ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทีเดียว กายนี้ คือ กายตรัสรู้ธรรม พระสิทธัตถ
สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ พอ
พระองค์เห็นเข้าเท่านั้น ทรงอุทาน อโห พุทโธ เลย
ทีเดียว โอ้โห นี่หรือพระพุทธเจ้า ทรงปลื้มใจทีเดียว
หรือถ้าเป็นภาษาไทยก็ว่า โอ้โอ นี่แหละกายผู้รู้ ผู้ตื่น
ผู้เบิกบานแล้ว
อโห พุทโธ เป็นเนมิตกนาม คือ เป็นชื่อที่
เกิดขึ้นมาพร้อมกับการบังเกิดขึ้นของธรรมกาย หรือ
การบังเกิดขึ้นของพุทธรัตนะ เป็นกายตรัสรู้ธรรม
หรือบางทีเรียกว่า พุทธรัตนะ ตั้งอยู่ในกลางกาย
ของเรา ขนาดเล็กเท่าปลายเข็มเรื่อยไป กระทั่งโตใหญ่
๕ วา ๑๐ วา ๑๕ วา ๒๐ วา หรือมีขนาดโตใหญ่
หนักยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งไม่มีที่สุด นี่แหละกายธรรม
กายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเข้าถึงพระธรรมกาย
ธรรมจัก ก็บังเกิดขึ้น ท่าให้เห็นได้ทุกทิศทุกทางใน
เวลาเดียวกัน แตกต่างจากการเห็นด้วยตามนุษย์
เพราะมนุษย์เวลาจะเห็นอะไร เห็นได้ทีละทาง ถ้า
อยากเห็นข้างหน้าก็มองไปข้างหน้า อยากเห็นข้าง
หลังก็กลับหลังหัน อยากเห็นทางซ้ายก็เหลียวซ้าย
อยากเห็นทางขวาเหลียวขวา อยากเห็นข้างบนก็เงย
หน้า อยากเห็นข้างล่างก็ล้มลง แต่พระธรรมกาย
ท่านหยุดอยู่จุดเดียวในกลางกายท่าน เห็นได้ทุกทิศ
ทุกทาง บางทีก็เรียกว่า สมันตจักษุ คือ มีดวงตา
รอบตัว ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเอาลูกนัยน์ตาไปติด
รอบตัว แต่ว่าเห็นได้ทุกทิศทุกทาง ในเวลาเดียวกัน
เป็นอัศจรรย์ และทำให้เรามีญาณทัสสนะ เป็น
เครื่องบังเกิดขึ้น เห็นไปถึงไหนก็รู้ถึงนั้น เห็นใน
อดีตก็รู้เรื่องในอดีต เห็นในปัจจุบันก็รู้เรื่องในปัจจุบัน
น้อมไปในอนาคตก็เห็นเรื่องในอนาคต รู้เรื่องอนาคต
การเห็นอย่างวิเศษนี้ ภาษาบาลีใช้คำว่า
วิปัสสนา หมายถึงการเห็นอันวิเศษเป็นการเห็น
อย่างแจ่มแจ้ง เหมือนดึงของในที่มืดออกมาสู่ที่แจ้ง
เป็นการเห็นที่แตกต่างจากการเห็นด้วยตามนุษย์
เทวดา พรหม อรูปพรหม เห็นได้ลึกซึ้งกว้างไกล
กว่ากันนัก เพราะท่านเป็นกายที่อยู่นอกภพ เห็น
ตลอดทั้งกายที่อยู่ในภพ เรื่องราวของสิ่งที่อยู่ในภพ
สาม ทั้งกามภพ รูปภพ อรูปภพ เห็นสิ่งที่อยู่นอก
ภพสามขึ้นไป คืออายตนนิพพานก็เห็นได้ รู
เรื่องราวได้ เห็นได้ครบวงจร เห็นได้สมบูรณ์ทีเดียว
ความรู้จึงสมบูรณ์แล้วปัญญาบริสุทธิ์ จงบังเกิดขึ้น
เพราะเมื่อเราเข้าถึงพระธรรมกาย โลกและจักรวาล
ก็อยู่ในสายตา ความลี้ลับของสรรพสัตว์และสรรพ
สิ่งทั้งหลาย ก็จะถูกเปิดเผยด้วยธรรมจักขุของ
พระธรรมกายและญาณทัสสนะอันบริสุทธิ์,ของท่าน
พระธรรมกายเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกของเรา ซึ่งท่านได้
พอไปถึงแล้วลืมไปเลยว่า มีความทุกข์ เศร้า ซึม เซ็ง
เครียด เบื่อ กลุ่ม หายหมด
นี่คือความอัศจรรย์ของพระธรรมกายในตัว
เราทุกๆ คน เข้าถึงได้เมื่อไหร่ ปิดประตูอบายภูมิ
นรกไม่ต้องไป ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย
หรือสัตว์เดรัจฉาน ตายแล้วก็ไปเกิดอยู่ในสุคติภพ
ชาวสวรรค์เขามาอัญเชิญทีเดียวให้ไปบังเกิดไปเป็น
สหายแห่งชาวสวรรค์ในภพภูมินั้นๆ เหมือนอย่าง
ธรรมิกอุบาสก ท่านเข้าถึงพระธรรมกาย เป็นพระ
อริยบุคคล มองเห็นด้วยตาธรรมกาย ตอนใกล้จะ
ละโลก ชาวสวรรค์ทั้ง 5 ชั้น ตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา
ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี
มาอัญเชิญให้ไปอยู่ด้วย เพราะท่านเหล่านั้นท่านรัก
ชอบคนที่มีธรรมกาย เป็นธรรมกาย อยู่ใกล้แล้วเย็น
อยู่ใกล้แล้วได้รู้เรื่องราวต่างๆอยู่ใกล้แล้วได้บุญได้กุศล
เพราะฉะนั้นธรรมกายนี่แหละ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอัน
สูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีอยู่ในตัวของเรานะ
ลูกนะ
กัลยาณมิตร มนาคม พ.ศ. ๒๕๕
๕