ความทรงจำเกี่ยวกับคุณยาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 202

สรุปเนื้อหา

สายตามองผ่านสองแม่ลูกออกไปในมุมกว้างขึ้น ก็เห็นว่า เบื้องหลังภาพสองแม่ลูกคือ ภาพคุณยายอาจารย์มหาร รัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เมื่อดิฉันอายุได้ ๑๔ ปี ได้ชื่อว่าเป็นหลานสาว คนเล็กของคุณป้า ท่านเป็นพี่สาวคนโตของคุณแม่ บ้าน เดิมของครอบครัวคุณแม่เป็นชาวจังหวัดชลบุรี ช่วงนั้น คุณป้าไม่สบายมาก ดิฉันทำหน้าที่ดูแลพยาบาลท่าน จนถึงวันสุดท้ายที่ท่านจากไป หากคุณป้ามีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ ท่านจะมีอายุ ๙๐ ปีพอดี จากวันนั้นถึงวันนี้เวลาผ่านไป นับสิบปี มีเพียงประโยคเดียวจากปากคุณป้า ที่ดิฉันจำได้ ติดใจ แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมจึงจำประโยคนี้ได้ ดิฉัน จำได้เลือนลางว่าคุณป้าเล่าเรื่องในอดีตให้ใครสักคนฟัง จำไม่ได้ว่าใคร จำได้แต่ว่าคุณป้าไม่ได้จงใจพูดกับดิฉัน โดยตรง เพียงได้ยินแล้วก็จำได้เท่านั้น คุณป้าพูดว่า “....ฉ

หัวข้อประเด็น

- ความทรงจำเกี่ยวกับคุณยาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สายตามองผ่านสองแม่ลูกออกไปในมุมกว้างขึ้น ก็เห็นว่า เบื้องหลังภาพสองแม่ลูกคือ ภาพคุณยายอาจารย์มหาร รัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เมื่อดิฉันอายุได้ ๑๔ ปี ได้ชื่อว่าเป็นหลานสาว คนเล็กของคุณป้า ท่านเป็นพี่สาวคนโตของคุณแม่ บ้าน เดิมของครอบครัวคุณแม่เป็นชาวจังหวัดชลบุรี ช่วงนั้น คุณป้าไม่สบายมาก ดิฉันทำหน้าที่ดูแลพยาบาลท่าน จนถึงวันสุดท้ายที่ท่านจากไป หากคุณป้ามีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ ท่านจะมีอายุ ๙๐ ปีพอดี จากวันนั้นถึงวันนี้เวลาผ่านไป นับสิบปี มีเพียงประโยคเดียวจากปากคุณป้า ที่ดิฉันจำได้ ติดใจ แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมจึงจำประโยคนี้ได้ ดิฉัน จำได้เลือนลางว่าคุณป้าเล่าเรื่องในอดีตให้ใครสักคนฟัง จำไม่ได้ว่าใคร จำได้แต่ว่าคุณป้าไม่ได้จงใจพูดกับดิฉัน โดยตรง เพียงได้ยินแล้วก็จำได้เท่านั้น คุณป้าพูดว่า “....ฉันก็เคยไป แม่ทองสุกเค้ามา สอนกรรมฐอุน...” จำได้เพียงเท่านี้ ในตอนนั้นไม่ทราบว่า “แม่ทองสุก” เป็นใคร อยู่ที่ไหน ภายหลังมาประมวล เหตุการณ์แล้ว ไม่ทราบแม่ทองสุกของคุณป้า จะเป็นท่าน เดียวกับคุณยายทองสุก สำแดงปัน หรือไม่ เพราะคุณ ยายทองสุก ท่านเคยได้รับคำสั่งจากพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้ไปเผยแผ่ธรรมะในแถบ จังหวัดชลบุรี น่าแปลกใจตัวเองว่า ค่า พูดตั้งร้อยตั้งพ้นของคุณ- ป่า ดิฉันกลับจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากประโยคนี้ซึ่งก็ไม่ น่าจะจำได้ เพราะไม่เคยรู้จัก “แม่ทองสุก” ของคุณป้ามา กอน มาถึงวันนี้ดิฉันรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ซักถามคุณ ป่าให้ได้ความกระจ่างมากกว่านี้ แต่จะทำอย่างไรได้ ขณะนั้นอายุเพียง ๑๔ ปี วัยนั้นคิดแต่จะเที่ยวเล่น ไม่ได้ สนใจอะไรเลย ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ยิน ได้ฟัง เรื่องราวของบุคคลพิเศษ หลังจากนั้นอีกหลายปี ดิฉันได้มีโอกาสได้อ่าน หนังสือ “เดินไปสู่ความสุข” ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของใคร หยิบมาอ่านจนจบ รู้สึกชอบหนังสือเล่มนี้มาก อ่านแล้ว รู้สึกว่าในความมืด มีแสงสว่างดวงเล็กๆ เกิดขึ้น แม้จะ เห็นอยู่ไกลลิบๆ แต่ก็อบอุ่นใจว่าได้พบความสว่างแล้ว อย่างน้อยก็ได้ทราบว่าโลกนี้มีคนที่เป็นต้นแบบได้ มีตัว ตนจริง ๆ ภาพเด็กน้อยประนมมืออธิษฐานก่อนจะทำ บุญ ในวันนั้น ทำให้เกิดความคิดว่า เด็กน้อยหลานคนเล็กของ คุณยายคนนี้ เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียงปีเศษ ยังไม่ทัน รู้ความ คุณยายก็ละสังขาร ตลอดเวลา ๑ ปี ๔ เดือนที่ ผ่านมา มีการสวดพระอภิธรรมคุณยายอาจารย์ทุกวันไม่ เว้นแม้แต่วันเดียว เด็กน้อยก็คงจะเคยติดตามแม่ของ เธอมาร่วมงานหลายครั้ง แต่หลังจากวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๔ ซึ่งเป็นวันสลายร่างของคุณยายอาจารย์แล้ว ภาพคุณยายอาจารย์ที่อยู่ในใจหลานตัวน้อยจะเลือนลาง ไปตามวันเวลาที่ผ่านไปหรือไม่ ก็อยู่ที่พ่อแม่ของเธอที่ จะต้องช่วยกัน น่า คุณธรรมความดีงามของคุณยายอาจารย์ มาถ่ายทอดให้เธอรับรู้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เธอจะได้ มีแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องดีงาม บางครั้งผู้ใหญ่เรา มักจะคิดว่า เด็กน้อยยังเล็ก กัลยาณมิตร 2นาคม พ.ค. ๒๕©T* @am
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More