การพัฒนาจิตผ่านความสงบ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 65
หน้าที่ 65 / 202

สรุปเนื้อหา

ใหม่โดยไม่มีอาการหงุดหงิดรำคาญ เบื่อที่นึกดวงดาวก็ เปลี่ยนมานึกดอกไม้ เมื่อดอกไม้อยากได้ความสงบก็ เปลี่ยนมานึกองค์พระ สลับไปสลับมาอย่างไรก็ได้แต่ต้อง ให้อยู่ตรงกลาง นักอยู่ตรงกลางอย่างมั่นใจ ส่วนความมั่นใจของผู้ที่ยังไม่ชำนาญในกลาง คือ การมั่นใจไปเลยว่า ที่นึกไว้ในท้องนั้นคือศูนย์กลางกาย เริ่มต้นเพียงขอให้สิ่งที่นึกอยู่ในท้องเท่านั้นเป็นใช้ได้ ไม่ ต้องไปคาดคั้น แต่ต้องคะเนหรือต้องทำความเข้าใจก่อน ว่าศูนย์กลางกายอยู่ที่ไหน ลักระยะ จะ ใหม่ๆ ของการฝึก จะรู้สึกเหมือนใจตันคล้าย ฐานไม้กลมๆ ที่สมมติช้างต้นไปก่อน แต่ฟักไปอย่างสบายๆ จะรู้สึกว่าช่องตะปูตัวเล็กที่ตอกไว้นั้นขยายได้ หรือราวกับว่าหัวตะปูที่ตอกไว้ใส่กลายเป็นแก้ว หรือใน หลายๆ ท่าน ราวกับตะปูทั้งตัวคล้ายถูกถอนออกไป ความสนใจในผืนผ้าไม่มีอีก ช

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาจิตผ่านความสงบ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใหม่โดยไม่มีอาการหงุดหงิดรำคาญ เบื่อที่นึกดวงดาวก็ เปลี่ยนมานึกดอกไม้ เมื่อดอกไม้อยากได้ความสงบก็ เปลี่ยนมานึกองค์พระ สลับไปสลับมาอย่างไรก็ได้แต่ต้อง ให้อยู่ตรงกลาง นักอยู่ตรงกลางอย่างมั่นใจ ส่วนความมั่นใจของผู้ที่ยังไม่ชำนาญในกลาง คือ การมั่นใจไปเลยว่า ที่นึกไว้ในท้องนั้นคือศูนย์กลางกาย เริ่มต้นเพียงขอให้สิ่งที่นึกอยู่ในท้องเท่านั้นเป็นใช้ได้ ไม่ ต้องไปคาดคั้น แต่ต้องคะเนหรือต้องทำความเข้าใจก่อน ว่าศูนย์กลางกายอยู่ที่ไหน ลักระยะ จะ ใหม่ๆ ของการฝึก จะรู้สึกเหมือนใจตันคล้าย ฐานไม้กลมๆ ที่สมมติช้างต้นไปก่อน แต่ฟักไปอย่างสบายๆ จะรู้สึกว่าช่องตะปูตัวเล็กที่ตอกไว้นั้นขยายได้ หรือราวกับว่าหัวตะปูที่ตอกไว้ใส่กลายเป็นแก้ว หรือใน หลายๆ ท่าน ราวกับตะปูทั้งตัวคล้ายถูกถอนออกไป ความสนใจในผืนผ้าไม่มีอีก ช่องตะปูเดิมกลับกลาย เป็นโพรงใสๆ ลึกลงไป บางทีช่องโพรงนั้นก็ขยายได้ บางทีก็เท่าเดิม ฟิกไปๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย ทำเพียง สนใจกับกลาง ทุกอย่างปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นไปตามอำนาจของผู้รู้ภายใน ไม่ช้าไม่นาน ช่องโพรงนั้น จะโล่งกว้างขยายออกไปจนรู้สึกได้ เมื่อถึงเวลาหรือสภาวะดังกล่าวนี้ ความสบาย ภายในจะซึมซับขึ้นจากศูนย์กลางกาย เป็นความสบาย ที่แท้จริง ซึ่งจะแตกต่างจากความสบายภายนอกจนผู้ฝึก รู้สึกได้ ความสบายนี้จะซึมซ่านออกผสานกับความสบาย ภายนอกที่มีอยู่เดิม ทำให้ความสบายแผ่ไหลออกไปถ้วน มั่วทั้งเรือนกาย เป็นความสบายที่ส่งผลต่ออารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และสุขภาพ กระนั้น เราก็จะไม่ติดอยู่กับสบายนี้ แต่รับรู้ได้ สัมผัสได้ นำมาใช้ประโยชน์ได้ เมื่อถึงคราวทำสมาธิความ สบายดังกล่าวนี้จะเป็นพื้นฐานในการฟักต่อไป ใจจะถูก สอดลงเข้าไปวางนิ่งในท่ามกลางความสบาย ยังคงสนใจ แต่ศูนย์กลางกาย กลางของความรู้สึกภายใน ความสบาย จะเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงบ ความสงบจะทบกลับให้ยิ่ง เกิดเป็นความใสสว่าง หรือ ส่งผลให้ยิ่งหยุด ยิ่งนิ่ง เข้าไป ในท่ามกลางความสงบสบาย ยังสบาย ถึงวาระนี้ เป็นไปได้ที่สภาวธรรมภายในจะปรากฏ เช่น ปรากฏเป็นดวงใสสว่าง ขนาดเล็กเท่าดวงดาว แวววาวอยู่ท่ามกลางความสงบสบายในกลางตัว หรือ ขนาดกลางเท่าเดือนดวงเพ็ญ เด่นใส่อยู่ในกายตน หรือ ขนาดใหญ่กระจ่างดังตะวันเที่ยงแต่เย็นสบายอยู่ใน ศูนย์กลางกายของตน แต่จะเป็นเช่นไร จะสว่าง จะสุกใส จะสบาย เพียงไหน ย่อมต้องพอใจในสิ่งที่ทำได้ ขอให้พอใจในสิ่งที่ ได้รับ และพอใจที่วางใจเบาๆ ลงไปในกลางอย่างไม่รู้ เบื่อหน่าย หากสภาวธรรมปรากฏจริง เป็นของจริง เรื่อง ความเกียจคร้านในการปฏิบัติจะไม่มีวันเกิดขึ้น ความ อึดอัดไม่มี ความทุกข์ไม่มา เพราะมนุษย์ย่อมปรารถนา ย่อมเสาะแสวงหาความสุขที่ยิ่งๆ ขึ้นไป และความสุข ความสบาย ความสงบ ที่เกิดขึ้นภายในไม่มีความสุนทรีย์ ภายนอกใดๆ มาเปรียบเทียบได้ หากทำได้จริง สัมผัสจริง จะไม่มีวันวิ่งหนีหายห่างจากการปฏิบัติธรรมเลย และ ผลแห่งการปฏิบัติธรรมจะน้อมนำ ทำให้ผู้ทำได้จริงมีแต่ พัฒนาไปทางที่ดี ไม่ว่าจะเป็นวาจา กิริยา ความคิด และ การปฏิบัติตน เพราะผู้ที่มีความสงบภายในย่อมต้องอยู่ใน ที่อันสงบ สะอาด ผู้มีความสบายภายใน ย่อมยังทุกอย่าง รอบตนให้เกิดความสบาย กลายเป็นสัปปายะ จึงมีผู้พูด เสมอว่าจะแก้ปัญหาใดต้องแก้จากข้างในสู่ภายนอก เพราะ “ใจ” เป็นเครื่องกำหนด เป็นเครื่องบ่งบอก และเป็นกำลัง ที่จะบันดาลทุกอย่างให้เป็นไป แต่การทำสมาธิเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทำได้ไม่ ง่ายนัก เทคนิคของการน่า ความสบายมาใช้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะความสบายอย่างใจที่ตั้งมั่นจะทำให้เกิดความสงบ แล้วความสงบอย่างสบาย ๆ จะทำหน้าที่น้อมใจเข้าไปสู่ สภาวะของสมาธิ จากนั้นสภาวะของสมาธิก็จะส่งความสบาย ภายในออกมาผสมผสานกับความสบายภายนอก กลายเป็น มวลแห่งความสบายใหม่ ที่จะเป็นพื้นฐานของการทำ สมาธิให้ละเอียดยิ่งๆ ขึ้นไป ดังนั้น ความสงบ สบาย กับ สมาธิ จึงเป็นสิ่งที่ ต้องควบคู่กันตลอดเส้นทางของการปฏิบัติธรรม น.ณ ๖น: มนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More