ข้อความต้นฉบับในหน้า
- พระมหาสยามรัฐ ฉายา พุทธงกุโร
- นามสกุล สุดสงวน
จึงทำให้
ท่านพุทธงกุโร ภิกขุ เป็นชาวจังหวัดนครพนม เมือง
แห่งพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอีกแห่งหนึ่ง
ท่านมีจิตใจรักการปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนามาตั้งแต่ยังเยาว์
ซึ่งนั้นคือสาเหตุที่ทำให้ท่านเข้ามาสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ จนก้าว
มาถึงมหาเปรียญเอก ผู้เป็นขุมพลังที่สำคัญในการสืบอายุ
พระพุทธศาสนาให้ยืนยาวสืบไป
1 หลังจากที่อาตมาเรียนจบ ป.๖ เข้าศึกษาต่อ ม.9
ระหว่างเรียนอยู่นั้น ก็ไม่ได้ตั้งใจเรียน เกิดความเบื่อหน่ายใน
การเรียน จึงลาออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ เมื่อไม่มีอะไรทำก็หา
หนังสือมาอ่าน ได้ไปพบหนังสือ "วิชา ๘ ประการ ของ
หลวงวิจิตรวาทการอ่านพบถึงการฝึกสมาธิจึงลองฝึกดู เมื่อฝึกได้
๒-๓ ครั้ง จิตใจเริ่มสงบเย็นลงมาก ความเบื่อหน่ายต่าง ๆ ที่
เคยมีอยู่ก็หายไป นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากจะบวช
"เมื่อมาบวชที่วัดมหาธาตุ หลวงพ่อเจ้าอาวาสซึ่งเป็น
พระอุปัชฌาย์ ท่านก็บอกว่าถ้าสนใจการปฏิบัติจริงให้เรียนให้จบ
ป.ธ.๙ ก่อน และถ้าจะมุ่งการปฏิบัติอย่างจริงจังก็ให้ทำในภาย
หลัง อาตมาก็สัญญากับท่านเช่นนั้น เมื่อสอบได้ ป.ธ.๙ ในปีนี้
แล้ว จึงตั้งใจจะทำตามสัญญากับหลวงพ่อ โดยจะไปหาที่วิเวก
สักแห่งหนึ่งทำความเพียรมุ่งปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังสักระยะหนึ่ง
"ระหว่างที่ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่นั้น ก็มีการ
ปฏิบัติธรรมควบคู่มาโดยตลอด จึงทำให้การเรียนการดูหนังสือ
เป็นไปได้อย่างดี ความคิดความอ่านต่าง ๆ ก็ดี คล่องตัวมาก
และอีกอย่างอาตมามีโรคประจำตัวคือ โรคลมชัก แต่ในปัจจุบันนี้
ก็ทุเลาเบาบางลงไปมากก็ด้วยผลการปฏิบัติธรรมนี้เอง"
“ความตั้งใจของอาตมาที่จะทำงานทดแทนคุณของ
พระศาสนาต่อไปนั้น อาตมาตั้งใจอย่างยิ่งที่จะค้นคว้าศึกษา
ประกาศธรรมะ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ชักชวนชักนำประชาชน
ให้หันมาสนใจและศึกษาปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง ทั้งด้าน
ปริยัติและปฏิบัติ เพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ"
นั่นคือมโนปณิธานอันแน่วแน่ของพระวิปัสสนาจารย์
หนุ่ม ท่านพุทธงกุโร ภิกขุ ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระ
อาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดนครพนม เมื่อไม่นาน
มานี้อีกตำแหน่งหนึ่ง
พระมหาสมควร ฉายา ฐานสิริ
- นามสกุล เสาหงษ์
สี ท่านฐานสิริ ภิกขุ ท่านเป็นพระภิกษุหนุ่มอีกรูปหนึ่ง
ที่มีความตั้งในอันประเสริฐเช่นนั้น หลังจากที่ได้ใช้ความวิริยะ
๒๘ ก ล ย า ณ ม ต ร
พากเพียร จนสามารถพิชิตป.ธ.ประโยค ๙ อันเป็นเกียรติประวัติ
สูงสุดของชีวิตได้สำเร็จ
"ปัจจุบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยยังประสบปัญหา
การขาดแคลนบุคลากรครูที่มีคุณภาพอยู่เป็นจำนวนมาก โดย
เฉพาะในต่างจังหวัด อาตมาจึงมีความต้องการที่จะออกไปช่วย
พัฒนาในด้านนี้ให้เจริญก้าวหน้า ที่สำคัญคือ ต้องเร่งพัฒนา
บุคลากรให้มีความรู้ความสามารถที่จะนำธรรมะออกไปเผยแผ่แก่
ประชาชนได้อย่างถูกต้องแท้จริง ไม่มัวไปหลงงมงายอยู่กับ
สัทธรรมปฏิรูป ซึ่งจะเป็นการช่วยธำรงคงพระพุทธศาสนาให้
อยู่ยั่งยืนยาวนาน"
มโนปณิธานอันสูงส่งของท่านที่อยากจะเห็น พระ
พุทธศาสนาสถิตสถาพรสืบไปเกิดจากความตั้งใจที่ว่า "ชีวิตนี้
จะขออุทิศให้กับการศึกษาสายพระปริยัติธรรม” จึงนับว่าเป็น
ความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวและประเสริฐยิ่งสำหรับพระหนุ่มๆเช่นท่าน
"เมื่ออาตมาบรรพชาเป็นสามเณรใหม่ ๆ คนแถว ๆ
บ้านเขาเคยถามอาตมาว่า"จะบวชได้สักกี่วัน" "หุ่นอย่างนี้จะ
เรียนได้สักเท่าไร” จากคำพูดเหล่านี้ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจ
ให้อาตมามุมานะศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจังมาโดยตลอด และผู้
ที่เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดของอาตมาคือ พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพระเทพญาณเวที ซึ่งอาตมาเรียกท่านว่า "หลวงพ่อใหญ่”
ท่านให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่อาตมา จนไม่สามารถบรรยายออกมา
เป็นคำพูดได้หมด อาตมาคิดอยู่เสมอว่า "หลวงพ่อใหญ่" ท่าน
คือหลักชัยในชีวิตของอาตมาและศิษยานุศิษย์ทุกคน"
สามเณรเกรียงไกร นามสกุล เนากลาง
- วัดบพิตรพิมุขโดยมีพระเดชพระคุณพระเทพมุนีเป็น
เจ้าอาวาส ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านได้สร้างมหาเปรียญ