ความสัมพันธ์ระหว่างเวทิสาและอโศก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 7 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 112

สรุปเนื้อหา

"ใครเชิญให้ท่านนั่งคะ?” เวทีสาพูด เธอ ไม่รู้อีกเหมือนกันว่ามีอะไรในตัวชายผู้นี้ที่ทำให้เธอ ไม่กล้ากระทำและไม่กล้าพูดกับเขาอย่างที่พูดกับ คนสวนหรือคนใช้อื่น ๆ "ธิดาสาวแห่งเศรษฐีเมืองเวทิสชื่อเวทิสา เชิญให้ข้าพเจ้านั่ง เมื่อท่านไม่พอใจก็ขอเชิญท่าน ลูกเสียเองเถิด” อโศกพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ เวทีสาแทนที่จะโกรธในฐานะที่ชายผู้นี้มีศักดิ์ เพียงแค่คนเลี้ยงนกยูง มาบังอาจไล่เจ้าของบ้าน ให้ลุก เธอกลับรู้สึกขนแกมหมั่นไส้ในความทะนงของเขา เธอเป็นธิดาแห่งเศรษฐีใหญ่และสวยอย่างที่จะหาใคร เปรียบเสมอเหมือนมิได้ในเมืองเวนิส คุ้นแต่กับการ เอาอกเอาใจ การสรรเสริญเยินยอและการพินอบพิเทา เธอรู้สึกจืดชืดต่อชีวิตทำนองนั้นเสียแล้ว เมื่อมาได้ รับรสแห่งชีวิตใหม่จึงรู้สึกสนุก เธอคิดเล่น 1 นายเฝ้านกยูงคนนี้มีศักดิ์เสมอกัน ว่า

หัวข้อประเด็น

- ความสัมพันธ์ระหว่างเวทิสาและอโศก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

"ใครเชิญให้ท่านนั่งคะ?” เวทีสาพูด เธอ ไม่รู้อีกเหมือนกันว่ามีอะไรในตัวชายผู้นี้ที่ทำให้เธอ ไม่กล้ากระทำและไม่กล้าพูดกับเขาอย่างที่พูดกับ คนสวนหรือคนใช้อื่น ๆ "ธิดาสาวแห่งเศรษฐีเมืองเวทิสชื่อเวทิสา เชิญให้ข้าพเจ้านั่ง เมื่อท่านไม่พอใจก็ขอเชิญท่าน ลูกเสียเองเถิด” อโศกพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ เวทีสาแทนที่จะโกรธในฐานะที่ชายผู้นี้มีศักดิ์ เพียงแค่คนเลี้ยงนกยูง มาบังอาจไล่เจ้าของบ้าน ให้ลุก เธอกลับรู้สึกขนแกมหมั่นไส้ในความทะนงของเขา เธอเป็นธิดาแห่งเศรษฐีใหญ่และสวยอย่างที่จะหาใคร เปรียบเสมอเหมือนมิได้ในเมืองเวนิส คุ้นแต่กับการ เอาอกเอาใจ การสรรเสริญเยินยอและการพินอบพิเทา เธอรู้สึกจืดชืดต่อชีวิตทำนองนั้นเสียแล้ว เมื่อมาได้ รับรสแห่งชีวิตใหม่จึงรู้สึกสนุก เธอคิดเล่น 1 นายเฝ้านกยูงคนนี้มีศักดิ์เสมอกัน ว่าถ้า เธอจะคลาย ความตะขิดตะขวงลงไปไม่น้อย แต่อย่างนี้ก็ดีไปอีก แบบหนึ่ง ในที่สุดเธอจึงกล่าวขึ้นว่า “ข้าพเจ้ามิได้เชื้อเชิญท่านให้นั่งสักนิด ข้าพเจ้าเพียงบอกว่า เมื่อท่านจะรีบไปก็เชิญเถิด อะไรทำให้ท่านตีความหมายว่าข้าพเจ้าต้องการให้ ท่านนั่ง แต่ข้าพเจ้าเป็นเจ้าของบ้านกลับถูกไล่ให้ลุก ขึ้นไป ข้าพเจ้าก็จะลุกไปเดี๋ยวนี้แล้ว” ว่าแล้วเวทสา ก็ลุกขึ้น แต่เธอมิได้ก้าวเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอไม่ ทราบว่าอะไรทำให้เธอต้องนั่งลงอีก "พวกผู้ชายเขารู้กันมานานแล้วว่า ธรรมดา สตรีนั้นมีน้อยครั้งเหลือเกินที่จะพูดตรงกับใจ” อโศก พูดเมื่อเวทีสานั่งลงแล้ว “ดังนั้นเมื่อท่านพูดว่า เมื่อ จะรีบไปไหนก็เชิญเถิด ผู้ชายย่อมมีความหมายว่า เชิญไปนั่งลง และอยากสนทนาด้วย ข้อความที่ ข้าพเจ้ากล่าวนี้ท่านยังจะมีความเห็นแย้งอยู่หรือว่า ไม่จริง” คราวนี้ธิดาแห่งเศรษฐีเมืองเวนิสโกรธจริง ๆ แต่เธอมิได้พูดอะไร เพียงแต่ลุกขึ้นไปเสียเฉย ๆ อโศกมองตามนางด้วยความนิยมชมชื่น เขาพูดกับ ตัวเองเบา ๆ ว่า "ผู้หญิงก็เป็นอย่างนี้ทุกคน โกรธเมื่อผู้ชาย รู้ความในใจตัว และหยิบยกมาพูดตรง ๆ แต่ดีแล้ว เธอโกรธ แต่มิได้แสดงอาการหยาบคายทางวาจาเลย นี่เป็นสัญลักษณ์แห่งสตรีที่ดีงามทั้งร่างกายและจิตใจ เราต้องการสตรีอย่างนี้” เมื่อกลับสู่ที่อยู่ของตน อโศกก็คิด บางที สงสารเวทสาอย่างจับจิต มีหลายครั้งที่เขาอยากจะ แสดงตัวเสียที่ว่าเขาคือใคร เขาหวนคิดถึงชโลธรา ชโลธราสาวงาม บ้านป่าซึ่งเขาเกี่ยวข้องด้วย และเคยพูดนับครั้งไม่ ถ้วนว่ารักเธอเมื่อเขารู้จักชโลธรานั้น เขาเต็มไปด้วย ความอ่อนหวานนิ่มนวล เอาอกเอาใจ แต่เมื่อมาถึง เหมือนกันไม่ได้ เขาฉลาดพอ เวทสาเขากลับปฏิบัติตนตรงกันข้าม แน่ละจะทำให้ เขาเข้าใจดีพอว่า สตรีอยู่ในสภาพอย่างไร ควรติดต่อกับเธอด้วย ลักษณาการอย่างไร ชโลธราและเวทิสา มีสภาพ แวดล้อมไม่เหมือนกัน ชโลธราถูกทอดทิ้งให้ว้าเหว่ เดียวดาย ไม่มีความทะนงตนในเรื่องใด ๆ เลย คนอยู่ในสภาพอย่างนั้น ย่อมต้องการสิ่งหนึ่ง เหลือเกิน สิ่งนั้นคือความเห็นใจจากใครสักคนหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ว้าเหว่จนเกินไป แต่เวทสามีสภาพ ความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ตรงกันข้าม จะเอาชนะ ใจเธอด้วยวิธีเดียวกันได้อย่างไร อ่านต่อฉบับหน้า ๗๐ ก ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More