ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาตมามองเห็นความสำคัญของภาษาบาลี ที่ช่วยดำรงรักษา
พุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าเพื่อสืบอายุพระศาสนา ดังนั้นจึง
พยายามสู้เรียนเรื่อยมา reque
ทั้ง
ด้วยภาระหน้าที่การงานอันมากมายของท่าน
ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทองนพคุณนี้ เป็นพระ
อาจารย์สอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี แต่ท่านก็มิได้ทอดทิ้ง
การศึกษาเล่าเรียน
"แม้อาตมาจะมีอายุมาก เกือบจะมากที่สุดในชั้นเรียน
ประโยค ๙ ก็ตาม แต่อาตมาก็มาเรียนเป็นประจำ เพราะเมื่อ
เรามาเรียนเป็นประจำแล้ว ทำให้เราหมั่นค้นคว้าได้ขบคิดปัญหา
ธรรมะอยู่เป็นประจำ สมองได้ใช้อยู่เรื่อย ๆ สามารถนำมาใช้ใน
ชีวิตประจำวัน และมีความแตกฉานเพิ่มมากขึ้น สามารถนำ
มาสอนพระภิกษุสามเณรได้ต่อไปอย่างดีด้วย
- เหตุที่อาตมาบวชมาจนถึงป่านนี้ได้นั้น ก็ด้วยศรัทธา
ของเราที่มีต่อพระพุทธศาสนาและภาษาบาลี เมื่ออยู่ในเพศ
ภาวะนี้ก็มีความสุขใจ ทั้งจากการศึกษาพระปริยัติและการปฏิบัติ
ตามพระธรรมวินัย คือเป็นความสุขอย่างพระ ๆ จากความสุขนี้
ทำให้เรามีความตั้งใจที่จะดำรงสมณเพศ
พระศาสนาต่อไปเรื่อย ๆ"
ทำงานรับใช้
พระมหาสมชาย ฉายา อิทธิโชโต
นามสกุล เกิดแก้ว
ท่านอิทธิโชโต ภิกขุ นับได้ว่าท่านเป็นพระหนุ่มที่
เปี่ยมล้นไปด้วยอุดมการณ์อันสูงส่งที่ท่านอยากจะเห็นการศึกษา
พระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์สามารถเผยแผ่ออกไปได้อย่าง
กว้างขวางทั่วถึงในชนบทห่างไกลความเจริญ
“ใจของอาตมาตั้งใจว่า สักวันหนึ่งจะออกไปพัฒนา
ชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ที่ขาดบุคลากร มีวัดวาอารามแต่ก็
ร้าง อาตมาตั้งใจจะเข้าไปพัฒนาฟื้นฟู โดยเน้นการพัฒนาคน
ในท้องถิ่นเป็นหลัก ให้เขามีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะ
ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ให้เกิด
ความสุขในชีวิตได้"
“อาตมาจะเน้นงานเผยแผ่พระปริยัติธรรมที่ได้เรียน
มาไปสู่ประชาชน และพระภิกษุสามเณรที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา
ให้มีความรู้ตามหลักพระศาสนาที่ถูกต้อง อีกอย่างอาตมารักใน
ภาษาบาลีมาก คิดว่าเราได้ดีมาก็ด้วยภาษาบาลีและพระศาสนา
จึงอยากจะหาวิธีตอบแทนคุณ ซึ่งก็คงเป็นวิธีนี้ ที่อาตมาสามารถ
ทำได้ดีที่สุด"
" มโนปณิธานอันประเสริฐนี้ เกิดขึ้นได้ก็ด้วยมรสุมชีวิต
ในวัยเยาว์ของท่าน ที่ต้องประสบปัญหาความยากจนของครอบ
ครัวมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แต่เมื่อชีวิตหันเหมาทางธรรมเนื่องจาก
ได้บวชตามประเพณีขณะอายุครบบวช พอออกพรรษาก็คิดที่จะ
ลาสิกขา แต่หลังจากตัดสินใจออกเดินธุดงค์และปฏิบัติธรรม
อย่างจริงจังกว่า ๒ เดือน ทำให้จิตใจของท่านเริ่มสงบนิ่ง ได้
เล็งเห็นโทษของชีวิตครองเรือนจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะไม่สึก
“อาตมาเริ่มคิดว่าถ้าไม่สึกก็ต้องเรียนด้านปริยัติ เพื่อ
เป็นพื้นฐานและสนับสนุนการปฏิบัติที่ดีต่อไป จึงเริ่มตั้งใจศึกษา
พระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลีตั้งแต่นั้นมา
"อาตมาก็พยายามประคองตน ด้วยการควบคุมจิตใจ
ไม่ให้ซัดส่ายไปในทางโลกเมื่อเกิดจิตใจฟุ้งซ่านออกไปก็พยายาม
ให้สติดึงกลับ และบังคับให้อยู่ในเส้นทางธรรม โดยต้องตอกย้ำ
ว่าเราต้องทำงานพระศาสนาเพื่อทดแทนพระคุณของพระศาสนา
ที่ให้เราได้บวชเรียนมาจนถึงวันนี้
พระมหาประเสริฐ ฉายา ธมมสรโณ
นามสกุล เชื้อเมืองพาน
นอกจากชื่อของท่าน ธมมสรโณ ภิกขุจะหมายความ
ถึง "ผู้ประเสริฐ" หรือ "ผู้เจริญ" แล้ว เมื่อใดได้สนทนาธรรม
และรับทราบถึงมโนปณิธานของท่าน ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความ
ประเสริฐของจิตใจของท่าน ซึ่งย่อมได้รับการปลูกฝังมาแต่วัยเยาว์
- "อาตมามีโยมปู่โยมย่าที่ท่านใฝ่ใจทางพระศาสนา มัก
จะไปวัดอยู่เสมอ ๆ และแทบทุกครั้งก็จะพาอาตมาไปด้วย เหตุ
นี้จึงทำให้อาตมามีจิตใจใฝ่ธรรมชอบเข้าวัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ จน
อุปนิสัยของเราก็เลยกลายเป็นแบบพระ ๆ จนเพื่อน ๆ มักล้อกัน
เสมอ"
"หลังจากจบ ม.ศ. ๓ คุณโยมทั้งสองก็อยากให้บวช
อาตมาก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะบวชทดแทนพระคุณของท่าน
เมื่อบวชแล้วจึงรู้สึกรักในเพศภาวะที่เป็นอยู่ ไม่คิดอยากสึก และ
กั ล ย า ณ ม ต ร ๒๕