ข้อความต้นฉบับในหน้า
เติมพล
Tuchel
"แล้วใครจะทำสวน ใครจะเลี้ยงนกยูง?”
“หม่อมฉันทำสวนขุดดิน พรวนดิน ตอนต้นไม้
พระองค์ทรงเลี้ยงนกยูงก็แล้วกันสบายหน่อย” ศีขริน
ออกความเห็น
"เรื่องงานหนักน่ะไม่กลัวดอก แต่เมื่อศีขริน
ชอบทำสวนก็ตามใจ” อโศกสรุป "แล้วอย่าไปพูด
พระองค์ พูดหม่อมฉันให้ใครได้ยินเข้านะ ระวังหน่อย
เดี๋ยวพวกนั้นเขาจะเข้าใจว่าเราเล่นละคร”
ฝ่ายธิดาเศรษฐี เมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้ว
นั่งพักอยู่ในห้องส่วนตัวของนาง ใจก็คำนึงถึงชายหนุ่ม
แปลกหน้าอยู่ไม่เว้นวาย เธอบอกไม่ถูกเหมือนกัน
ว่าทำไมเธอจึงกังวลถึงเขา อะไรทำให้เธอรับพวง
มาลัยจากเขา เป็นธรรมดาของสตรีที่เริ่มจะรักใคร
สักคนหนึ่ง เธอมักไม่ค่อยรู้ บอกตัวเองไม่ถูกว่าเธอ
สนใจอะไรในตัวเขา ทั้ง ๆ ที่บางทีเขาคนนั้น รูปก็
ไม่งามเท่าคนอื่น กิริยาท่าทางก็ไม่ภาคภูมิเหมือนคนอื่น
แต่เธอก็สนใจและเธอบอกไม่ได้ว่าอะไรทำให้เธอ
สนใจเขา เป็นห่วงเขา
- เธอเรียกหญิงรับใช้เข้ามาแล้วถามว่าชาย
แปลกหน้าสองคนกลับแล้วหรือยังอยู่
ไอ "เขามาสมัครทำงานค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ
"ได้ยินว่าจะเดินทางไปอุชเชนี แต่เสบียงหมด เงิน
ไม่มี จึงขอทำงานเอาเงินค่าจ้างแล้วจะลาไป
"แล้วคุณพ่อว่าอย่างไร?” ธิดาเศรษฐีถาม
ผม
มีแววกังวลอยู่บนใบหน้า
- “ท่านเศรษฐีรับไว้ทั้งสองคนค่ะ”
"ให้เขาทำอะไร ทราบไหม?”
ได้ยินว่าคนหนึ่งให้ทำสวน อีกคนหนึ่งให้
เลี้ยงนกยูงค่ะ”
4 เวทิสา-ธิดาแห่งเวทมานกเศรษฐีเหม่อมอง
ไปทางหน้าต่าง ถอนหายใจเบา ๆ เธอคิดในใจว่า
จะรักเขาได้หรือ เมื่อเขาเป็นเพียงคนทำสวนและ
เลี้ยงนกยูง
แต่เรื่องความรัก ความสนใจ เป็นเรื่องที่
พูดกันยาก อธิบายเหตุผลกันไม่ได้ จึงมักปรากฏ
แก่สายตาของสังคมเสมอที่สตรีไปรักคนที่สังคมมอง
เห็นว่า ไม่น่าจะรักที่ตรงไหน ก็แล้วคนที่ท่านผู้
วิจารณ์คนอื่น กำลังรักกำลังหลงอยู่นั่นเล่า เขาได้
สอบถามคนทั้งโลกแล้วหรือว่าเป็นคนที่ควรจะรัก
และหลง ความจริงมันเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล
กั ล ย า ณ ม ต ร
๖๗