ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม
อเมริกันยุคปัจจุบัน
วัฒนธรรมอเมริกันได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก
ต่อพระพุทธศาสนาในยุคของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในเรื่องธงประจำศาสนา เมื่อก่อนสมัยสงครามโลกครั้ง
ที่ ๒ ได้มีนายพันเอกชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ เออกอต
หันมาสนใจพระพุทธศาสนาอย่างคลั่งไคล้ หลังจาก
ที่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
เกิดความผิดหวังพระพุทธศาสนาอยู่ประการหนึ่งคือ
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ไม่มีธง ตัวเขาจึงออก
แบบธงให้ประกอบด้วยแถบสีถึง 5 สีด้วยกัน โดยมี
ความคิดว่า น่าจะมาจากแถบฉัพพรรณรังสีของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าในการตรัสรู้ ภาพแถบสีทั้ง 5 สี
ทั้งแนวตั้งแนวนอนจึงเกิดขึ้น
ขึ้นมากมายตามความคิดเห็น
หรือจินตนาการของพันเอกผู้นี้ ซึ่งในไม่ช้าก็พยายาม
ที่จะขายความคิดนี้ให้กับพระภิกษุในศรีลังกา โดยพันเอก
เออกอตได้ไปแสดงตนเป็นพุทธมามกะที่นั่น และก็นำ
สัญลักษณ์ คือธงผืนนี้ไปให้กับชาวศรีลังกาในยุคนั้น
ซึ่งเป็นยุคที่ชาวศรีลังกากำลังต่อสู้เพื่อเอกราชของตนเอง
และต้องการที่จะสร้างความภาคภูมิใจในชาติของตนเอง
ให้กับประชาชน
การมีสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งจาก
ตะวันตกที่แสดงความชื่นชมวัฒนธรรมของศรีลังกา
คือพุทธศาสนานั้นจึงทำให้พระภิกษุศรีลังกายุคนั้นดีใจ
เป็นอย่างมาก ด้วยเห็นว่าการที่มีฝรั่งชาวตะวันตก
หันมานับถือพระพุทธศาสนา นั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
สมควรได้รับการยกย่องและมีการประกาศเกียรติคุณ
อย่างยิ่ง ธงที่พันเอกเออกอตได้ออกแบบจึงกลายมา
เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกา
เมื่อมีการประชุมองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์
แห่งโลก ธงผืนนี้จึงกลายมาเป็นธงประจำองค์กร
พุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกเรื่อยมา และหลังจาก
นั้นก็ระบาดไปสู่พุทธศาสนานิกายต่าง ๆ ทั้งมหายาน
และเถรวาท ทั้งของจีน ทิเบต ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ
แม้แต่ประเทศไทย มีหลายท่านก็ไม่ทราบว่าที่มาของ
ธงหลากสีนี้ คิดว่าคงเป็นชาวพุทธด้วยกันเองออก
แบบธงผืนนี้ และใช้เป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธศาสนา
เป็นธงประจำศาสนาพุทธก็ว่าได้ ทั้ง ๆ ที่ธงใน
ประเทศไทยที่เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา คือ
ธงธรรมจักรสีแดงบนพื้นสีเหลือง แต่ชาวพุทธบาง
7
ท่านในประเทศก็เห็นว่าธงของพันเอกเออกอดนี่แหละ
คือธงของพระพุทธศาสนา แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาตมาเห็น
ว่าพันเอกเออกอตคงจะลืมไปคือ ศาสนาอื่น ๆ ใน
โลกนี้ ไม่ว่าจะคริสต์ อิสลาม หรือซิกข์ก็ตาม ล้วน
แต่ไม่เคยมีธงเป็นสัญลักษณ์เลย แม้ว่าพันเอก
เออกอดจะละโลกไปแล้วก็ตาม
ถ้าจะว่ากันว่าในเชิงพระพุทธศาสนาแล้ว
ต้องถือว่าสิทธิมนุษยชนของอเมริกันนั้นวางอยู่บน
รากฐานของอัตตาธิปไตยและโลกาธิปไตย คือว่า
ตามเสียงของมนุษย์ส่วนใหญ่ โดยให้ปัจเจกชนนั้น
สามารถแสดงออกตามความนึกคิดของตัวเองได้ ซึ่ง
๒๐ ก ล ย า ณ มิ ต ร