ความรับผิดชอบและการสร้างบารมี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 202

สรุปเนื้อหา

แต่สิ่งที่ดีงาม และหมั่นกลิ่นกาย บริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ในกาย วาจา ใจให้ใสสะอาด นอกจากรับผิดชอบต่อตนเองแล้ว ยังต้องรับผิด ชอบต่อสังคม คือบุคคลรอบข้าง ทั้งพระหรือสมณะชี พราหมณ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ บุตรภรรยาหรือสามี มิตร- สหาย บริวารเพื่อนร่วมงาน แล้วการสร้างบารมียังต้อง รับผิดชอบถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจด้วย ส่วนในด้าน “ความเพียร” นั้น เมื่อตั้งใจว่าจะทำ สิ่งดีๆ ให้กับชีวิตแล้ว การจะทำให้ความตั้งใจนั้นสำเร็จ สมดั่งที่ตั้งไว้ ต้องอาศัยความเพียรเป็นกลไกสำคัญ เพื่อที่ ว่าเมื่อเจออุปสรรคใดๆ ก็ยังมีกำลังใจและแรงกาย อดทน ทำอย่างไม่ละทิ้งความตั้งใจนั้นไปจนกว่าจะถึงเป้าหมาย ยิ่งถ้าความมุ่งมั่นนั้นเป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญ จะ บารมีของตนเองให้มีมากขึ้นแล้วละก็ คุณธรรมอื่นๆ ยิ่งเพิ่มตามมาโดยอัตโนมั

หัวข้อประเด็น

- ความรับผิดชอบและการสร้างบารมี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แต่สิ่งที่ดีงาม และหมั่นกลิ่นกาย บริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ในกาย วาจา ใจให้ใสสะอาด นอกจากรับผิดชอบต่อตนเองแล้ว ยังต้องรับผิด ชอบต่อสังคม คือบุคคลรอบข้าง ทั้งพระหรือสมณะชี พราหมณ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ บุตรภรรยาหรือสามี มิตร- สหาย บริวารเพื่อนร่วมงาน แล้วการสร้างบารมียังต้อง รับผิดชอบถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจด้วย ส่วนในด้าน “ความเพียร” นั้น เมื่อตั้งใจว่าจะทำ สิ่งดีๆ ให้กับชีวิตแล้ว การจะทำให้ความตั้งใจนั้นสำเร็จ สมดั่งที่ตั้งไว้ ต้องอาศัยความเพียรเป็นกลไกสำคัญ เพื่อที่ ว่าเมื่อเจออุปสรรคใดๆ ก็ยังมีกำลังใจและแรงกาย อดทน ทำอย่างไม่ละทิ้งความตั้งใจนั้นไปจนกว่าจะถึงเป้าหมาย ยิ่งถ้าความมุ่งมั่นนั้นเป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญ จะ บารมีของตนเองให้มีมากขึ้นแล้วละก็ คุณธรรมอื่นๆ ยิ่งเพิ่มตามมาโดยอัตโนมัติ อาทิ ความอดทน ความรัก ความเมตตาต่อสรรพชีวิต ปัญญาบารมีที่เกิดขึ้นจากการ ไม่ทิ้งปัญหา มุ่งแก้ไขให้สำเร็จลุล่วง ฯลฯ และพร้อมๆ กันนั้น กาย วาจา ใจที่อุดมไปด้วยความดีแล้ว จะมีความใส สะอาด บริสุทธิ์ ยิ่งๆ ขึ้นไปด้วย และสำหรับวัยรุ่นวัยเรียนนั้นมิใช่ว่า จะมีความ รับผิดชอบต่อตนเองในเรื่องการเรียน หรือบุคคลใน ครอบครัวและสัมพันธชนเท่านั้น หรือคนวัยทำงานก็มิใช่ ว่าจะต้องรับผิดชอบในเรื่องหน้าที่การงาน ครอบครัวและ บุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ความ ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุด คือ รับผิดชอบต่อการเกิดมาเป็นมนุษย์ของตนเอง เพราะ มนุษย์ที่เกิดมานั้น ต่างมีเป้าหมายชัดเจน มิใช่เกิดมาเพื่อ มีชีวิตอยู่ไปวันๆ สิ่งสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบในการเกิด มาเป็นมนุษย์ คือ บุญกิริยาวัตถุ ๓ อันประกอบด้วย ทาน ศีล ภาวนา ซึ่งเป็นช่องทางหรือเครื่องมือ ที่พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้กับชาวโลกทั้งหลายไว้ใช้ เป็นหลักในการดำเนินชีวิต โดยมีเงื่อนไขว่า ทั้ง ๓ ประการนั้นถ้าต้องการจะให้บรรลุวัตถุประสงค์ต้องกระทำใน บุญเขตของพระพุทธศาสนา อาทิ การทำทาน ต้องเลือก เนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ ซึ่งพระพุทธองค์ก็ตรัสไว้อีกเช่นกันว่า คณะสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญของโลก และคณะสงฆ์อีกเช่นกัน ที่เป็นประมุขของผู้หวังบุญ ส่วนเรื่องศีลนั้น พระองค์ทรงให้ “หลักมนุษย ธรรม” หรือ หลักเกณฑ์พื้นฐานของความเป็นมนุษย์ไว้คือ ศีล ๕ ตั้งแต่ไม่เบียดเบียนในชีวิตผู้อื่น ไม่เบียดเบียนใน ทรัพย์สินผู้อื่น ไม่เบียดเบียนในบุคคลอันเป็นที่รักของผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยคำพูดไม่จริง ไม่สร้างสรรค์ และ ไม่เบียดเบียนตนเองด้วยการทำลายสติสัมปชัญญะ ถ้าผู้ใดปรารถนาความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของกาย วาจา ใจ ยิ่งขึ้นไป พระองค์ทรงประทานหลักแห่งพรหมฯ จรรย์ไว้ที่ ศีล ๘ สำหรับผู้ต้องการเป็นนักบวชในพระ พุทธศาสนา ทรงประทานศีล ๑ สำหรับเยาวชนบวช เป็นสามเณร ส่วนผู้ใหญ่ถ้าเป็นชายก็อุปสมบทเป็น พระภิกษุรักษาศีล ๒๒๗ ข้อ ส่วนด้านการเจริญสมาธิภาวนานั้น ต้องเข้าสู่หน ทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทาเท่านั้น ทรงยืนยันด้วยว่า เป็นเอกายนมรรคหรือทางเอกสายเดียวไม่มีทางอื่น เพื่อให้ ถูกต้องร่องรอย และตรงไปตามความเป็นจริง ถ้าใครก็ตามท่าตามหลักบุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงประทานให้แล้ว บุคคลนั้น ได้ชื่อว่า มีความรับผิดชอบ ใช้ความเพียรไปอย่าง สมบูรณ์แบบสมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง และชีวิตจะแล่นฉิวไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้นได้อย่าง รวดเร็วอย่างที่คาดไม่ถึงทีเดียว กัลยาณ 31 ห มนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More