ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพื่อความเป็นพระ เพราะบาลีเป็นของพระ ฉะนั้นอาตมาจึง
ตั้งใจเสมอว่า จะเผยแผ่ภาษาบาลีเพื่อรักษาพุทธพจน์ และพระ
พุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไปนานเท่านาน
พระมหาเฉลิม ฉายา วชิรญาโณ
นามสกุล ทิศอุ่น
นับเป็นเกียรติประวัติของวัดหัวลำโพง โดยมีพระ
คุณนครเขตบริรักษ์ผู้เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งในสมัยของท่านนี้
สามารถสร้างพระภิกษุสามเณรระดับเปรียญธรรม ๙ ประโยค
ขึ้นมาได้แล้วถึง ๒ รูป ซึ่งตั้งแต่อดีตของวัดหัวลำโพงยังไม่เคยมี
ประโยค ๙ เกิดขึ้นเลยสักรูปเดียว
-
สำหรับมหาเปรียญประโยค ๙ รูปแรกคือ พระมหา
ปรีชา ฐิตมนตี ซึ่งสอบได้เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะเป็นสามเณรด้วย
และในปีนี้ท่านวชิรญาโณ ภิกขุ ก็นำความสำเร็จและความ
ปลาบปลื้มใจมาสู่คณะสงฆ์วัดหัวลำโพง และหลวงพ่อเจ้าอาวาส
'อีกเป็นรูปที่สอง
ท่านวชิรญาโณ ภิกขุ เป็นพระภิกษุหนุ่มอีกรูปหนึ่ง
ที่ตั้งแต่เริ่มเรียนประโยค ๑-๒ จนถึงประโยค ๙ ก็ไม่เคยสอบ
พลาดในปีใดเลย
"อาตมาใช้หลักอิทธิบาท ๔ คือมี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ
วิมังสา แม้ปัญญาของเราอาจจะสู้เขาไม่ได้แต่เราก็อาศัยความ
เพียรมากหน่อย แบ่งเวลาดูหนังสือให้ครบจนหมดทุกวิชา ซึ่งก็
ต้องอาศัยดูตลอดทั้งปี อาตมาเชื่อว่าถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใด
ปฏิบัติตามนี้ได้ ก็จะสามารถสำเร็จเป็นมหาเปรียญกันได้ทุกรูป
พระมหาเปรียญเอก ผู้สืบอายุพระพุทธศาสนาได้ให้
ทัศนะถึงสภาวะการณ์ของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบันนี้ว่า
"พระพุทธศาสนาในปัจจุบันแม้จะมีประชาชนบาง
ส่วนห่างเหินศาสนาออกไป แต่ก็มีบางส่วนที่กระตือรือร้นทำ
หน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาจนเป็นที่ยอมรับและตื่นตัวกันมากขึ้น
เช่นที่ วัดพระธรรมกาย ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราชาวพุทธที่
จะเข้าไปช่วยเผยแผ่และช่วยฟื้นฟู อาตมามีอุดมการณ์อยู่ว่า ต้อง
การที่จะออกไปช่วยเหลือชาวชนบทบ้านนอก อาจจะเป็น
การสอนหนังสือหรือช่วยเหลือสังคมพร้อมทั้งทำงานเผยแผ่
ธรรมะในพระพุทธศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญไปพร้อม ๆ
กันด้วย"
พระมหานิรันดร์ ฉายา นิรนฺตโร
- นามสกุล ศรีเที่ยงตรง
- ท่านนิรนฺตโร ภิกขุ ท่านเป็นพระภิกษุอีกรูปหนึ่งที่มี
ใจใฝ่ศึกษามาตั้งแต่เยาว์วัย แต่เนื่องจากครอบครัวซึ่งเป็น
ชาวศรีประจันต์ เมืองสุพรรณบุรีประกอบอาชีพเกษตรกรรม
มีฐานะยากจน จึงไม่สามารถส่งให้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา
และระดับสูงกว่านี้ได้ แต่ด้วยบุญบารมีของท่านที่ช่วยนำให้ท่าน
เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์
- จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ท่านได้ฟันฝ่าอุปสรรคในการ
ศึกษาจนประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้
"ครั้งแรกเมื่อบวชเข้ามา ก็คิดแต่เพียงให้ได้มีโอกาส
ศึกษาต่อเท่านั้น แต่เมื่อได้ศึกษาพระธรรมวินัยมาพอสมควร
ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไปตามลำดับ ปัจจุบันอาตมาคิดว่า "หน้าที่"
คือสิ่งสำคัญที่สุดในขณะที่เรายังดำรงอยู่ในเพศภาวะนี้ และใน
ฐานะที่เราได้เติบโตมาภายใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์นี้ จึงรู้สึก
เหมือนกับเป็นการได้เกิดใหม่อีกครั้ง หากอยู่บ้านคงไม่มีโอกาส
เมื่ออาตมาได้มาถึงระดับนี้ ความคิดอย่างหนึ่งก็
เช่นนี้
เกิดขึ้นคือ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณรหรือฆราวาส
ถ้าทุกคนรู้จักตัวเอง รู้จักหน้าที่ของตน และทำตามหน้าที่นั้นๆ
ปัญหาต่าง ๆ ก็คงไม่มี สังคมก็จะอยู่กันอย่างเป็นสุข เพียงแต่
เราทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ ก็ถือว่าได้ช่วยพระศาสนาแล้ว
สำหรับอาตมาสำนึกอยู่ในใจเสมอว่า ที่มีที่เป็นอยู่ได้
เช่นทุกวันนี้ ก็เพราะเราได้บวชอยู่ในเพศภาวะนี้ แต่ถ้าไม่ได้
เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งพระศาสนา ก็คงจะไม่มีวันดีๆ อย่าง
วันนี้และวันต่อ ๆ ไปแน่ ฉะนั้นทั้งพระคุณของสำนักเรียน ที่
ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เรามา และพระคุณของพระศาสนาที่ให้
เราบวชมา อาตมาตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทดแทนคุณโดยจะ
ช่วยสนับสนุนส่งเสริมพระภิกษุสามเณร เยาวชน และประชาชน
ทั่วไปได้เข้าใจในหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นคนดี
ของประเทศชาติสืบไป
ก ล ย า ณ ม ต ร
๒๗