การละสุขน้อย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 202

สรุปเนื้อหา

เท่านั้น นี่ขอสําคัญรู้จักหลักนี้แล้ว ให้ละสุขอันน้อยเสีย สุขอันน้อยนั่นคืออะไร รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่เรา ใช้สอยอยู่นี้ รูปที่ชอบใจ เสียงที่ชอบใจ กลิ่นที่ชอบใจ รส ที่ชอบใจ สัมผัสที่ชอบใจ ติดอยู่ในกามภพ ที่ให้เราซบอยู่ ในกามภพนี้ถึงศีรษะไม่ขึ้น ไอ้รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่นแหละเป็นสุขนิดเดียว สุขเล็กน้อยไม่ใช่เป็นสุขมาก สุข ชั่วปรบมือกระพือปีกไก่เท่านั้น มันสุขน้อยจริงๆ ให้ละสุข น้อยนั้นเสีย ให้ละ ๕ อย่างนี้ คือ รูปที่ชอบใจ เสียงที่ชอบใจ กลิ่นที่ชอบใจ รสที่ชอบใจ สัมผัสที่ชอบใจ เมื่อละได้แล้ว เรียกว่า จาคะ สละสุขที่ยินดีใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นได้ ยินดีใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นเป็นไฉน เงินทองข้าวของ วิญญาณกทรัพย์ อวิญญาณกทรัพย์ เหล่านี้เรียกว่า รูปสมบัติ ที่เรายินดี

หัวข้อประเด็น

- การละสุขน้อย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๕ เท่านั้น นี่ขอสําคัญรู้จักหลักนี้แล้ว ให้ละสุขอันน้อยเสีย สุขอันน้อยนั่นคืออะไร รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่เรา ใช้สอยอยู่นี้ รูปที่ชอบใจ เสียงที่ชอบใจ กลิ่นที่ชอบใจ รส ที่ชอบใจ สัมผัสที่ชอบใจ ติดอยู่ในกามภพ ที่ให้เราซบอยู่ ในกามภพนี้ถึงศีรษะไม่ขึ้น ไอ้รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่นแหละเป็นสุขนิดเดียว สุขเล็กน้อยไม่ใช่เป็นสุขมาก สุข ชั่วปรบมือกระพือปีกไก่เท่านั้น มันสุขน้อยจริงๆ ให้ละสุข น้อยนั้นเสีย ให้ละ ๕ อย่างนี้ คือ รูปที่ชอบใจ เสียงที่ชอบใจ กลิ่นที่ชอบใจ รสที่ชอบใจ สัมผัสที่ชอบใจ เมื่อละได้แล้ว เรียกว่า จาคะ สละสุขที่ยินดีใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นได้ ยินดีใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นเป็นไฉน เงินทองข้าวของ วิญญาณกทรัพย์ อวิญญาณกทรัพย์ เหล่านี้เรียกว่า รูปสมบัติ ที่เรายินดีในรูปสมบัตินั้นแหละ เรียกว่า ยินดีในรูป เสียงยกย่องสรรเสริญ ยกยอสรรเสริญ ชมเชยต่างๆ เหล่านี้ ที่เป็นโลกธรรมเหล่านี้นั่นแหละ ยินดี ในเสียง ถ้าเราไปยินดีติดอยู่ในเสียงสรรเสริญอันนั้นละก็ ทำให้เพลินซบเซาอยู่ในโลก เป็นทุกข์ เป็นสุขกับเขาไม่ได้ กลิ่นหอมเครื่องปรุงต่างๆ อันเป็นที่ชื่นเนื้อเจริญใจนั่นแหละ ยินดีในกลิ่นมัวยินดีในกลิ่นอยู่เถิดจะซบเซาอยู่ในมนุษยโลก ในกามภพ ดุจคนสลบโงศีรษะไม่ขึ้น ติดรสเปรี้ยว หวาน มันเค็มอยู่นี่แหละ ยินดีในรส ถ้าว่าติดอยู่ในรสเช่นนั้นแล้ว ละก็ หรือติดรสอันใดก็ช่าง ความติดรสอันนั้นแหละ ทำให้ โงหัวไม่ขึ้น ยินดีในความสัมผัส ถูกเนื้อต้องตัว ถ้าเอาใจ ไปยินดีในสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวเข้าแล้ว เข้าไปอยู่ในเชือก ผมทีเดียว โงศีรษะไม่ขึ้นอีกเหมือนกัน ห้าอย่างนี้ให้สัตว์ โลกจมอยู่ในวัฏสงสาร ยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ติดอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ออกจากวัฏฏะไม่ได้ กรรมวัฏฏ วิปากวัฏฏ กิเลสวัฏฏออกไม่ได้ ออกจากภพ สามไม่ได้ ออกจากกามไม่ได้ เพราะสละสิ่งทั้งห้าไม่ได้ ถ้าสละละสิ่งทั้งห้าอันเป็นสุขน้อยนี้เสียได้แล้ว เมื่อสละสิ่ง ทั้งห้าเสียได้แล้วจะได้ประสบสุขอันไพบูลย์ ต้องประสบสุข อันไพบูลย์แท้ๆ อันไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป ละของมนุษย์ได้แล้ว ต้องไปติดอยู่ในชั้นจาตุมหาราชของทิพย์อีก ก็ต้องติดอยู่ แบบเดียวกัน รูป เลียง กลิ่น รส สัมผัส ก็ได้ชื่อว่าละไม่ได้ เพราะของเป็นทิพย์เสียอีก ละชั้นจาตุมหาราชก็จะไปติด ชั้นดาวดึงส์อีก ชั้นดาวดึงส์ก็ปล่อยเลียอีก ละเสียอีก จะ เข้าถึงยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมีตวสวัตตี จะได้ ทั้งหมดนี้ ใครอุตส่าห์พยายามรักษาศีลมันจริง เมื่อสละ พวกนี้ให้แล้ว ทำศีลให้มั่นขึ้น ศีลมั่นแล้วเจริญเป็นทาง สมาบัติทีเดียว ให้เข้าสู่รูปฌานทั้งสี่ให้ได้ คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตกฌาน จะได้ไปรับสุขยิ่งใหญ่ ไพศาลไปกว่านี้ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเข้าถึงฌานทั้งสี่ แตกกายทำลายขันธ์ ก็ได้ไปบังเกิดในพรหม ๑๖ ชั้น ได้ รับความสุขยิ่งขึ้นไปเป็นชั้นๆ จนกระทั่งถึงขนาดถึง พรหมชั้นที่ ๑๑ หรือ ๑๒-๑๓-๑๔-๑๕-๑๖ ขึ้นไปก็ตามเถอะ แต่ว่าอย่าติดนะ ติดในชั้นพรหมไม่ได้ละเสียได้เป็นสุข ให้ ละสุขในรูปภพนี้เสีย แม้จะได้ไปครองสุขในอรูปภพต่อไปอีก ยึดเอาอะไรไปครองสุขในอรูปภพต่อไป อากาสานัญจาย ตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญา นาสัญญายตนะ สุขแค่นั้นจะเพียงพอแล้วหรือ ถ้าเรา ต้องการ ประสบสุขอันไพบูลย์ใหญ่ไพศาลแล้วก็ให้ละสุข ในอรูปพรหมอีก อย่าติดสุขในอรูปภพนั้นให้ไปถึงนิพพาน ทีเดียว เมื่อไปถึงนิพพานแล้ว นั่นแหละจะได้ประสบสุข อันไพบูลย์ และสุขอันนั้นเป็นสุขสำคัญ สุขอื่นไม่ได้ เมื่อรู้ว่าสุขเช่นนั้นแล้ว ทำอย่างไรต่อไป วิธีจะละ ตั้งแต่มนุษย์นี่ จะละสุขในมนุษย์หละ เราจะละท่าไหน ต้องแก้ไขวิธีละทีเดียว ต้องใช้ละด้วยกาย ละด้วยวาจา ละด้วยใจ ต้องใช้ทาน ศีล ภาวนา เป็นฆราวาสครองเรือน ให้หมั่นให้ทาน ให้ละสุขน้อยโดยการบริจาคทาน ที่มีสมบัติ ยิ่งใหญ่ไพศาลในมนุษยโลกดังนี้ ถึงมีพอประมาณหรือมี เล็กน้อยก็ช่าง อุตส่าห์ละเถิด จงให้ทานให้ความสุขในภพ นี้ และภพหน้าต่อไปนับภพไม่ถ้วน ให้อุตส่าห์ให้ทาน ทานนี่แหละเป็นข้อสำคัญนัก ท่านยืนยันตามตำรับตำรา ว่ามนุษย์จะได้รับความสุขในมนุษยโลกก็เพราะอาศัยการ ให้ทานกัน ด้วยเหตุนี้ พระโพธิสัตว์เจ้าสร้างบารมีมาเกิด ในมนุษยโลก ก็ย่อมให้ทานในเบื้องหน้า ท่านเป็นผู้เก็บ หอมรอมริบ สนับสนุนอุปถัมภ์ค้ำชูแก่บริวารของท่านไม่ แพ้ฝ่ายใด ท่านก็อุปถัมภ์ค้ำชูตลอด เพราะท่านเป็นผู้มี สมบัติยิ่งใหญ่ไพศาล ท่านบริจาคทานอย่างนี้ อัตราการ ให้ท่านนี่แหละที่จะลงเราให้ไปถึงสุขยิ่งใหญ่ไพศาล ถ้าไม่ มีทานจะมีสุขอันยิ่งใหญ่ไพศาลไม่ได้เพราะไม่มีผลทานส่งให้ จะถึงสุขยิ่งใหญ่ไพศาลไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดมาใน พยาณมิตร มนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More