อธิษฐานจิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 7 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 112

สรุปเนื้อหา

ๆ เจ้าฟ้าเตมียราชกุมาร แสนจะดีใจทั้ง ๆ ที่มีพระชน มายุเพียง ๑๑ เดือน ได้ตั้งอธิษฐานจิตเป็น ประการ คือ ๑. เราจักแสดงตนเป็นคนง่อยคนเปลี่ย ๒. เราจะแสดงตนเป็นคนหูหนวก ๓. เราจะแสดงตนเป็นคนใบ้ m ตั้งแต่วินาทีที่ตั้งอธิษฐานจิตเป็นต้นมา พระ ราชกุมารก็มั่นคงในอธิษฐานนั้น โดยไม่กรรแสง ไม่ แสดงอาการหิวนมเหมือนกุมารอื่น ๆ ทรงบรรทมอยู่ ในพระอาการเดียว ไม่ไหวถึงพระหัตถ์ พระบาทเลย จะเสวยก็แต่เฉพาะในเวลาที่พระพี่เลี้ยงถวายเท่านั้น ยังความโศกศัลย์ให้เกิดแก่คนทั้งหลายเป็นอันมาก แม้จะหิว โดยเฉพาะสมเด็จพระชนกชนนี ทั้งสองพระองค์นี้ ทรงพยายามหาวิธีแก้ไขทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถที่ จะทำให้พระราชปิโยรสเป็นปกติขึ้นมาได้ ในที่สุด ได้ทดลองให้เสวยนมผิดเวลาอยู่เป็นเวลานาน เพื่อให้ พระราชกุมารร้องหิวนมจักได้หายอาการใบ้ แ

หัวข้อประเด็น

- อธิษฐานจิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ๆ เจ้าฟ้าเตมียราชกุมาร แสนจะดีใจทั้ง ๆ ที่มีพระชน มายุเพียง ๑๑ เดือน ได้ตั้งอธิษฐานจิตเป็น ประการ คือ ๑. เราจักแสดงตนเป็นคนง่อยคนเปลี่ย ๒. เราจะแสดงตนเป็นคนหูหนวก ๓. เราจะแสดงตนเป็นคนใบ้ m ตั้งแต่วินาทีที่ตั้งอธิษฐานจิตเป็นต้นมา พระ ราชกุมารก็มั่นคงในอธิษฐานนั้น โดยไม่กรรแสง ไม่ แสดงอาการหิวนมเหมือนกุมารอื่น ๆ ทรงบรรทมอยู่ ในพระอาการเดียว ไม่ไหวถึงพระหัตถ์ พระบาทเลย จะเสวยก็แต่เฉพาะในเวลาที่พระพี่เลี้ยงถวายเท่านั้น ยังความโศกศัลย์ให้เกิดแก่คนทั้งหลายเป็นอันมาก แม้จะหิว โดยเฉพาะสมเด็จพระชนกชนนี ทั้งสองพระองค์นี้ ทรงพยายามหาวิธีแก้ไขทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถที่ จะทำให้พระราชปิโยรสเป็นปกติขึ้นมาได้ ในที่สุด ได้ทดลองให้เสวยนมผิดเวลาอยู่เป็นเวลานาน เพื่อให้ พระราชกุมารร้องหิวนมจักได้หายอาการใบ้ แต่พระ ราชกุมารก็นิ่งเฉยมิได้ร้องสักคำเดียว อย่างไรก็อดทน เพราะทรงมีพระอธิษฐานอันมั่นคง จน พระชนมายุครบ ๑ ปี แม้ถึงกระนี้สมเด็จพระชนก และชนนีก็ไม่ทรงละความพยายาม ยามเพื่อที่จะให้พระปิโยรส เป็นคนปกติ นอกจากจะทรงหาหมอมารักษาเป็น ประจําแล้ว ใครแนะนำาว่าทำอย่างไรดีเป็นต้องทรง เอาทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงมีการทดลองพระราชกุมารกัน อย่างขนานใหญ่เป็นประจำปีไปทีเดียว ซึ่งจะกล่าว วิธีทดลองเพื่อให้พระราชกุมารหายเป็นปกติในกาล ครั้งนั้นอย่างย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ ลองใจในคำอธิษฐาน พระชนมายุได้ ๒ ปี โปรดให้ทดลองด้วย ขนม คือ ให้นำขนมและของเคี้ยวที่พวกเด็ก 1 โปรดปรานไปรวมกันไว้ในที่แห่งหนึ่ง แล้วนำสมเด็จ เจ้าฟ้าไปไว้ที่ใกล้พร้อมกับกุมารอื่นหลายร้อยคน แล้ว ออกไปแอบดูอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งผลปรากฏว่า กุมารที่มีอายุเท่ากันทั้งหลาย พากันยื้อแย่งขนมและ ของเคี้ยวเหล่านั้นเป็นจ้าละหวั่น แต่พระราชกุมาร ยอดชาย ทรงนิ่งเฉยอยู่ ไม่ทอดพระเนตรเลย เป็น อยู่อย่างนี้ทุกครั้งเสมอไป 8 พระชนมายุได้ ปี โปรดให้ทดลองด้วย ผลไม้ โดยนำเอาผลไม้ต่างๆ ที่พวกเด็กทั้งหลายชอบ ไปวางไว้โดยวิธีดังกล่าวแล้ว ผลปรากฏว่า พระราช กุมารก็ทรงเป็นเหมือนเดิม คือทรงนิ่งเฉยไม่ทรงสนใจ ใยดีทั้งสิ้น พระชนมายุได้ ๔ ปี โปรดให้ทดลองด้วย ของเล่นที่เด็ก ๆ ชอบ เช่น รูปช้าง รูปม้า รูปรถ รูปเรือ เป็นต้น แต่พระราชกุมารก็มิได้ทรงสนพระทัย ทรงนิ่งเฉยอยู่อีก มิได้แสดงพระอาการแต่อย่างใด อย่างหนึ่งทุกครั้งไป พระชนมายุได้ ๕ ปี โปรดให้ทดลองด้วย การละเล่นต่าง ๆ แต่พระราชกุมารก็มิได้แสดงอาการ สนพระทัยแต่ประการใด ทรงนิ่งเฉยอยู่อีกทุกครั้งไป พระชนมายุได้ 5 ปี โปรดให้ทดลองด้วยไฟ โดยให้นำพระราชกุมารเจ้าฟ้าชายไปรวมไว้กับกุมาร ทั้งหลายในเรือนใบตาลแล้วจุดไฟขึ้น กุมารทั้งหลาย พากันตกใจกลัววิ่งหนีออกมา แต่สมเด็จเจ้าฟ้ากลับ บรรทมเฉยอยู่ตามที่เขาวางไว้ มิได้ทรงกลัวตาย โดย ทรงเห็นว่าไฟนั้นยังไม่ร้อนเท่าไฟในนรกที่พระองค์ ไปตกเสวยกรรมอยู่เป็นเวลานานมาแล้วแต่ยังทรงจำได้ เป็นอย่างดี พระชนมายุได้ ๗ ปี โปรดให้ทดลองด้วย ช้าง โดยให้ช้างซึ่งกำลังตกมันโลดแล่นเข้ามาจะทำ ร้ายเพื่อให้พระราชกุมารตกใจจะได้วิ่งหนีและหายง่อย แต่สมเด็จเจ้าฟ้ากลับทรงบรรทมดุจรอคอยความตาย ไม่มีความหวั่นไหวแต่ประการใด เพราะทรงไว้ซึ่ง พระอธิษฐานจิตอันมั่นคงนั่นเอง พระชนมายุได้ ๘ ปี โปรดให้ทดลองด้วยงู โดยให้นางต่าง ๆ ล้วนแต่น่ากลัว (แต่เอาพิษออก ก่อน) แล้วให้เลื้อยเกี่ยวพันตามพระวรกาย แต่พระ ราชกุมารก็ทรงเฉยเสียอีกทุกครั้งไป พระชนมายุได้ ๙ ปี โปรดให้ทดลองด้วย การเล่นมหรสพถวายอย่างครึกครื้นและน่าสนุกสนาน สำหรับกุมารในวัยนี้เป็นที่สุด แต่ก็ไม่ได้ผลอีกตามเคย เพราะพระราชกุมารผู้มีอธิษฐานจิตมั่นคงมิได้ทรงหลง สนุกไปด้วย ทรงเฉยอยู่เสียอีก พระชนมายุได้ ๑๐ ปี โปรดให้ทดลองด้วย วิธีหวาดเสียว คือ ทรงให้เพชฌฆาตผู้มีร่างกายกำยำ กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More