือ เครื่องหมายสวัสติกะมาติดเพื่อ
ประจานความคิดนั้น ผลก็ปรากฏว่า การแสดงความ
คิดเห็นต่าง ๆ ทวีขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวางแต่
ละคนก็พูดกันไปคนละอย่างสองอย่าง ในที่สุดก็กลาย
เป็นเรื่องใหญ่ จนกระทั่งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์
นำมาประโคมข่าว มีการสัมภาษณ์นักศึกษาผิวขาว
เจ้าของธงทางรัฐฝ่ายใต้ว่า เธอมีความคิดเห็นอย่างไร
จึงนำธงประเภทนี้มาติด นักศึกษาหญิงคนนั้นก็ตอบว่า
เธอไม่ได้มีความนิยมชมชอบในการกดขี่ทาสหรือคน
ผิวดำเลย แต่เธอติดธงนี้เพราะเป็นคนมาจากรัฐทาง
ใต้ มีความรักมาตุภูมิ และภูมิใจที่เป็นคนชาวใต้
ทั้งอยากจะแสดงให้นักศึกษาอื่นทราบว่า เธอเป็น
คนชาวใต้ จึงนำธงนี้มาติดไว้หนังสือพิมพ์นั้นได้
ถามต่อไปว่า เธอมาจากเมืองใด ปรากฏว่าเมืองที่
เธอระบุมานั้นไม่ใช่เมืองจากรัฐที่อยู่ทางใต้อะไรเลย
ถ้าเทียบกับประเทศไทย ก็เหมือนกับจังหวัดราชบุรี
หรือประจวบคีรีขันธ์อย่างนั้น ทั้งนี้ย่อมเป็นการแสดงออก
ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเรียกร้องความสนใจโดยแท้
ส่วนนักศึกษาผิวดำที่แสดงความโกรธแค้น
ด้วยการติดเครื่องหมายสวัสติกะนั้น มิได้เห็นว่าเป็น
เรื่องเล่น ๆ แต่เห็นว่าเป็นการแสดงการกดขี่ทางผิว
กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๗