การสื่อสารระหว่างคน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 7 หน้า 70
หน้าที่ 70 / 112

สรุปเนื้อหา

ซึ่งคนอื่นไม่น่าจะไปออกความเห็นให้รุงรังยืดยาว เมื่อเขาสามารถครองกันโดยสงบสุขก็ควรจะพอใจแล้ว ทุก ๆ เช้า เวทีสาจะลงไปชมสวนดอกไม้ เธอทำมาก่อนที่ชายแปลกหน้าทั้งสองจะมาพักอาศัยอยู่ และเมื่อเขามาอยู่แล้วเธอก็ทำเป็นปกติอย่างเคย และ ทุก ๆ เช้าเช่นกัน เธอจะได้รับพวงมาลัยซึ่งร้อยด้วย ดอกมะลิ และดอกรักจากคนเลี้ยงนกยูงคนใหม่ แทนที่จะเป็นคนเฝ้าสวน เธอจะยิ้มให้เขาและขอบใจ ในความเอื้ออารี เพราะเธอไม่เคยได้รับสิ่งนี้จากคน ทําสวนหรือคนเลี้ยงนกยูงคนใดมาก่อนเลย เมื่อมอบ พวงมาลัยให้แล้ว เขาจะยืนมองดูเธอจนกว่าจะเดิน ลับสายตาไป และเหลียวกลับไปใส่ใจกับนกยูงอย่างเดิม ถ้าวันไหน เวทีสามิได้ลงไปชมสวนดอกไม้ เวลาเช้า เธอก็จะลงไปเวลาเย็น และในเวลาเย็น นั่นเองเธอก็คงได้รับพวงมาลัยอย่างที่เคยได้รับ ดูเขา รอบมองเธอเสียจริง

หัวข้อประเด็น

- การสื่อสารระหว่างคน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ซึ่งคนอื่นไม่น่าจะไปออกความเห็นให้รุงรังยืดยาว เมื่อเขาสามารถครองกันโดยสงบสุขก็ควรจะพอใจแล้ว ทุก ๆ เช้า เวทีสาจะลงไปชมสวนดอกไม้ เธอทำมาก่อนที่ชายแปลกหน้าทั้งสองจะมาพักอาศัยอยู่ และเมื่อเขามาอยู่แล้วเธอก็ทำเป็นปกติอย่างเคย และ ทุก ๆ เช้าเช่นกัน เธอจะได้รับพวงมาลัยซึ่งร้อยด้วย ดอกมะลิ และดอกรักจากคนเลี้ยงนกยูงคนใหม่ แทนที่จะเป็นคนเฝ้าสวน เธอจะยิ้มให้เขาและขอบใจ ในความเอื้ออารี เพราะเธอไม่เคยได้รับสิ่งนี้จากคน ทําสวนหรือคนเลี้ยงนกยูงคนใดมาก่อนเลย เมื่อมอบ พวงมาลัยให้แล้ว เขาจะยืนมองดูเธอจนกว่าจะเดิน ลับสายตาไป และเหลียวกลับไปใส่ใจกับนกยูงอย่างเดิม ถ้าวันไหน เวทีสามิได้ลงไปชมสวนดอกไม้ เวลาเช้า เธอก็จะลงไปเวลาเย็น และในเวลาเย็น นั่นเองเธอก็คงได้รับพวงมาลัยอย่างที่เคยได้รับ ดูเขา รอบมองเธอเสียจริง ๆ มองอย่างไม่อิ่มไม่เบื่อแต่ ไม่ค่อยพูดอะไร นอกจากถูกถาม "ทําไมจึงทําให้สองพวง?” เย็นวันหนึ่ง เวทีสาถามคนเลี้ยงนกยูงเมื่อรับพวงมาลัยจากเขาแล้ว "พวงหนึ่งร้อยด้วยดอกมะลิ มีความหมาย ถึงท่าน อีกวงหนึ่งร้อยด้วยดอกรัก หมายถึงข้าพเจ้า” เขาตอบไม่มีอาการยำเกรงเธอแม้แต่น้อย ไม่เหมือน คนอื่น ซึ่งมักแสดงอาการพินอบพิเทาเสียจนเธอ รู้สึกรำคาญ เวทีสาถาม ไม่ออกอีก "แล้วรวมกันมีความหมายว่าอย่างไร?" "หมายความว่า ข้าพเจ้ารักท่าน” เขาตอบ "แต่...” หญิงสาวพูดเท่านั้น แล้วพูดอะไร "แต่ข้าพเจ้าเป็นเพียงคนเลี้ยงนกยูงของ บิดาท่านใช่ไหม?” หญิงสาวรับ "ข้าพเจ้าไม่ควรจะรักท่านอย่างนั้นหรือ?” เขาถามจ้องหน้าหญิงสาวมากขึ้น "ท่านคิดเอาเองเถิด” เวทีสาตอบ "ท่านให้ข้าพเจ้าคิด ข้าพเจ้าก็คิด ข้าพเจ้า รักท่านได้” เขาตอบ “ทำไมท่านจึงไม่เจียมตัว คิดมารักคนที่ไม่ มีโอกาสจะสมหวัง “ข้าพเจ้ามีสิทธิจะรักใครก็ได้” เขาตอบ "แต่คนอื่นก็มีสิทธิจะไม่รักท่านได้เช่นกัน” ธิดาเศรษฐีนึกสนุกขึ้นมาในการต่อปากต่อคำกับ ชายแปลกหน้าผู้นี้ ซึ่งโดยความจริงเธอละอายเกิน ไปที่จะพูดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กับชายหนุ่มใด ๆ แม้จะมีศักดิ์เสมอกัน และในชีวิตสาวเธอไม่เคยมา ก่อนเลยที่จะพูดเช่นนี้ “ข้าพเจ้าทราบข้อนั้น” เขาตอบยืนตัวตรง เกือบจะเหมือนทหารยืนในแถว แก่ทุกคนที่จะไม่รักข้าพเจ้า" "ข้าพเจ้าก็ให้สิทธิ “แปลก!” ธิดาเศรษฐีนึกในใจ "ผู้ชาย ส่วนมากหรือแทบทั้งหมด เมื่อรักผู้หญิงคนใด ก็ มักขอร้องวิงวอนให้หญิงนั้นรักตน ให้เห็นแก่ความรัก ของตน พยายามขอความหวังให้หญิงให้ความหวัง แก่ตนไว้บ้าง แม้น้อยนิดก็ยังดีเพื่อเขาจะได้พยายาม ต่อไป แต่ชายผู้นี้กลับพูดอย่างทรนง ห้าวหาญใน ขณะยืนอยู่ต่อหน้าหญิงงาม และอยู่ในฐานะนายจ้าง ของเขาเสียด้วยว่า ให้สิทธิแก่ทุกคนที่จะไม่รักเขา” เวทิสา ได้สนใจชายแปลกหน้าผู้นี้อยู่ก่อน เมื่อมากระทบเรื่องเช่นนี้เข้าก็ยิ่งเพิ่มความ สนใจมากขึ้น เธอเห็นเขาเป็นคนแปลก แน่นอน ทีเดียวสตรีย่อมให้ความสนใจแก่สิ่งแปลกและใหม่เสมอ เพราะฉะนั้นเพศที่ตื่นสมัยที่สุดรอบเปลี่ยนเครื่อง แต่งกาย และเครื่องประดับบ่อยที่สุดก็คือเพศหญิง เป็นธรรมชาติ ธรรมดาอย่างนั้นเอง อย่าไปลงโทษ หรือเห็นเป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย เพราะ แล้ว ก ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More