ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลังจากพวกอารยันได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอย่าง
เป็นกิจลักษณะแล้ว นครรัฐและอาณาจักรหลายแห่ง
ได้เริ่มต้นขึ้น ระบบกษัตริย์ได้พัฒนาขึ้นหลังจากนคร
เริ่มขยายตัว การเมืองระหว่างรัฐก็ได้เริ่มต้นขึ้นใน
ช่วงสมัยนี้ด้วย สถานะทางภูมิศาสตร์ผนวกกับลักษณะ
ของประชากรได้ช่วยให้เกิดนครรัฐที่กระจัดกระจายกัน
ความผูกพันในแง่เผ่า พวกเผ่าพันธ์ก่อให้เกิดลักษณะ
เผ่าพันธ์นิยม (tribalism) และรัฐหลายรัฐในช่วงนี้จัดตั้ง
ขึ้นก็โดยอาศัยพื้นฐานของชาติพันธ์เป็นหลัก
สภาพการเมืองในนครรัฐอินเดียเป็นสาเหตุหนึ่ง
ที่จะอธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดแนวเชื่อใหม่ในทาง
ปรัชญา อิทธิพลของกษัตริย์และพราหมณ์มีอยู่สูงใน
นครรัฐซึ่งใช้อำนาจแบบสมบูรณาญาสิทธิราช ก่อให้
เกิดความขัดแย้งภายใน อาทิ เกิดระหว่างกษัตริย์
กับขุนนาง กษัตริย์กับพราหมณ์หรือเกิดขึ้นในหมู่ราชวงศ์
เดียวกัน ดังนั้นตำนานในอินเดียเกี่ยวกับกำเนิดของ
เมือง จึงมักอ้างถึงสาเหตุใหญ่สองประการคือ
๑.เกิดจากการตั้งตนเป็นใหญ่ของบุคคลที่มี
เชื้อสายกษัตริย์ ซึ่งมีสาเหตุมาหลายประการ เช่น
เข้ากับพี่น้องราชวงศ์เดียวกันไม่ได้ จึงละบ้านช่องไป
ตั้งบ้านเรือนหรือเมืองใหม่พร้อมด้วยผู้ภักดี และใช้
การปกครองแบบเอกชนวีรชนของกษัตริย์
๒.เกิดจากการรวมกลุ่มประชาชนขึ้นเอง โดย
มีหัวหน้าปกครองแบบลูกแบบหลานหรือใช้การปกครอง
แบบอาศัยที่ปรึกษาที่เรียกว่า การปกครองแบบสาธารณ
รัฐ มีสภาทำหน้าที่ตัดสินคดีความทางการเมือง และ
ขจัดความขัดแย้งในหมู่ชนชั้นปกครองและประชาชน
โดยทั่วไป
ระบบการเมือง
- ในระยะเริ่มต้นการเมืองเป็นเรื่องมีขอบเขตจำกัด
อาศัยหลักการปกครองแบบง่าย ๆ คล้ายกับรูปแบบ
-
ของพ่อปกครองลูกดังในสมัยสุโขทัยยุคต้นเป็นตัวอย่าง
-
ในลักษณะของการปกครองเช่นนี้ ย่อมหมายความ
ว่าระเบียบภายในสังคมเป็นระเบียบที่มีการวางกฎหลัก
ที่ตายตัวเป็นที่พอใจของคนหมู่มากระดับหนึ่ง มีการ -
แบ่งหน้าที่ทางสังคมและการเศรษฐกิจไว้เรียบร้อยเช่นกัน
ประการสำคัญที่สุดคือประชาชนคงต้องการเคารพ
กฎหมายที่วางไว้นั้น ไม่ละเมิดกฎหรือกระทำการใด ๆ
อันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งถึงรบกันในขั้นสุดท้าย
พุทธศาสนาก็ได้มีการย้ำให้มีการถือแบบอย่างที่กำหนด
ไว้นี้อย่างเคร่งครัด อาทิในการชี้ธรรมให้ชาวเมือง
วัชชีอยู่ในความเจริญท่านได้กล่าวว่า
"ตราบใดที่ชาววัชชีเข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน
- เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน
-
กระทำกิจทั้งหลายโดยพร้อมเพรียงกัน
ไม่นำวินัยใหม่มาล้างวินัยเก่าที่ตั้งไว้แล้ว
แต่รักษาไว้ซึ่งธรรมเก่าแก่ที่ยึดถือมา
2. ยกย่อง เคารพสักการบูชา
แล้ว ผู้อาวุโสในหมู่ชาววัชชีและถือเป็นผู้ควรเชื่อฟัง
หญิงชราและหญิงสาวในครัวเรือน
แรง ไม่ถูกบังคับเคี่ยวเข็ญ
เคารพสักการะ บูชา
พระเจดีย์ของชาววัชชี
ทั้งภายในและภายนอกในรอบสินค้
ไม่ละเลยการบูชาพระเจดีย์ (seeal
- เหล่านี้ ด้วยพลีกรรมและพิธีกรรมตามที่เคย
ทำมานาน
กั ล ย า ณ ม ต ร ๗๓