ความสบายในการทำสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 202

สรุปเนื้อหา

ผล ฉบับที่แล้วเราคุยกันถึงความสบายบนใจที่ตั้งมั่น ท่านผู้รักการทำสมาธิคงจะนำเทคนิคไปปรับอารมณ์ของ ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ละหรือดูเบาในเรื่องนี้ การปฏิบัติสมาธิของท่านจะมีแต่พัฒนา และป่าขอยืนยัน ว่าความสบายอยู่ในทุกๆ ระดับของการปฏิบัติธรรม ยิ่ง ทำได้ดีเท่าใด จะยิ่งทวีความเข้าใจในเรื่องของความสบาย เท่านั้นและความสบายไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงใจได้มากเท่านั้น การปฏิบัติสมาธิก็จะยิ่งพัฒนาได้เป็นอัตราส่วนตรงต่อกัน อันจะมีผลอย่างยิ่งต่อแต่ละลมหายใจในแต่ละวัน สามารถทำให้ทุกๆ ลมหายใจมีค่าได้ทับทวี ฉบับนี้เรามาคุยกันต่อถึงความสบายให้ลุ่มลึก เพื่อท่านผู้อ่านจะได้นำเทคนิคไปใช้และมีความเข้าใจใน คุณค่าของความสบายมากขึ้นว่าทำไม “ความสบาย" จึงมี ผลดีและสำคัญต่อการทำสมาธิ ประการแรกประโยชน์ที่เห็นได้ชัดๆ ค

หัวข้อประเด็น

- ความสบายในการทำสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผล ฉบับที่แล้วเราคุยกันถึงความสบายบนใจที่ตั้งมั่น ท่านผู้รักการทำสมาธิคงจะนำเทคนิคไปปรับอารมณ์ของ ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ละหรือดูเบาในเรื่องนี้ การปฏิบัติสมาธิของท่านจะมีแต่พัฒนา และป่าขอยืนยัน ว่าความสบายอยู่ในทุกๆ ระดับของการปฏิบัติธรรม ยิ่ง ทำได้ดีเท่าใด จะยิ่งทวีความเข้าใจในเรื่องของความสบาย เท่านั้นและความสบายไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงใจได้มากเท่านั้น การปฏิบัติสมาธิก็จะยิ่งพัฒนาได้เป็นอัตราส่วนตรงต่อกัน อันจะมีผลอย่างยิ่งต่อแต่ละลมหายใจในแต่ละวัน สามารถทำให้ทุกๆ ลมหายใจมีค่าได้ทับทวี ฉบับนี้เรามาคุยกันต่อถึงความสบายให้ลุ่มลึก เพื่อท่านผู้อ่านจะได้นำเทคนิคไปใช้และมีความเข้าใจใน คุณค่าของความสบายมากขึ้นว่าทำไม “ความสบาย" จึงมี ผลดีและสำคัญต่อการทำสมาธิ ประการแรกประโยชน์ที่เห็นได้ชัดๆ คือ “ความ สบายทำให้ลมหายใจละเอียด” ในขณะที่ความดึง ความเครียด การใช้ความพยายาม ความตั้งใจ ทำให้ลม หายใจหยาบและติดขัด อัดแน่น เช่น หายใจแรง หายใจ หอบ หายใจไม่สะดวก เหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า "อาการ หยาบ"ของลมหายใจ มีผลทำให้ใจไม่สามารถแตะหรือ สัมผัสจุดศูนย์กลางได้ ถึงแตะได้ก็ไม่แนบสนิท แตะแบบตึงๆ ๖๘ กัลยาณมิตรมีนาคม พ.ค. ๒๕๕๕ กดๆ หรือเป็นความรู้สึก ดึงๆ ทั้งๆ ไม่เกิดความรู้สึก ประชิดระหว่างใจกับ ศูนย์กลางกาย เวลาแตะ หรือนึกถึงศูนย์กลางกายไม่ เกิดความสบาย ไม่รู้สึกชื่นใจ ทั้งๆ ที่ศูนย์กลางกายเป็น แหล่งที่ความสุขทั้งปวงมา ไหลมาประมวลกัน ประการที่ สอง ความสบายทำให้ไม่เกิด ความหน่วง หรือ ติดกับ กายหยาบจนส่งผลถึง อารมณ์ เช่น หงุดหงิดกับ สิ่งรอบตัวจนรู้สึกร้อน ไปหมด ตั้งใจเกร็งใจจนรู้สึกแข็งเย็นอยู่ในช่องท้อง แม่ กระทั่งทำให้ไม่ต้อง "เหนื่อย” ในการที่จะต้องต่อสู้จัดการ กับตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง สรุปคือ ลักษณะของความสบายที่ควบคู่กับการทำ สมาธินั้นเป็นความสบายแบบอิสระหรือปล่อยวาง อุปมา คล้ายกับการนำผ้าสาลูเนื้อโปร่งบางเบา มาตัดเป็นวงกลม น่าไปวางบนฐานไม้กลม เนื้อไม้ขัดจน เนียน เป็นมันเรียบ เย็นสบาย ฐานจะมีขนาดใหญ่กว่าหรือว่า เท่าๆ กันกับผ้าก็ได้ แล้วตอกตะปูขนาดเล็กที่สุดยึดตรง กึ่งกลางผ้าแผ่นกลมนั้นไว้กับฐานเพียงจุดเดียวผ้าเนื้อบางๆ ที่พลิ้วตัวเบาเป็นอิสระบนฐานกลมนั้น เปรียบได้กับ ความสบาย ในขณะที่ตะปูตัวน้อยตรงกลาง เปรียบเหมือน ใจที่จรดนิ่งไว้กับกลาง ปล่อยผ้าให้เป็นอิสระสบาย ให้ผ้า ค่อยๆ สัมผัสความสบายของเนื้อไม้ไปเรื่อยๆ จนกระทั้งลม ที่นาบลงผ้าได้จังหวะ ผ้าทั้งผืนก็จะแนบสนิทกับฐานไม้ได้ เอง โดยไม่ต้องทากาว เปรียบอิสระภาพของผ้าเหมือนความสบายที่ไม่ ดีดยึดกับอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือไม่ดี หรือ เรื่องใดๆ ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ หน้าที่มี เพียงวางใจไว้กับกลาง สนใจแต่กลาง โดยจะนึกให้เป็น ดวงแก้ว ดวงดาว ดอกไม้ หรือองค์พระก็ได้ หายไปก็นึก
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More