ข้อความต้นฉบับในหน้า
ระดับสูงจบมาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก็ด้วยบารมีและการทุ่มเท
สนับสนุนให้กับการศึกษาพระปริยัติธรรมของท่าน จนเป็นที่
ยอมรับกันทั่ว และเมื่อเทศกาลวันวิสาขบูชา สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานเสาเสมา
ธรรมจักรแด่ท่านในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนา
สามเณรเกรียงไกร เนากลาง ก็เป็นผลผลิตอันล้ำค่า
ของวัดและพระเดชพระคุณหลวงพ่ออีกรูปหนึ่งในปีนี้
"เมื่ออาตมาเข้ามาบวชในฐานะที่เราเป็นคนยากจน
จึงต้องอาศัยความอดทนตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมาโดยตลอด เพราะ
คิดเสมอว่าการศึกษาจะเป็นเครื่องช่วยขยับฐานะทางครอบครัว
และสร้างชื่อเสียงสู่วงศ์ตระกูลได้ และเมื่อบวชนานเข้าก็ยิ่งเห็น
คุณของพระศาสนาที่ให้เราได้บวชเรียนมา จึงตั้งใจจะตอบแทน
คุณของพระศาสนา โดยจะช่วยงานรับใช้พระศาสนาอย่างเต็ม
สติปัญญาและความสามารถของเราที่ได้ร่ำเรียนมา อาจจะทำ
หน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ หรือพระนักวิชาการก็ได้"
ในฐานะมหาเปรียญเอก ผู้ทรงความรู้ทางพระพุทธ
ศาสนารูปหนึ่งท่านได้ให้ทัศนะต่อพระพุทธศาสนาในปัจจุบันนี้ว่า
"พระพุทธศาสนาของเราในปัจจุบัน กำลังเฟื่องฟูขึ้น
กว่าแต่ก่อนมาก ทั้งพระเถรานุเถระผู้ใหญ่ พระที่มีผลงาน มีชื่อ
เสียงต่าง ๆ หรือผู้บริหารประเทศระดับสูง ๆ ต่างก็เห็นความ
สำคัญของพระพุทธศาสนา และช่วยกันเผยแผ่ธรรมะกันมากขึ้น
ดังจะเห็นได้ว่า ได้มีการเผยแผ่ธรรมะด้วยระบบที่ทันสมัย ทั้งวิทยุ
โทรทัศน์มากขึ้น ตัวอาตมาเองก็มีความตั้งใจอยู่เหมือนกัน ที่จะ
ช่วยงานเผยแผ่อย่างนี้เช่นกัน”
สามเณรผดุง นามสกุล แปงการิยา
ชื่อเสียงของวัดประยูรวงศาวาส ในยุคสมัยอดีตจน
ถึงปัจจุบันที่มีพระเดชพระคุณพระเทพประสิทธิคุณเป็นเจ้าอาวาส
แม้จะเน้นหนักไปในการผลิตนักเทศน์ นักแสดงออกมามีชื่อ
เสียงเป็นจำนวนมาก แต่ก็มิได้หมายความว่า มิได้ผลิตพระ
นักปราชญ์ ผู้มีความรู้ทางพระปริยัติธรรมออกมาเลย ใน
ทางตรงกันข้ามกลับได้สร้างมหาเปรียญระดับสูง ๆ ออกมาเป็น
จํานวนมากเช่นกัน
หนึ่งในมหาเปรียญประโยค ๙ ในปีนี้ ได้แก่สามเณร
วัดประยูรวงศาวาสนี้เองท่านคือสามเณรผดุง แปงการิยา ชาว
จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งท่านเคยเป็นหนึ่งในศิษย์วัดคลองโพธิ์
จังหวัดอุตรดิตถ์ ก่อนที่จะย้ายมาเป็นศิษย์วัดพระนักเทศน์นี้
ปราชญ์สามเณรน้อยรูปนี้ได้เริ่มเข้ามาบวชก็ด้วยฐานะ
ทางครอบครัวที่ยากจนเมื่อบวชเรียนเข้ามาแล้ว ท่านก็เริ่มมีใจ
รักในการศึกษาภาษาบาลี และรักในชีวิตของเพศสมณะ จึง
สามารถดำรงอยู่และมุ่งสร้างประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาสืบมา
"อาตมายังไม่เคยคิดที่จะลาสิกขาออกไป
เพราะ
ความตั้งใจของอาตมา ยังต้องการที่จะทำประโยชน์ให้แก่
พระพุทธศาสนาไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็คงสืบเนื่องจากความรู้สึกผูกพัน
และรักในภาษาบาลี จึงอยากช่วยรักษาพระพุทธศาสนาสืบไป”
" "อาตมาอาศัยการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนาอยู่
เป็นประจำทุกวัน ตื่นเช้าตีสี่ทุกวัน แล้วมานั่งสมาธิประมาณ
ครึ่งชั่วโมง เพราะในช่วงนี้ไม่มีเสียงรบกวน การปฏิบัติธรรม
นั้นทำให้จิตใจของเราสงบเป็นการชำระล้างจิตใจของเราให้สะอาด
เพราะวันหนึ่งๆ มีสิ่งมากระทบใจเรามากมาย สิ่งนี้จะช่วยให้
เรามีจิตใจที่สะอาด สามารถศึกษาเล่าเรียนได้ดี และมีจิตใจ
อยากทำประโยชน์แก่ส่วนรวมมากขึ้น”
"อาตมาตั้งใจในด้านส่วนตัว แล้วต่อไปจะศึกษาหา
ความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มคุณค่าและวุฒิภาวะของเราให้สูงขึ้น ซึ่ง
ก็ส่งผลถึงในด้านสังคมที่อาตมาตั้งใจจะช่วยงานพระพุทธศาสนา
ในการเผยแผ่ธรรมะของพระพุทธเจ้าไปให้ทั่วทุกมุมโลก"
สามเณรนิพนธ์ นามสกุล แสงแก้ว
สามเณรอัจฉริยะรูปที่ ๔ ท่านอยู่ ณ วัดทองนพคุณ
ซึ่งในปีนี้มีตัวท่านและพระมหาประเทือง ปภสฺสโร สอบได้
พร้อมกัน จึงนับเป็นเกียรติประวัติและสร้างความปิติยินดีมาสู่
คณะสงฆ์วัดทองนพคุณเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับวัดทองนพคุณตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสามารถ
สร้างมหาเปรียญประโยค ๙ ที่สอบได้ในขณะเป็นสามเณรมา
แล้วรวม ๓ รูป คือ คนแรกอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปกรูปที่
สองคือเมื่อปีที่แล้ว พระมหาทองพูล กาญจนาโร และรูปล่าสุดนี้
คือ สามเณรนิพนธ์ แสงแก้ว ชาวจังหวัดมหาสารคาม
สามเณรนิพนธ์ ท่านได้กล่าวถึงวิธีการหรือเทคนิคที่
กั ล ย า ณ ม ต ร
๒๙