ข้อความต้นฉบับในหน้า
ป 5 5 ญ า น ย า ย
พระเจ้าอโศกมหาราช
โดย วศิน อินทสระ
ความเดิมตอนที่แล้ว
อโศกสำเร็จการศึกษาแล้ว ก่อนกลับเข้าไปกราบ
ๆ
อาจารย์ อาจารย์ทราบดีว่าเขาเป็นรัชทายาทองค์หนึ่ง จึงได้ให้โอวาทที่เหมาะสำหรับผู้ปกครอง
การกลับมาของอโศกสร้างความปีติและยินดีให้กับพระมารดาและวิเนตายิ่งนัก แต่คนอื่น
แสดงความยินดีไปตามมารยาท ต่อมาอโศกได้แสดงความสามารถที่เหนือกว่าเจ้าชายสุสิมะให้ใคร ๆ
ได้เห็น เมื่อครั้งปราบกบฏในเมืองตักสิลา พระบิดาซึ่งมีพระประสงค์จะให้เจ้าชายสุสิมะ ราชโอรส
ของอัครมเหสีเป็นผู้ครองแคว้นมคธต่อจากพระองค์ ก็ให้หวั่นเกรงในความสามารถของอโศก จึงส่ง
เข้าไปครองกรุงอุชเชนี ราชธานีของแคว้นอวันที่ ซึ่งอยู่ไกลออกไป เดินทางมาถึงเมืองเวนิส ซึ่ง
ขณะนั้นเป็นวันมงคลนักขัตฤกษ์ ได้เห็นหญิงสาวกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีฝน แต่มีหญิงหนึ่งเดินอยู่
ท่ามกลางสายฝนอย่างไม่สะทกสะท้าน อโศกสนใจผู้หญิงคนนี้
แ
คนเลี้ยงนกยูงกับธิดาเศรษฐีเมืองเวทิส
แล้วอโศกก็กล่าวว่า "ประทานโทษ
เถิดนางผู้เจริญ ข้าพเจ้าสงสัย
ใคร่ถามว่า เมื่อฝนตกสตรีอื่นพา
กันวิ่งหนีฝน แต่ท่านเดินมาอย่างเชื่องช้ามิได้แสดง
อาการเร่งร้อนแต่ประการใด ท่านมีเหตุผลส่วนตัว
อะไรหรือในการกระทำเช่นนี้
นางผู้งามพร้อมจึงกล่าวตอบว่า "เหตุที่
ข้าพเจ้ากระทำดังนั้นก็ด้วยสำนึกว่า สมบัติอันมีค่า
ที่สุดของมนุษย์ก็คือร่างกาย เสื้อผ้าอาภรณ์ต่าง ๆ
เมื่อเปียกแล้วก็ตากให้แห้งได้ง่าย ถ้าข้าพเจ้าวิ่งหนี
ฝน หากพลาดพลั้งถึงแขนขาหัก จะลำบากมากกว่า
ยอมให้อาภรณ์เปียก อวัยวะต่าง ๆ มีแขนขาเป็นต้น
นี้มารดาบิดาเฝ้าถนอมมาแต่เล็กแต่น้อย ถ้าพลาดพลั้ง
ไป ท่านจะเสียใจมาก”
"อีกอย่างหนึ่ง” นางกล่าวต่อไป "ข้าพเจ้า
ได้รับการอบรมศึกษามาว่า นักพรตเช่นพระสงฆ์
เป็นต้น ๑ พระราชา • สตรี ๑ ช้างทรงของ
พระราชา ๑ สีจำพวกนี้เมื่อวิ่งดูไม่งาม และเป็นที่
ตำหนิของคนทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกอย่างนี้ แม้เมื่อ
ฝนตกอยู่ก็มิได้วิ่ง”
๖๔ ก ล ย า ณ ม ต ร