ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทำเช่นเดียวกันนี้กับใบตองที่เจียน จัดเตรียมไว้เป็น
คู่ ๆ วางสลับกัน เพื่อง่ายในการหยิบใช้
ส่วนไม้กลัดนั้น สมัยโบราณ ทุกบ้านจะ
ให้เด็ก ๆ ผู้หญิงเจียน เหล่าเก็บไว้ทีละมาก ๆ
เรียกว่าไม่ขาดบ้านกันทีเดียว เพราะถือว่าการฝึก
แล้วมาเจียน
ให้เจียน เหลา ไม้กลัดนั้น เป็นงานที่เด็กหญิงทุกคน
ต้องฝึก เพื่อสร้างความละเมียดละไม ละเอียดถี่ถ้วน
และทำให้เป็นคนรู้จักอดกลั้น และใจเย็น ซึ่งสมัยนี้
ทำได้ก็เพียงแต่ไปซื้อมาจากตลาด
มาเหลาเล็มกันอีกชั้นเพราะไม้กลัดที่ขายอยู่ตามตลาด
นั้นหยาบ ใหญ่ เรียกว่าใช้การเกือบไม่ได้เอาเลย
และถ้าเป็นไปได้ ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเย็บ
กระดาษ (Staple) กับงานใบตอง เพราะนอกจากจะ
เป็นอันตรายทำให้พระท่านอาจจะกลืนกินเอาลวด
แหลม ๆ เข้าไปให้เป็นบาปด้วย แล้วยังไม่ถือเป็น
การฝึกตนอีกด้วย (คนเก่าคนแก่จะตำหนิเป็นอย่าง
มาก)
คนโบราณจะดูคุณสมบัติของผู้หญิงกันตรง
กับการเขียนไม้กลัด
งานใบตอง งานดอกไม้
แหละเพราะเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงใจ และอารมณ์
ของเจ้าของงานได้ง่ายที่สุด และชัดที่สุดเสียด้วย
ส่วนอาหารที่เตรียมนั้น บางประเภทก็
สามารถทำค้างคืนไว้ก่อนได้ รุ่งขึ้นเพียงแต่อุ่นก็ใช้ได้
แต่บางประเภทต้องทำกันสด 1 อย่างนี้เครื่องปรุง
ทั้งหลายจะเตรียมกันเอาไว้ตั้งแต่ตอนค่ำให้ครบ เพื่อ
ตอนเช้าจะได้ไม่สับสน หรือหลงลืม ทั้งหวานและ
คาว และแม้กระทั่งดอกไม้ บางบ้านชอบที่จะมี
ดอกไม้ถวายพระตอนเช้าพร้อมอาหาร ซึ่งสามารถ
เตรียมไว้ก่อนได้ เช่นร้อยพวงมาลัย หรือพับดอกบัว
ของทุกอย่างที่เตรียมจะต้องจัดวางไว้ใกล้มือ เห็นชัด
สะดวก เพราะเช้า นั้นมีเวลาที่จำกัด อาจทำให้
พลาด หรือลืมได้
1
และอาหารที่จะตักบาตรนั้น น่าจะเป็น
อาหารที่ไม่เป็นภาระแก่พระ โดยเฉพาะถ้าใช้ใบตอง
เป็นภาชนะ อาหารไม่นิยมที่จะให้เป็นน้ำมาก
นามาก เพราะ
ลำบากในการนำไป หรืออาจทำให้หกในบาตรของ
พระท่านได้
คนสมัยก่อน ยุคคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา
คุณยาย ถ้าหากต้องการจะถวายอาหารให้เต็มที่
จริง ๆ ทั้งคาวหวานให้สมใจศรัทธาละก็ จะนิยม
ไปถวาย ไปเตรียมกันสด ๆ เลยที่วัด เพราะสะดวก
กว่าทั้งพระ และฆราวาส
1
7
ดังนั้น นี่ก็ใกล้ฤดูฝน ได้กาละแห่งการ
ใส่บาตรให้แก่กุลบุตรผู้เข้าไปฝึกตนเป็นพระภิกษุ หรือ
สามเณรแล้ว คุณแม่ หรือผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงใน
บ้านน่าจะตระเตรียมเรื่องของการตักบาตรไว้ให้พร้อม
เพราะไหน ๆ ก็ส่งผู้ชายเข้าไปบวชเรียนแล้ว ช่วง
เวลาเดียวกันนี้ น่าจะใช้เป็นเวลาของการอบรมบ่ม
นิสัย ฝึกฝีมือให้กับลูกหลานที่เป็นผู้หญิงไปด้วยใน
ขณะเดียวกันจะเท่ากับได้ผลประโยชน์ถึงสองต่อที่เดียว
ส่วนเรื่องของการเตรียมของตักบาตรนั้น ท่าน
ผู้อ่านถ้าได้ไปลองทำดูแล้ว จะเห็นว่ามีอะไรต่ออะไร
อีกมากมาย นอกเหนือออกไปจากในข้อเขียนนี้
ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถจะหาประสบการณ์ได้ด้วยตน
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเขียนให้หมดได้ในเนื้อที่
เพียงเท่านี้
เพราะตัวผู้เขียนเอง ใช้เวลาอยู่กับการเตรียม
ของตักบาตรมาตั้งแต่เริ่มโต อายุประมาณ 4 ถึง ๔
ปี จนกระทั่งถึงวาระที่คุณแม่จากไป ได้อะไรต่อ
อะไรมามากมาย แต่ไม่มีสิ่งใดจะมีค่าเท่ากับความ
รู้สึกอบอุ่นในความรัก และโอกาสที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับ
คุณแม่ในทุก ๆ เช้าของทุก ๆ วัน ซึ่งเป็นอันหนึ่ง
ที่ทำให้คำสอนของคุณแม่วนเวียนอยู่เสมอ ทำให้ไม่
อาจพาตนเข้าไปคลุกคลีกับสิ่งที่จะนำไปสู่ประตูของ
บาปได้เลย แม้ว่าทุกวันนี้ จะไม่มีคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ
แล้วก็ตาม
กั ล ย า ณ ม ต ร CO