ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีความกลัวอีกประเภทหนึ่กลัวแล้วปดประตูนรกเปิดประตูสวรรค์ได้คือกลัวบาปที่ภาษาพระเรียกว่า
โอตตัปปะ เพราะกลัวต่อการติเตียนตัวเอง กลัวคนอื่นติเตียน กลัวภัยวากกาถูกลงโทษและกลัวผล
แห่งวิบากกรรม จึงไม่ยอมท่าวความชั่ว กลัวอย่างนี้ควรกลัว กลัวแล้วตี
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกข
เวดาในป่าหิมพานต์ ในครั้งนั้นพระราชาพระองค์หนึ่ง
ทรงมอบช้างมงคลให้แก่ครูฝึกช้าง เพื่อฝึกหัดให้มีความ
กล้าไม่หวาดกลัวต่อศัสตราวุธใดๆ ในสงคราม ครูฝึกจึง
จับช้างมัดที่เสาตะลุงจนช้างกระดุกกระดิกไม่ได้ แล้วเอา
พวกทหารถืออาวุธ พากันเช้าไปล้อมข่มขู่ช้างให้หวาดกลัว
ช้างถูกมัดข่มขู่เช่นนั้น ไม่สามารถระงับความพรั่นพรึงได้
จึงทำลายเสาตะลุงไล่กวดทหารแล้วหนีเข้าป่าไป พวกทหาร
ไม่อาจจับช้างนั้นได้จึงพากันกลับ นี้เป็นเหตุให้ช้างมีนิสัย
ขี้กลัว
ต่อมา เมื่อช้างได้ยินเสียงลมพัด เสียงกิ่งไม้แห้ง
หักตกลงมาก็กลัวตัวสั่น ทิ้งงวงเอาหางปิดกัน วิ่งหนีเสียง
ดังกล่าว ไม่มีความสบายกายสบายใจมีแต่ความหวาด
ระแวงเที่ยวไปในปา
รุกชเทวดาโพธิสัตว์ยืนอยู่บนคาคบต้นไม้ เห็น
ช้างนั้นแล้วจึงกล่าวว่า ลมพัดไม้แห้งที่ทุรพลมีอยู่มากมาย
ในป่านี้ ถ้าเจ้ากลัวลมนั้นก็จะต้องกลัวอยู่เป็นนิจ จะต้อง
เจ็บตัวเสียเลือดเสียเนื้อ ฉะนั้นเจ้าอย่ากลัวเลย ช้างนั้นได้
ฟังโอวาทแล้วจึงหายกลัว
อีกคราวหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระศาสดาทรง
แสดงถึงความคิดของพระองค์เมื่อก่อนตรัสรู้ว่า เมื่อถึงวัน
ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ 4 ค่าแห่งปักษ์ ควรทดลองอยู่
ในเสนาสนะที่น่ากลัวน่าขนพองสยองเกล้า เช่น สวนหรือป่า
ที่คนเข้าใจว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจะเห็นความกลัว
และสิ่งที่น่ากลัว เมื่อทดลองเข้าไปอยู่ในสถานที่เช่นนั้น
เมื่อมีสัตว์เดินมานกยูงทำกิ่งไม้ตกลงมาหรือลมพัดเศษใบไม้
๗๐
กาณมิตร มนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
พระองค์ก็คิดว่า ความกลัวและสิ่งที่น่ากลัวกำลังมาและมา
ในขณะที่พระองค์อยู่ในอาการได้ เช่น กำลังเดิน ยืน นั่ง
หรือนอนพระองค์ก็จะอยู่ในอาการนั้น ไม่เปลี่ยนอาการ
เป็นอย่างอื่น ขจัดความกลัวและสิ่งที่น่ากลัวให้จงได้ แล้ว
พระองค์ก็ทำตามความคิดนั้น
นี้เป็นวิธีเผชิญและกำจัดความกลัว คือใช้วิธีตา
ต่อตา ฟันต่อฟันกับความกลัว ท่านใดกำลังเผชิญกับความ
กลัวอยู่ทั้งแมลงสาบ จิ้งจก ตุ๊กแก นก กิ้งกือ คางคก หนู
หนอนหรือความมืด ทดลองใช้วิธีของพระพุทธองค์ดูถ้า
เส้นผมไม่ตั้งเหมือนขนเม่นซะก่อน ได้ผลอย่างไรแล้ว
บอกกันบ้าง แต่ความกลัวสัตว์เหล่านี้ไม่ได้ทำให้เราไปสู่
สุคติได
มีความกลัวอีกประเภทหนึ่งกลัวแล้วปิดประตูนรก
เปิดประตูสวรรค์ได้ คือ กลัวบาป ที่ภาษาพระเรียกว่า
โอตตัปปะ เพราะกลัวต่อการติเตียนตัวเอง กลัวคนอื่นติเตียน
กลัวภัยจากการถูกลงโทษและกลัวผลแห่งวิบากกรรม จึง
ไม่ยอมทำความชั่ว กลัวอย่างนี้ควรกลัว กลัวแล้วดี
จะกลัวอะไรก็กลัวไป แก้ได้บ้างแก้ไม่ได้บ้างอย่า
เป็นกังวล แต่สิ่งที่ต้องกลัว ไม่กลัวก็ต้องทำให้กลัว คือ
กลัวบาป กลัวแล้วดี กลัวแล้วปลอดภัยทั้งปลอดภัยใน
โลกนี้และภัยในวัฏสงสาร กลัวบาปกันเถอะ กลัวแล้วดี