ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประการใด ได้แต่ทรงนึกเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง
อยู่ว่าพระองค์มีกรรม เพราะมีพระปิโยรสอยู่พระองค์
หนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉิดโฉมไฉไล แต่มากลายเป็นคน
เปลี้ยง่อย จนชาวเมืองพลอยเรียกนามอีกอย่างหนึ่งว่า
สมเด็จเจ้าฟ้ามูกผัก กุมารทรงคิดไปก็ยิ่งให้ร้าวรานใน
พระทัย ในวันหนึ่ง ทรงดำริขึ้นได้ถึงคำทำนายของ
โหราพฤฒาจารย์ ก็ให้ทรงขัดพระทัยเป็นยิ่งนัก จึง
รับสั่งให้พวกโหราจารย์เหล่านั้นเข้าเฝ้าโดยเร็ว แล้วตรัส
ถามด้วยพระอาการพิโรธว่า
"เฮ้ย...พวกโหราตัวดี! เหตุใดลูกรักของเรา
จึงมิได้เป็นไปอย่างท่านทั้งหลายทำนายไว้เล่า?
ทำนายในวันนั้น ทายส่งเดชไปหรืออย่างไร จงรับ
สารภาพมาเสียดี ๆ อย่าชักช้า!”
"พระเจ้าข้า” หัวหน้าโหราพฤฒาจารย์
ประณมกรกราบบังคมทูลตัวสั่นงันงกด้วยเห็นทรง
เหตุไฉนจึงผิดไปจากตำราอย่างไม่น่าจะเป็นไปเช่นนี้
ก็สุดวิสัยที่โหราจารย์ทั้งหลายจะรู้ได้ ในที่สุด โหรา
จารย์ท่านหนึ่งได้กราบทูลไปโดยที่ใครมิคาดฝันว่า
"ขอเดชะ พระเจ้าข้า! ความจริงพวกข้าพระ
บาททราบแต่ต้นแล้วว่า พระราชกุมารนี้เป็นคน
กาลกิณีแล้วไซร้ ก็ให้เกรงอยู่นักว่าพระองค์ซึ่งเป็น
ที่เคารพรักของพวกข้าพระบาท จักทรงได้รับความ
โทมนัสขัดพระทัยเป็นที่ยิ่ง พระเจ้าข้า” เมื่อแก้ปัญหา
เฉพาะหน้า ทูลตอบเอาตัวรอดไปอย่างน้ำอุ่น ๆ ดังนี้
ก็สังเกตดูอาการสมเด็จพระราชา ครั้นเห็นพระองค์
ชักจะทรงเชื่อแล้ว ก็เลยกราบทูลต่อไปอีกว่า "ความจริง
เป็นเช่นนี้และ พระเจ้าข้า การที่พวกข้าพระบาทได้
กระทำการอันเป็นความผิดไปในครั้งนั้น ด้วยความ
เคารพในพระองค์เป็นสำคัญ ไม่ปรารถนาให้พระองค์
ทรงได้รับความผิดหวังในเบื้องแรกที่ทรงได้พระปิโยรส
เพราะในขณะนั้น รู้สึกว่าพระองค์จะทรงมีความรัก
พระพิโรธอยู่หนักหนา
"พวกข้าพระบาทได้กราบ
ทูลถวายพยากรณ์ไปว่า
สมเด็จพระหน่อน้อยนาถ
ในพระราชกุมารนี้เป็นอันมาก พระเจ้าข้า...."
ราชกุมารนี้ เป็นผู้มีบุญญลักษณ์จักได้เป็นใหญ่ใน
"เมื่อลูกเราเป็นกาลกิณีเช่นนี้แล้วเลี้ยงไว้จะ
ภายหน้าจริงพระเจ้าข้า”
เป็นอย่างไร?” ทรงเชื่อและทรงถามขึ้นอีก
ส่งเดช
มิใช่
“อ้าว...ทำไมท่านตอบมิเป็นประสาคนไป
เช่นนั้นเล่า?” สมเด็จพระราชาธิบดียิ่งทรงพระพิโรธ
หนักที่โหราจารย์ตอบไม่ตรงพระราชปุจฉา "เราถามว่า
เหตุใดลูกเราจึงไม่เป็นไปตามที่ท่านทำนาย?
ถามลูกเราท่านทำนายไว้อย่างไร เพราะข้อนั้นใคร ๆ
กาได้ ยิ่งตัวเราแล้วจดจำคำทำนายของท่าน
ทุกลมหายใจ เพราะอยากจะให้ลูกเราได้เป็นใหญ่
ท่านจะว่าอย่างไร จนป่านนี้ลูกเราก็ยังเป็นคนใบ้คน
ง่อยอยู่ แล้วจะสมกับคำทำนายของท่านได้อย่างไร
บอกมาให้เด็ดขาดเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเราจะลงโทษไป
ตาม ๆ กันทุกคนทีเดียว”
โหรเปลี่ยนค่าทํานาย
โหราพฤฒาจารย์ ต่างนิ่งอึ้งมิรู้ที่จะทูลตอบ
ประการใด เพราะความจริงนั้นการที่ตนได้เคยถวาย
คำพยากรณ์พระลักษณะพระราชกุมารว่าจักได้เป็น
ใหญ่กว่าคนทั้งปวงก็ทำนายไปตรงตามตำราที่ได้ร่ำเรียน
มาโดยแท้ หาใช่ประสงค์แต่จะเอาพระทัยพระราชา
แล้วทํานายไปด้วยความโลภในรางวัลก็หามิได้ แต่
เมื่อการทูลตอบนอกตำรากลับได้ผลไปอย่าง
ไม่น่าเชื่อเช่นนี้ โหราจารย์ผู้นั้นก็เลยทูลตอบส่งเดช
ไปอีกแบบเลยตามเลยว่า
"พระเจ้าข้า! ถ้าพระองค์เลี้ยงไว้จะเกิดอัน
ตรายขึ้นอย่างใหญ่หลวง ๓ ประการ คือ ๑.จักเป็น
2.
อันตรายแก่พระชนม์ชีพของพระองค์เอง ๒. จักเป็น
อันตรายแก่เศวตฉัตรราชบัลลังก์ ๓ จักเป็นอันตราย
แก่สมเด็จพระบรมราชินีนาถ อันตรายทั้ง ๓ ประการ
นี้ จักต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากพระองค์ทรง
ชุบเลี้ยงสมเด็จเจ้าฟ้าผู้เป็นกาลกิณีนี้ไว้ พระเจ้าข้า”
"แล้วควรจะทำอย่างไร? จงตอบไป
"พระเจ้าข้า! ในกรณีนี้ ตามตำราบ่งระบุไว้
ว่าควรนำสมเด็จเจ้าผู้เป็นกาลกิณีอัปมงคล
ขึ้นรถ
อันเป็นอัปมงคล ซึ่งเทียมด้วยม้าที่เป็นอัปมงคล
แล้วนำเอาไปฝังทั้งเป็นในที่อันเป็นอัปมงคล คือ ที่
ป่าช้าผีดิบ พระเจ้าข้า” เขาตอบอย่างคล่องแคล่ว
น่าเชื่อถือยิ่งนัก
กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๙