การทดลองกำลังของพระราชกุมาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 7 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 112

สรุปเนื้อหา

กำลังยังดีอยู่สามารถเดินทางไกลได้ และสามารถที่ จะต่อสู้กับนายสารถีได้ (ถ้าหากว่าจะเกิดมีการต่อสู้ ครั้นได้ทดลองพละกำลังเป็นที่พอพระทัย กันขึ้น) เช่นนี้แล้ว พระองค์ก็ค่อย ๆ เสด็จไปประทับยืนที่ ปากหลุม แล้วตรัสถามนายสุนันทะ “ท่านขุดหลุมอันกว้างใหญ่นี้ เพื่ออะไร?” “จะฝังพระราชโอรสผู้เป็นคนกาลกิณี เพราะ มีลักษณะเป็นเปลี้ยง่อยและใบ้หนวกของพระเจ้าแ อยู่หัวของเราลงในหลุมนี้” เขากล่าวโดยมิได้แหงน หน้าขึ้นดูว่าเป็นใครแล้วก็เริ่มขุดต่อไปด้วยความเหน็ด เหนื่อย และหลุมที่ขุดนั้นก็มีประมาณว่าจะไม่เสร็จ ลงง่าย ๆ "ใครบอกท่านเล่า ว่าพระราชโอรสเป็นคน กาลกิณี? ความจริงพระราชโอรสเป็นคนดีเป็นปกติ ไม่ได้เป็นง่อยใบ้หนวกเช่นที่คนทั้งหลายเข้าใจกันดอก "ท่านเป็นใคร?” เขาหยุดขุดหลุมถามขึ้น พร้อมกับเอามือปาดเหงื่อที่หน้

หัวข้อประเด็น

- การทดลองกำลังของพระราชกุมาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กำลังยังดีอยู่สามารถเดินทางไกลได้ และสามารถที่ จะต่อสู้กับนายสารถีได้ (ถ้าหากว่าจะเกิดมีการต่อสู้ ครั้นได้ทดลองพละกำลังเป็นที่พอพระทัย กันขึ้น) เช่นนี้แล้ว พระองค์ก็ค่อย ๆ เสด็จไปประทับยืนที่ ปากหลุม แล้วตรัสถามนายสุนันทะ “ท่านขุดหลุมอันกว้างใหญ่นี้ เพื่ออะไร?” “จะฝังพระราชโอรสผู้เป็นคนกาลกิณี เพราะ มีลักษณะเป็นเปลี้ยง่อยและใบ้หนวกของพระเจ้าแ อยู่หัวของเราลงในหลุมนี้” เขากล่าวโดยมิได้แหงน หน้าขึ้นดูว่าเป็นใครแล้วก็เริ่มขุดต่อไปด้วยความเหน็ด เหนื่อย และหลุมที่ขุดนั้นก็มีประมาณว่าจะไม่เสร็จ ลงง่าย ๆ "ใครบอกท่านเล่า ว่าพระราชโอรสเป็นคน กาลกิณี? ความจริงพระราชโอรสเป็นคนดีเป็นปกติ ไม่ได้เป็นง่อยใบ้หนวกเช่นที่คนทั้งหลายเข้าใจกันดอก "ท่านเป็นใคร?” เขาหยุดขุดหลุมถามขึ้น พร้อมกับเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผากและเมื่อแหงนหน้า ขึ้นมองดูก็ให้แปลกใจยิ่งขึ้น จึงถามต่อไปอีกว่า "ท่านคือใครกัน? จะเป็นเทวดาเจ้าป่าช้า หรือว่าเป็น นายผีแปลงตัวมา หรือเป็นมนุษย์ลูกเต้าเหล่ากอของ ใคร จึงมีรูปร่างหน้าตาคล้าย ๆ กับสมเด็จเจ้าฟ้า ราชโอรสของข้าพเจ้า?” สู่ทางสงบ สมเด็จเจ้าฟ้าเตมียราชกุมาร จึงตรัสบอกความ ให้ทราบโดยตลอด แต่เขายังไม่แน่ใจจึงขึ้นจากหลุม ไปตรวจดูที่รถ เมื่อไม่เห็นพระราชกุมาร จึงได้แน่ ใจว่าผู้ที่ยืนสนทนากับตนเมื่อครู่นี้เป็นพระราชกุมารจริง ก็รีบกลับมากราบลงแทบพระบาทแล้วร้องไห้ด้วยความ ดีใจ ทูลอาสาจะนำสมเด็จเจ้าฟ้ากลับไปสู่พระบรม มหาราชวังเพื่อครองราชสมบัติโดยเร็ว แต่พระองค์ ได้ตรัสปฏิเสธเสีย พระองค์ทรงปรารถนาจะบวชเป็น ฤาษี สุนันทะสารถีเลื่อมใสใคร่จะบวชตามพระองค์ แต่พระราชกุมารได้ทรงสั่งให้นายสารถีนำราชรถ พร้อม ด้วยเครื่องทรงกลับพระราชวังก่อน เพื่อกราบทูลให้ สมเด็จพระชนกชนนีทรงทราบเรื่องราวจะได้ไม่ทรงเข้า พระทัยผิดว่าพระองค์ถูกฝังเสียแล้ว นายสุนันทะ สารถีจึงทูลขอร้องให้พระองค์ประทับอยู่ที่ป่าผีดิบนั่น เรียกเงินทอนประ จนกว่าเขาจะกลับมา ซึ่งพระราชกุมารก็ทรงรับคำ และส่งนายสารถีกลับไป ส่วนพระองค์ได้ปริวรรต เพศบวชเป็นดาบสอยู่ในอาศรม จนได้ฌานสมาบัติ ณ ป่าช้าผีดิบนั่นเอง เป็นอธิษฐาน พุทธดำรัส - พระโพธิสัตว์เตมียราชนี้ ปรมัตถบารมีแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมจริงในพุทธ ดำรัสที่ว่า "...พระมหากษัตริย์ทรงคุกคามการอธิษฐาน ที่เราอธิษฐานไว้ด้วยเหตุต่าง ๆ แต่เราก็ไม่ทำลายการ อธิษฐานนั้น เพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง เราจะ เกลียดพระชนกชนนีก็หามิได้ เราจะเกลียดตนเองก็ หามิได้ แต่เพื่อพระสัพพัญญุตญาณอันเป็นที่รักของ เรา เพราะฉะนั้น เราจึงอธิษฐานองค์ ๓ ประการนั้น เราอธิษฐานองค์ ๓ ประการนั้นอยู่ ๑๖ ปี ผู้เสมอ ด้วยอธิษฐานของเราไม่มี นี่เป็นอธิษฐานบารมีของ เราด้วยประการฉะนี้” พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสำเร็จ พระโพธิญาณ ตามที่ได้อธิษฐานปรารถนาไว้ตลอด กาลเวลายาวนานกว่า ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป แต่เพราะไม่แปรเปลี่ยนความตั้งใจมั่นนี้ จึงสำเร็จถึง เป้าหมายอันสูงสุดได้ กั ล ย า ณ ม ต ร ๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More