การฆาตกรรมและการใส่ร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 161
หน้าที่ 161 / 202

สรุปเนื้อหา

พอเขาถามว่า “แม่นาง เมื่อคืนเธอไปนอนที่ไหนมา" นางก็ตอบ “เมื่อคืนฉันพักอยู่ในวัดพระเชตวันนี่แหละ” ทำอย่างนี้อยู่เป็นเดือน เมื่อถูกถามอีก จึงบอกว่า “ฉันพัก อยู่ในพระคันธกุฎีเดียวกันกับพระสมณโคดม” พุทธบริษัท ที่เป็นปุถุชนอยู่ ก็เกิดความคลางแคลงสงสัย บางคนก็เชื่อ แล้วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นทุกวัน พวกเดียรถีย์เห็นว่า พระสมณโคดมและสาวกได้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วทั้งพระนครแล้ว ก็ดีใจกันใหญ่ คอยยุยงให้มหาชนเกิดความเข้าใจผิด เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ได้รับรสแห่งอมตธรรมที่พระ บรมศาสดาได้แสดงแล้ว ก็นิ่งเฉยด้วยอาการสงบ มิได้ หวั่นไหวไปกับข่าวที่เกิดขึ้น ส่วนปุถุชนไม่ได้พิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบ จึงหลงเชื่อถ้อยคำของนางและพวก เดียรถีย์ ต่างพากันกล่าวจ้วงจาบพระบรมศาสดาและ เหลาสาว

หัวข้อประเด็น

- การฆาตกรรมและการใส่ร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พอเขาถามว่า “แม่นาง เมื่อคืนเธอไปนอนที่ไหนมา" นางก็ตอบ “เมื่อคืนฉันพักอยู่ในวัดพระเชตวันนี่แหละ” ทำอย่างนี้อยู่เป็นเดือน เมื่อถูกถามอีก จึงบอกว่า “ฉันพัก อยู่ในพระคันธกุฎีเดียวกันกับพระสมณโคดม” พุทธบริษัท ที่เป็นปุถุชนอยู่ ก็เกิดความคลางแคลงสงสัย บางคนก็เชื่อ แล้วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นทุกวัน พวกเดียรถีย์เห็นว่า พระสมณโคดมและสาวกได้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วทั้งพระนครแล้ว ก็ดีใจกันใหญ่ คอยยุยงให้มหาชนเกิดความเข้าใจผิด เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ได้รับรสแห่งอมตธรรมที่พระ บรมศาสดาได้แสดงแล้ว ก็นิ่งเฉยด้วยอาการสงบ มิได้ หวั่นไหวไปกับข่าวที่เกิดขึ้น ส่วนปุถุชนไม่ได้พิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบ จึงหลงเชื่อถ้อยคำของนางและพวก เดียรถีย์ ต่างพากันกล่าวจ้วงจาบพระบรมศาสดาและ เหลาสาวก เมื่อหัวหน้าธัญญเดียรถีย์เห็นว่า เรื่องได้ลุกลาม ใหญ่โต เป็นที่สนใจของมหาชนเป็นอันมากแล้ว จึงได้ ว่าจ้างเหล่านักเลงสุรา ให้ไปฆ่าปิดปากนางสุนทรีทิ้งเสีย จากนั้นให้นำศพไปหมกไว้ใกล้กับพระคันธกุฎีของ พระพุทธองค์ ครั้นล่วงไป ๒-๓ วัน เหล่าเดียรถีย์ก็ทำทีเป็นว่า นางสุนทรีหายตัวไป ได้ให้พวกสานุศิษย์ตามหาก็ไม่พบ จึงได้นำเรื่องที่นางสุนทรีหายไป กราบทูลพระราชา พระ ราชา ตรัสถามว่า “พวกท่านคิดว่านางสุนทรีจะอยู่ที่ไหน" เดียรถีย์จึงกราบทูลว่า “ก่อนที่นางจะหายไปนั้น นางได้ ไปที่วัดเชตวันทุกวัน พระเจ้าข้า” พระราชาจึงให้ไปค้นดู ที่วัดเชตวัน เดียรถีย์ทำทีเป็นเที่ยวค้นหานางสุนทรีภายในวัด พระเชตวันนั้นเอง จนไปพบศพนางสุนทรีที่กองหยากเยื่อ ใกล้กับพระคันธกุฎีของพระบรมศาสดา เมื่อพระราชายัง หาสาเหตุการตายไม่ได้ เดียรถีย์จึงสร้างข่าวลือว่า พระ สาวกของพระสมณโคดมฆ่านางสุนทรีเพื่อปกปิดกรรมชั่ว ที่พระศาสดาทำ แล้วเที่ยวด่าพระภิกษุทั้งในและนอก พระนคร พวกภิกษุได้กราบทูลเรื่องราวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบ พระพุทธองค์ทรงสอน ไม่ให้หวั่นไหวในถ้อยคำเหล่านั้น แต่ให้กล่าวธรรมว่า “ผู้ มักพูดคำไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก หรือแม้ผู้ใดทำแล้ว แต่ กล่าวว่าข้าพเจ้ามิได้ทำ ชนแม้ทั้งสองนั้น เป็นมนุษย์มี กรรมเลวทราม ละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมเป็นผู้มีนรกเป็น ที่ไป” ส่วนทางบ้านเมืองก็มิได้นิ่งนอนใจ พระราชาได้ รับสั่งให้ราชบุรุษเร่งรีบทำการสอบสวนเพื่อสืบหาความจริง พวกราชบุรุษใช้เวลาหลายวันในการสืบหาข้อมูล จนได้ เบาะแสจากพวกนักเลงสุราที่ได้รับสินบนให้ฆ่านางสุนทรี ซึ่งกำลังอยู่ใ ยู่ในอาการเมามาย พวกราชบุรุษจึงได้จับ นักเลงสุราเอาไว้ เมื่อพระราชาทรงสอบสวน จนได้ทราบความ เป็นจริงแล้ว จึงทรงบังคับพวกเดียรถีย์ว่า “พวกท่าน จง เที่ยวกล่าวแก้ข่าวไปให้ทั่วพระนครว่า นางสุนทรีนี้ ถูก พวกข้าพเจ้าจ้างให้นักเลงสุราฆ่า โทษของพระสมณโคดม และสาวกไม่มี เป็นโทษของข้าพเจ้าเท่านั้น" เมื่อมหาชน ทราบว่าพระบรมศาสดาทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เพราะถูกผู้ ไม่หวังดีใส่ร้ายเพื่อให้พระพุทธศาสนามัวหมอง ยิ่งเพิ่ม ความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธองค์มากยิ่งขึ้น ส่วนพวก เดียรถีย์ ก็ถูกลงอาชญาตามโทษที่ได้กระทำลงไป ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย แม้กระทั่งพระ บรมศาสดายังถูกกล่าวหา เพราะความไม่เห็นด้วย ของผู้ ที่ไม่เลื่อมใสศรัทธา แต่พระองค์ก็ทรงสามารถเอาชนะ อุปสรรคเหล่านั้นมาได้ เพราะความจริงก็คือความจริง บางครั้งเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น ต้องอาศัยเวลาเป็น เครื่องพิสูจน์ พระพุทธศาสนาเป็นของจริงแท้ ของแท้ ย่อมทนต่อการพิสูจน์เหมือนทองแท้ไม่กลัวไฟ เพราะฉะนั้น ในขณะที่เรากำลังสร้างบารมีอยู่นี้ เป็นธรรมดาที่เราจะ ต้องพบกับอุปสรรค ขอจงอดทนประหนึ่งช้างศึกที่เข้าสู่ สงคราม โดยไม่ครั่นคร้ามต่อคมลูกศรของข้าศึก ที่มา จากทิศทั้งสี่ และขอให้รักษาความสงบของใจดวงนี้เอาไว้ ให้อภัยแก่ผู้ที่ความเข้าใจยังไม่สมบูรณ์ รักษาใจให้ผ่องใส และทำตัวประดุจผู้นิรทุกข์ผู้เข้าใจโลกและชีวิตไปตาม ความเป็นจริง ตั้งใจทำความดีเรื่อยไปอย่างไม่ย่อท้อไม่ หวั่นไหว แล้วเราจะเป็นผู้มีชัยชนะตลอดอนันตกาล... กัลยาณมิตร มีนาคม พ.ศ ๒ ๒.๕ @ba
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More