ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๖
เนื่องจากเป็นคนชอบศึกษาเรียนรู้ จึงตัดสินใจเริ่มเรียนภาษา
บาลีตั้งแต่นั้นมา”
"อาตมาเมื่อเรียนจบถึงระดับนี้แล้ว ก็มีความตั้งใจที่
จะศึกษาภาษาต่างประเทศหลาย ๆ ภาษาต่อไป เพราะอาตมา
คิดว่าสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบอกให้แก่ชาวโลกได้รับรู้ว่า
พระพุทธศาสนาของเรานั้นดีอย่างไร และอาจช่วยให้คำปรึกษา
แก้ไขปัญหาชีวิตแก่พวกเขาให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริง เพราะ
อาตมาก็ชอบช่วยเหลือให้คำปรึกษาญาติโยมอยู่แล้ว"
ท่านธมมสรโณ ภิกขุ ได้กล่าวถึงมโนปณิธานอัน
ประเสริฐของท่านไว้ และท่านก็ตั้งใจที่จะทำสิ่งประเสริฐนี้สืบไป
เพื่อประโยชน์ของสังคมและพระพุทธศาสนา
พระมหาถนอม ฉายา สมาจาโร
นามสกุล สมหวัง
ท่านสมาจาโร ภิกขุ ท่านเป็นพระภิกษุอีกรูปหนึ่ง ที่
เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ ด้วยจิตใจที่เลื่อมใสศรัทธาตั้งแต่วัยเยาว์
ต่อมาท่านก็ได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะ จนสามารถเป็นพระมหา
เปรียญ ๙ ประโยคของกรุงรัตนโกสินทร์ได้เป็นผลสำเร็จ
"เมื่ออาตมาเรียนจบประถม 5 ก็ออกมาช่วยทางบ้าน
ทำงานอยู่ ๑ ปี พอได้เห็นเพื่อน ๆ หลายคนได้บวชเณรกัน ก็
เลยคิดอยากจะบวชบ้าง อีกทั้งมุ่งหวังที่จะได้เรียนหนังสือต่อด้วย
จึงขอโยมพ่อโยมแม่ แต่ท่านก็ไม่ยอม อาตมาอ้อนวอนและร้องไห้
อยู่นานทีเดียว ท่านจึงจะใจอ่อน ยอมให้บวช
"พอบวชแล้วก็มาเรียนที่วัดคลองโพธิ์
สํานักเรียน
คณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เรียนจนได้ประโยค ๓ จึงกลับมาเยี่ยม
บ้านเป็นครั้งแรก ทั้งนี้เพราะอาตมาเป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรแล้ว
จะทำอย่างจริงจัง และต้องทำให้สำเร็จด้วย เมื่อตั้งใจว่าถ้าเรียน
ไม่สำเร็จเป็นมหาก็จะไม่กลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วอาตมาก็ทำได้
จริง ๆ"
ความเป็นคนจริง ทำอะไรทำจริงและต้องทำให้สำเร็จนี้
ส่งผลทำให้ท่านสามารถฟันฝ่าอุปสรรคของการศึกษาเล่าเรียน
ภาษาบาลีมาจนถึงระดับสูงสุดได้เป็นผลสำเร็จ
- "คุณค่าของภาษาบาลีนั้นมีมากมายมหาศาล สำหรับ
ตัวอาตมาเองคิดว่า ที่บวชเป็นพระและสามารถอยู่มาได้จนถึง
ทุกวันนี้ก็เพราะภาษาบาลี ถ้าไม่ได้เรียนแล้วรู้สึกว่า คุณค่า
ของตนเองและคุณค่าของความเป็นพระจะด้อยลง และก็ได้ข้อ
คิดว่าในเมื่อเรามาเรียนรู้สิ่งที่ดี มีคุณค่าสูงส่งแล้ว สิ่งที่ไม่ดี
ไม่งามหรือความชั่วทั้งหลายทั้งปวง เราก็ไม่อยากไปทำ สู้มาทำ
สิ่งที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคมให้สมกับเป็นมหาเปรียญ
ไม่ดีกว่าหรือ? สำหรับอาตมาเองคิดว่าจะช่วยงานพระศาสนาไม่
ว่าด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเป็นการทดแทนคุณพระศาสนาที่ได้ให้
กั ล ย า ณ ม ต ร
เราบวชเรียน มีการศึกษามาจนถึงทุกวันนี้เกือบ ๑๒ ปีแล้ว"
พระมหาเกษม ฉายา กิตติเมธี
- นามสกุล จันทอง
- "อาตมามีความตั้งใจจริงที่จะอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์นี้
เพื่อทดแทนคุณของพระศาสนา ที่ให้เราได้บวชเรียนมีการศึกษา
สูงมาจนถึงระดับนี้ อาตมาตั้งใจที่จะเป็นพระอาจารย์สอนด้าน
พระปริยัติธรรมโดยเฉพาะแผนกบาลี ทั้งนี้เพราะอาตมาก็ได้
คลุกคลีอยู่กับวิชานี้มาเกือบ 90 ปี ทำให้รักและระลึกถึงคุณของ
วิชานี้และพระพุทธศาสนาตลอดมา”
ท่านกิตติเมธี ภิกขุ เริ่มบวชเณรมาตั้งแต่อายุยังน้อย
ซึ่งก็ด้วยฐานะทางบ้านไม่ค่อยจะดีนัก ประกอบอาชีพกสิกรรม
แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนเก่งมีผลการเรียนเป็นที่หนึ่งมาตลอด
เมื่อบวชเข้ามาจึงสามารถศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลีซึ่งนับว่ายาก
ยิ่งได้ดีมาตลอด สามารถสอบผ่านมาได้โดยไม่เคยพลาดในปี
ใดเลย และก็คงเนื่องมาจากการมีพื้นฐานทางบาลีในระดับต้น
ที่ดีจากสำนักเรียนเดิม ณ วัดคลองโพธิ์ สำนักเรียนคณะจังหวัด
อุตรดิตถ์
เรียน
"การศึกษาภาษาบาลีเราต้องให้ความสำคัญต่อการ
พยายามอ่านทบทวนบทเรียนอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน
อย่าให้ขาด เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน ต้องอาศัย
ความเพียรอยู่เป็นประจำ จึงจะสามารถจำและเข้าใจในเนื้อหา
ได้อย่างลึกซึ้ง"
"อาตมาเห็นความสำคัญของภาษาบาลีมาก เพราะ
เป็นศาสตร์ที่ธำรงรักษาพระพุทธพจน์ของพระศาสนาเอาไว้
การเรียนบาลีจึงเป็นการรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ได้สืบไป
อาตมาคิดเสมอว่าเรียนบาลีไม่ใช่เรียนเพื่อสอบ แต่เราต้องเรียน