ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๖
5 SSU:
วิธีสร้างกำลังใจที่ดีที่สุด
ก
ารฝึกสมาธิเบื้องต้น ให้ฝึกสมาธิในท่านั่ง
จนชำนาญ จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการฝึกสมาธิ
ในท่าอื่น ๆ อีกก็ได้ การนั่งทำสมาธิจะนั่ง
ๆ
อยู่ในท่าใดนั้นไม่สำคัญ แต่เมื่อนั่งในท่านั้น
แล้วต้องสะดวกแก่ร่างกายพอสมควร ใจจึง
จะเป็นสมาธิเร็ว เช่น ไม่นั่งยอง ๆ เพราะทำให้เมื่อยง่าย ไม่นั่ง
พิงฝา เพราะทำให้เผลอสติง่าย ฯลฯ
ท่านั่งทำสมาธิที่เหมาะที่สุด และนิยมกันมาตั้งแต่สมัย
ก่อนพุทธกาลจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะทำให้ไม่เมื่อยเร็ว เผลอสติ
ได้ยาก ร่างกายไม่โยกเอนช่วยให้หาศูนย์กลางกายได้ง่าย คือ
ท่านั่งขัดสมาธิ โดยให้เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย
ปลายนิ้วชี้ขวาจรดกับหัวแม่มือซ้ายวางบนหน้าตัก ตั้งกายให้ตรง
ดำรงสติให้มั่นแล้วหลับตาพอปิดสนิท
๑.นั่งขัดสมาธิ ท่านั่งขัดสมาธิเป็นท่านั่งที่ทำให้นั่งได้หน
ก ล ย า ณ ม ต ร
ปวดเมื่อยหรือเป็นเหน็บช้า ร่างกายท่อนบนไม่โอนเอนไปมา ทำให้
หาศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ได้ง่าย เป็นท่านั่งที่สง่าและสงบ จึงได้
ชื่อ "สมาธิบัลลังก์" อีกประการหนึ่งเป็นท่านั่งที่ช่วยให้ลำไส้และ
กระเพาะ ย่อยอาหารได้สะดวกที่สุด ส่วนเท้าขวาหรือเท้าซ้าย
ข้างไหนจะอยู่ข้างล่างหรือข้างบนนั้นไม่สำคัญนัก ถ้านั่งขัดสมาธิ
นาน ๆ รู้สึกเมื่อยขบมาก อาจเปลี่ยนเป็นนั่งพับเพียบบ้างเป็น
บางครั้งบางคราว ก็ได้ แต่อย่านั่งพิงฝา
๒. มือขวาทับมือซ้าย ปลายนิ้วชี้ขวาจรดกับหัวแม่
มือซ้าย ถ้าปลายนิ้วชี้ขวาจรดพอดีกับหัวแม่มือซ้าย จะเกิด
ประโยชน์อย่างอัศจรรย์ คือ
ก. อกจะผาย ไหล่ไม่ห่อ คอไม่ตก และหายใจได้สะดวกไม่
ติดขัด ช่วยให้กายตั้งตรง นั่งได้หน ไม่ปวดเมื่อย
ข. เป็นนาฬิกาปลุกไปในตัว กล่าวคือ ขณะที่เราง่วงเคลิ้ม
ปลายนิ้วทั้งสองจะเลื่อนมายันกันเองโดยอัตโนมัติ ทำให้รู้ตัวเร็ว