ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะหลวงพ่อท่านเริ่มอาพาธ
อาตมาเองสมัยเป็นฆราวาส ไม่ค่อยอยู่บ้าน
ออกไปค้าขาย จนกระทั่งกลับมาบ้านพออายุครบบวช
เกณฑ์ทหาร โยมทางบ้านก็ขอให้บวช ลูกชายทุกคนต้อง
บวชเป็นพระ โยมตั้งใจไว้อย่างนั้น ลูกผู้ชายต้องบวชพระ
ทุกคน อย่างน้อย ๑ พรรษา
แต่ทีนี้แรกๆ อาตมาเองไม่ชอบบวช ยังไม่ยอม
บวชโยมก็อ้อนวอนขอให้บวช สาเหตุที่ไม่ยอมบวชก็
เพราะว่าอาตมาเข้าวัดมาตั้งแต่เด็ก อายุ 4 ขวบก็เข้าวัด
ไปวิ่งเล่นเป็นเด็กวัด คุ้นเคยกับวัดอยู่แล้วและชอบอ่าน
หนังสือธรรมะมาตั้งแต่เด็ก เดิมอำเภอบางเลนนี้ชื่อ
อำเภอบางปลา และต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางเลน
พอปีพุทธศักราช
๒๔๐๐ เป็นปีที่อาตมาบวช
ตอนนั้นคิดว่าเมื่อโยม
ปรารถนาอย่างนั้นก็ควร
บวชจึงหาวัดบวช แต่ไม่
ชอบใจลักวัดคือ วัดแถบ
ลมแม่น้ำนครชัยศรี น
ยังไม่ชอบใจ เพราะว่าถ้า
บวชแล้ว ต้องมีการเรียน
การปฏิบัติ วัดบ้านนอก
แถวนั้นไม่มี
วันหนึ่งได้นึกถึงเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งบวชอยู่ที่วัด
ปากน้ำ จึงไปเยี่ยมชื่อพระปักษี อยู่คณะภาวนา มีหลวงพี่
ประดิษฐ์เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อนพาไปกราบหลวงพ่อวัด
ปากน้ำ แล้วก็พาอาตมาเที่ยวชมจนทั่ววัด เราก็รู้ว่าวัด
นี้มีการศึกษาและมีการปฏิบัติสมาธิด้วยจึงตัดสินใจบวช
วัดปากน้ำฯ
ตอนนั้นอายุ ๒๐ ปี ครบบวชพอดี ย่าง ๒๑ ปี
หลวงพี่ประดิษฐ์ท่านบอกว่า ถ้าบวชที่นี่จะจัดการให้ ท่าน
ช่วยเป็นธุระดูฤกษ์ดูยามให้ พอเราตกลงใจจะบวชที่วัด
ปากน้ำฯ ท่านเป็นธุระให้พร้อมเสร็จบวชแล้วก็ศึกษาและ
ปฏิบัติธรรม บวชครั้งนั้นมีพระธีรสารมุนี วัดอัปสรสวรรค์
เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูปัญญาภิรัตกับพระครูพิพัฒนา
อรรมคณี เป็นพระคู่สวด เจ้าคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี
(วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.๙) เจ้าคณะภาค ๗ องค์ปัจจุบันก็
บวชพรรษาเดียวกัน
ในทุกๆ วัน อาตมาก็ได้ปรนนิบัติหลวงพ่อท่าน
ต้องเข้าเวรอยู่คณะภาวนา ก็ต้องไปนั่งในโรงงาน นั่งภาวนา
และปรนนิบัติดูแลหลวงพ่อ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก เพราะ
หลวงพ่อท่านไม่รบกวนใคร ท่านช่วยเหลือตัวเอง บางวัน
เดินจงกรม วันไหนแข็งแรงท่านก็เทศน์สอน ตอนที่
อาตมาบวชนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็อาพาธแล้ว
อาพาธหนัก
อาตมาได้สนทนาอะไรกับหลวงพ่อไม่มากเพราะ
ท่านอาพาธ ตอนอาพาธ พระที่ท่านอยู่คณะภาวนา ก็
หมุน เวียน กัน ไป
ปรนนิบัติหลวงพ่อท่าน
จนถึงวันมรณภาพ
อาตมาก็ได้ท่า ความ
สะอาดรางของทาน พอ
ตอนหลวงพ่อสิ้นก็ปลงผม
และได้เก็บเกศาของท่าน
ไว้ ซึ่งตอนปลงผมก็ร่วม
กันหลายองค์
พอ
มรณภาพแล้ว หมอก็
ฉีดยาให้ ผิวพรรณท่านเปล่งปลั่งสมบูรณ์งาม ภาพงามมาก
เหมือนนอนหลับปลงผมใหม่ เปลี่ยนจีวรใหม่ คลุมด้วย
ผ้าแพรสีทอง ตอนนั้นสมเด็จป่าวัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพน
วิมลมังคลารามฯ) ยังเป็น พระธรรมวโรดม เป็นประธาน
กรรมการ จัดงานร่วมกับคณะพระภิกษุสงฆ์ รดน้ำท่าน
น่าร่างท่านลงหีบ อาตมามีโอกาสได้ปรนนิบัติท่านทั้งขณะ
ที่ยังมีชีวิตอยู่และมรณภาพแล้ว
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านเป็นพระเถระที่มี
เมตตาธรรมสูงและเสียสละ หน้าท่านดู ตาดุ แต่ไม่มีอะไร
ท่านใจดี ตาท่านมีอำนาจ โดยเฉพาะทานบารมี ถึงแม้
ท่านสิ้นแล้ว ยังเลี้ยงพระได้เหมือนเดิม ใหม่ๆ ก็วิตกกัน
ว่าพระเณรจะลำบาก แต่ปรากฏว่าไม่ลำบาก โยมมาเลี้ยง
พระปกติ และดูเหมือนจะมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย